พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 699 ไม่ปล่อยให้ใครต้องหนักใจ
ตอนที่ 699
ไม่ปล่อยให้ใครต้องหนักใจ
เรื่องราวในฝั่งมู่อวี้เฉิงเป็นไปอย่างราบรื่น
ลุงหวางนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องทำงานของมู่อวี้เฉิงด้วยใบหน้าซีดเซียว
ตอนนี้เรื่องราวต่าง ๆ นานาได้เลยเถิดมาถึงจุดนี้แล้ว
กระเสือกกระสนต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ไม่รู้ว่าลูกน้องของเขาจะมีจิตสำนึกคิดได้แล้วว่าช่วยเหลือเขาบ้างหรือเปล่า
มู่อวี้เฉิงนั่งอยู่ไม่ไกลจากลุงหวาง เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉยเมยราวกับสามารถคาดเดาความคิดของอีกฝ่ายได้ “ลุงหวาง ถ้าคิดจะหนีจะโดนลงโทษมากกว่าคดีอาชญากรรมนะครับ อีกอย่างคิดเหรอว่าจะหนีไปไหนได้?”
“ฮึ่ม เรื่องมันเลยเถิดมาถึงจุดนี้แล้ว ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดหรอก แกอยากทำอะไรก็ทำเลย” ตอนนี้เขากำลังสงบสติอารมณ์อยู่
ลุงหวางไม่สามารถทำอะไรได้เลย
โชคดีที่ลุงหวางไม่มีครอบครัว ไม่อย่างนั้นสมาชิกในครอบครัวคงจะได้รับอันตรายจากสิ่งที่เขาทำ
“ลุงหวาง ผมจะนั่งรอเป็นเพื่อนแล้วกันนะ เพื่อตอบแทนที่ลุงอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่พ่อผมมาตั้งหลายปี” มู่อวี้เฉิงพูดอย่างใจเย็น
เมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น ๆ มู่อวี้เฉิงใจดีกับผู้อาวุโสเหล่านี้ในบริษัทมากพอ
แต่สิ่งสำคัญในบริษัทคือความสามารถในการจัดการ สิ่งต่าง ๆ ไม่ใช่ความอาวุโสของพวกเขา
“หยุดตีหน้าซื่อสักที แกคิดว่าฉันอยากได้ความเห็นอกเห็นใจจากแกหรือไง?” ลุงหวางตอบกลับด้วยถ้อยคำเหยียดหยาม
มู่อวี้เฉิงหลับตาลงแล้วไม่พูดอะไร
หลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาถึง
พนักงานทั้งหลายออกมารอชมความตื่นเต้นโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
พวกเขาอยู่ในบริษัทตลอดเวลาแต่กลับไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ได้ยินข่าวคราวอะไรแม้แต่น้อย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง
เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงได้ไม่นาน ลุงหวางก็ถูกจับกุมตัว
ขณะที่ถูกนำตัวไป ลุงหวางไม่ได้ขัดขืน เพียงแค่หันมามองมู่อวี้เฉิงด้วยแววตาที่แฝงความหมายบางอย่าง
มู่อวี้เฉิงรู้ว่าลุงหวางยังไม่ยอมแพ้
แต่จะทำอะไรได้อีกล่ะ?
นี่คือผลกรรมที่ลุงหวางกระทำเอง
เขาควรจะได้รับบทลงโทษ
ลู่หมิงมองดูเรื่องราวที่ดำเนินไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ “ท่านประธาน พวกเขาจะทำอะไรลับหลังกันอีกหรือเปล่าครับ?”
