พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 698 รังเกียจ
ตอนที่ 698
รังเกียจ
เฉินจิ่วจิ่วอาศัยอยู่ในบ้านเก่าของตระกูลมาเป็นเวลานาน คราวเมื่อตื่นมาในเช้า เปลือกตาขวาของเธอก็กระตุกไม่หยุด ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
หากลุงหวางลงมือตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ตอนนี้ลุงหวางก็น่าจะทำสำเร็จแล้ว
แต่ทำไมเธอที่อยู่ที่นี่ไม่ได้รับการแจ้งเตือนอะไรเลยล่ะ
ตอนนี้บ้านเก่าของตระกูลมู่เงียบสงบมาก ทำให้เธอรู้สึกวิตกกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ
เธอมองดูโทรศัพท์มือถือแต่กลับไม่มีข้อความใด ๆ
เธอรู้แผนการของลุงหวาง เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่เขาจะไม่เคลื่อนไหว
หรือว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับลุงหวาง?
หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ลุงหวางก็น่าจะส่งคนมารับเธอสิ
เธอกดรีเฟรชข้อความอีกครั้ง แต่กล่องข้อความบนโทรศัพท์มือถือกลับขาวสะอาดและไม่มีข้อความอะไรเลย
เฉินจิ่วจิ่วเริ่มนั่งไม่ติด
เธอรู้ชัดเจนว่าลุงหวางกำลังลงมือก่อเหตุและเธอก็มีส่วนร่วมด้วย หากมีอะไรเกิดขึ้นกับลุงหวาง เธอก็จะต้องรับผิดชอบร่วมด้วย
แต่ทำไมลุงหวางถึงพลาดได้?
เห็นได้ชัดว่าแผนการของพวกเขารัดกุมมาก
เฉินจิ่วจิ่วคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และไม่สามารถนั่งนิ่งได้อีกต่อไป เธอเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมจะออกไปดูสถานการณ์ด้านนอก
แต่ทันทีที่ก้าวมาถึงปากประตู เธอก็ถูกคนรับใช้หยุดเอาไว้
ตอนนี้เฉินจิ่วจิ่วกำลังอารมณ์ไม่ดีและโดยปกติแล้วเธอไม่เคยมองคนรับใช้อยู่ในสายตา “เป็นบ้าอะไร? มีสิทธิ์อะไรมาขวางทางฉัน?”
ตอนนี้เฉินจิ่วจิ่ววิตกกังวลอย่างมาก
เธอเพิ่งเข้าไปโทรศัพท์หาลูกน้องคนอื่น ๆ ของลุงหวางในห้องน้ำ แต่กลับโทรไม่ติด
ไม่ว่าเฉินจิ่วจิ่วจะกังวลสักแค่ไหน แต่ตอนนี้เธอก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
หลังจากเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแล้ว พวกเขาคงไม่ได้วิ่งหนีหายไปและทิ้งเธอไว้ที่นี่หรอกใช่ไหม?
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เฉินจิ่วจิ่วก็พยายามเดินออกไปดูสถานการณ์ข้างนอก
หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับลุงหวางจริง ๆ เธอจะวิ่งหนีไปแน่นอน
แน่นอนว่าผู้บงการสูงสุดคือลุงหวาง ทำไมเธอจะต้องอยู่แบกรับเรื่องทั้งหมดนี้ด้วย?
ขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากด้านหลัง
เฉินจิ่วจิ่วหันกลับมาและเห็นว่าลิ่นอวี๋เหยียนยืนอยู่ข้างหลังเธอ
เธอมองดูลิ่นอวี๋เหยียนราวกับมองเห็นผู้ช่วยชีวิต
ลิ่นอวี๋เหยียนเอ็นดูเธอมากและจะต้องช่วยเหลือเธอแน่นอน
เฉินจิ่วจิ่วรีบหันขวับกลับมามองลิ่นอวี๋เหยียน “คุณป้า หนูว่าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย แต่คนพวกนี้น่ะสิ ไม่รู้ว่าทำไมถึงมาขวางทางหนู เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะคุณป้า?”
“อยู่นี่แหละ ข้างนอกไม่ปลอดภัย” ลิ่นอวี๋เหยียนตอบกลับอย่างเกียจคร้าน
ตอนนี้เจตนาชั่วร้ายของเฉินจิ่วจิ่วเริ่มโผล่ออกมาแล้วสินะ?
เธอเยาะเย้ยในใจ เธอไม่ใช่คนโง่สักหน่อย เธอจะปล่อยให้เฉินจิ่วจิ่วออกไปส่งข่าวให้คนอื่นได้ยังไง?
แม้ว่าเธอจะเชื่อมั่นในความสามารถของมู่อวี้เฉิงว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น แต่เธอก็ยังต้องป้องกันไม่ให้มันเกิดปัญหา
ตอนนี้เฉินจิ่วจิ่วยังไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรผิดปกติ เพียงคิดว่าลิ่นอวี๋เหยียนเป็นห่วงเธอเท่านั้น
เธอหัวเราะแฮะ ๆ แล้วพูดว่า “หนูแค่จะไปเดินเล่นเฉย ๆ น่ะค่ะคุณป้า จะมีอะไรไม่ปลอดภัยได้ยังไง ถ้าคุณป้าเป็นห่วง หนูก็จะระวังตัวค่ะ”
ลิ่นอวี๋เหยียนเหลือบมองเฉินจิ่วจิ่วอยู่นาน นังนี่มันโง่ จริง ๆ
จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอีก
“ที่ฉันหมายถึงคือเฉินจิ่วจิ่ว เธอน่ะอยู่นี่แหละ คนรับใช้จะได้จับตาดูเธอเอาไว้ อย่าคิดที่จะหนีล่ะ ไม่งั้นก็อย่าหาว่าฉันหยาบคาย” ลิ่นอวี๋เหยียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ในที่สุดเฉินจิ่วจิ่วก็ตระหนักได้ว่ามีเรื่องผิดปกติ
ท่าทางของลิ่นอวี๋เหยียนในตอนนี้ดูแตกต่างจากหลายวันก่อนอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าเธอเป็นเพียงคนที่ไม่มีนัยสำคัญ
หัวใจที่เริ่มวิตกกังวลเป็นทุนเดิมของเฉินจิ่วจิ่วยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้น
สองวันที่ผ่านมา ลิ่นอวี๋เหยียนยังคงแสดงความห่วงใยต่อเธออย่างชัดเจน
“คุณป้า หมายความว่ายังไงคะ?” เฉินจิ่วจิ่วพยายามฝืนยิ้ม
“เฉินจิ่วจิ่ว เธอไม่รู้สึกกระดากใจบ้างหรือไง? ฉันไม่มีหลานสาวที่ชื่อเฉินจิ่วจิ่วด้วยซ้ำ” คนคนนี้ไม่เคยมีชื่ออยู่ในความทรงจำของลิ่นอวี๋เหยียน หากพวกเขาสนิทสนมกันจริง ทำไมลิ่นอวี๋เหยียนถึงจำไม่ได้
ถ้ามู่อวี้เฉิงไม่โทรศัพท์มาบอกเธอให้แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร ลิ่นอวี๋เหยียนก็คงจะไม่ลดตัวลงไปเสวนากับคนพรรค์นี้ด้วยซ้ำ
“คุณป้า หนู หนูไม่เข้าใจที่คุณป้าพูด” เฉินจิ่วจิ่วค่อย ๆ ลดตัวเล็กลงเรื่อย ๆ
“เธอไม่ต้องมาแสร้งทำหรอก ฉันจะบอกเธอให้ว่าระหว่างที่พวกเราแสดงร่วมกับเธอ พวกเรารู้ตัวตนเธอตั้งแต่แรกแล้ว ส่วนเธอตอนนี้ก็แค่รอที่นี่ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวไปก็พอ” ลิ่นอวี๋เหยียนจ้องมองเฉินจิ่วจิ่วด้วยสายตารังเกียจอย่างมาก
ในที่สุดเรื่องก็จบลงสักที
เธอรู้สึกรำคาญมากที่ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเธอต้องนั่งเอาอกเอาใจเฉินจิ่วจิ่ว
“แล้ว แล้วพี่อวี้เฉิงล่ะ? เขาก็โกหกฉันเหมือนกันเหรอ?” เฉินจิ่วจิ่วหน้าซีด
แต่ถึงอย่างนั้นเธอยังคงคาดหวัง
หวังว่าลิ่นอวี๋เหยียนจะให้คำตอบที่เธอต้องการ
เธอรู้สึกว่ามู่อวี้เฉิงมองดูเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักมาตลอด
ดวงตาของคนเราไม่สามารถหลอกลวงกันได้
มีเพียงมู่อวี้เฉิงเท่านั้นที่สามารถช่วยเธอได้ในตอนนี้
“เธอยังคิดว่าอวี้เฉิงชอบเธอจริง ๆ เหรอ? ไม่มองดูสารรูปตัวเองหน่อยหรือไง เธอดีได้เท่าครึ่งหนึ่งของเหมี่ยวเหมี่ยวมั้ย?” ลิ่นอวี๋เหยียนจ้องมองเฉินจิ่วจิ่วด้วยสายตาดูถูก
“ไม่ เป็นไปไม่ได้ คุณป้ากำลังโกหกฉันใช่มั้ย?” เธอไม่เชื่อว่าการกระทำที่มู่อวี้เฉิงแสดงออกมานั้นไม่มีความรักอยู่
“จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่” ลิ่นอวี๋เหยียนพูดแล้วเตรียมจะเดินออกไป
เฉินจิ่วจิ่ววิตกกังวลมากและรีบเดินไปคว้ามือของ ลิ่นอวี๋เหยียน “ฉันอยากออกไปข้างนอก ฉันอยากออกไปข้างนอก ต่อให้พี่อวี้เฉิงไม่ได้รักฉันจริง ๆ ฉันก็อยากได้ยินกับหูตัวเอง”
คนรับใช้รีบเข้ามาดึงเฉินจิ่วจิ่วออกไป
ลิ่นอวี๋เหยียนสะบัดมือเฉินจิ่วจิ่วและพูดกับเฉินจิ่วจิ่วด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เอาล่ะ งั้นก็รอให้เขาพาตำรวจมาที่นี่แล้วกัน”
ลิ่นอวี๋เหยียนเดินขึ้นไปยังชั้นบนแล้วจากนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
มู่อวี้เฉิงเป็นคนโทรมา
ลิ่นอวี๋เหยียนล้างมือก่อนจะเดินไปรับโทรศัพท์
เธอรู้สึกรังเกียจที่ถูกคนพรรค์นี้แตะต้อง
“อวี้เฉิง ว่ายังไงลูก?” ลิ่นอวี๋เหยียนมักจะแสดงความอบอุ่นกับคนในครอบครัวของเธอเท่านั้น
“แม่ ที่นั่นเป็นยังไงบ้างครับ?” มู่อวี้เฉิงกลัวว่าเมื่อคนจนตรอกจะเข้าไปสร้างอันตรายให้ลิ่นอวี๋เหยียนแทน
แต่ฟังจากน้ำเสียงของลิ่นอวี๋เหยียนแล้ว ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยดี
มู่อวี้เฉิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ตอนนี้แม่ให้คนจับตาดูเธออยู่ เธอไปไหนไม่ได้หรอก ไม่ต้องกังวล” ในคฤหาสน์มีคนรับใช้และพนักงานรักษาความปลอดภัยมากมาย จะควบคุมคนตัวเล็ก ๆ อย่างเฉินจิ่วจิ่วไม่ได้เลยหรือ?
“ไม่เป็นไรแล้วก็ดี แค่ระวังตัวไว้แล้วอย่าประมาทนะครับ” มู่อวี้เฉิงกังวลว่าคนของลุงหวางจะโจมตีคนในครอบครัวของเขา
ลิ่นอวี๋เหยียนฉลาดมาก แม้ว่ามู่อวี้เฉิงจะไม่พูดอะไร แต่เธอก็ยังรู้ว่าต้องทำอย่างไร
“แม่รู้ แม่จะปกป้องตัวเอง อวี้เฉิง แล้วที่นั่นเป็นยังไงบ้างลูก?” ลิ่นอวี๋เหยียนยังคงเป็นกังวลเมื่อมู่อวี้เฉิงต้องเผชิญหน้ากับภัยอันตรายเช่นนี้
ลูกน้องทั้งหลายของลุงหวางล้วนเป็นคนกบฏ
หลังจากจัดการกับลุงหวางได้แล้ว เธอก็กังวลเรื่องนี้มากที่สุด
“ผมโอเค ศุลกากรแจ้งมาว่าคนพวกนั้นถูกจับกุมตัวแล้ว ตอนนี้ผมกำลังรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่” มู่อวี้เฉิงพูดบอกอย่างใจเย็น
ลิ่นอวี๋เหยียนพูดเตือนให้มู่อวี้เฉิงระมัดระวังตัวแล้วจึงวางสายลง