“ไม่สำคัญหรอก ตอนนี้พวกเขาหนีไปไหนไม่ได้แล้ว แล้วจะวิ่งไปหาความตายอีกทำไม พวกเขาเป็นคนฉลาด ไม่ทำลายอนาคตของตัวเองเพราะความโกรธเคืองหรอก” มู่อวี้เฉิงพูดอย่างใจเย็น ในที่สุดเรื่องราวทั้งหมดก็จบลง
ความพยายามหนักของเขาไม่สูญเปล่า
ไม่ใช่แค่เขา ลิ่นอวี๋เหยียนและพวกถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เหมือนกัน
ลู่หมิงได้ยินเช่นนั้นและคิดว่าคำพูดของมู่อวี้เฉิงสมเหตุสมผล ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าตอบรับ
“ถ้านายไม่ไว้ใจก็ส่งคนสักสองคนไปจับตาดูพวกเขาและรอจนกว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ จะสงบลง” มู่อวี้เฉิงยังคงกังวลว่าคนพวกนั้นจะใช้สมาชิกในครอบครัวของเขามาข่มขู่เขา
โดยเฉพาะเสี่ยวเป่า ตอนนี้เขาพักอยู่ในโรงเรียนและกำลังเดินทางไปแข่งขัน ยังไม่รู้เกี่ยวกับสถานการณ์หลาย ๆ อย่าง
ลู่หมิงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินออกไป
มู่อวี้เฉิงดึงเนคไทลงเล็กน้อยและนั่งลงบนเก้าอี้
ในที่สุดเขาก็จะได้เจอถงเหมี่ยวเหมี่ยวสักที
แต่ก่อนจะออกไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาจะต้องทำความสะอาดขยะทั้งหมดในบริษัทก่อน
ในวันที่ลุงหวางถูกจับกุมตัว หลายคนเข้ามาแสดงความภักดีแต่มู่อวี้เฉิงกลับเมินเฉย
คนที่สมควรถูกไล่ออกก็ยังต้องถูกไล่ออก ปล่อยให้คนเหล่านี้อยู่ในบริษัทไม่ได้
ลุงหวางเพียงให้ผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ กับพวกเขาพวกเขาก็ถูกครอบงำเอาง่าย ๆ แล้ว หากในอนาคตมีผลประโยชน์ก้อนใหญ่มาวางกองตรงหน้า พวกเขาจะยังนั่งนิ่งอยู่เหรอ?
ในเมื่อพวกเขาไม่หนักแน่น มู่อวี้เฉิงก็ไม่เอาไว้เช่นกัน คนที่ไม่หนักแน่นไม่ควรอยู่ในบริษัทต่อไป
แค่มีลุงหวางก็ทำให้เขาปวดหัวมากพอแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นที่เหลืออยู่
เช้าวันรุ่งขึ้นนายหวางจากมู่กรุ๊ปถูกดำเนินคดีข้อหาส่งของผิดกฎหมายจำนวนมหาศาลไปยังต่างประเทศ
หลายคนที่ร่วมมือกับลุงหวางถูกตัดสินใจให้จำคุกตลอดชีวิต
ไม่มีทางที่คนพวกนี้จะกลับมาเชิดหน้าชูคอได้อีก
มู่อวี้เฉิงรู้สึกโล่งใจอย่างมาก หลังจากเหตุการณ์นี้ได้รับการแก้ไขแล้ว มู่อวี้เฉิงก็ดำเนินการทำความสะอาดขยะในบริษัทตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
ผู้บริหารระดับสูงของมู่กรุ๊ปหลายคนที่ติดต่อกับลุงหวางล้วนถูกมู่อวี้เฉิงไล่ออกจากบริษัท
แน่นอนว่าพวกเขาแสดงความไม่พอใจ แต่พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เพราะพวกเขาหลงผิดเอง
ไม่ว่าจะเสียดายมากแค่ไหนก็ต้องฝืนใจจากไป
ในเวลาเกือบหนึ่งวัน ลู่หมิงคัดเลือกคนที่คุณสมบัติเหมาะสมมาจากสาขาย่อยต่าง ๆ
ลู่หมิงสังเกตการทำงานของพวกเขามายาวนานแล้วจึงเลื่อนตำแหน่งให้พวกเขาเข้ามาทำงานในสำนักงานใหญ่
พวกมู่อวี้เฉิงไม่เคยลงมือทำในสิ่งที่พวกเขาไม่มั่นใจ
ทันทีที่พวกเขาค้นพบแผนการของลุงหวาง พวกเขาก็ได้มองหาผู้สมัครในสาขาย่อยเอาไว้แล้ว
หากลุงหวางรู้จักประพฤติตน เขาก็จะสามารถรักษาตำแหน่งผู้ถือหุ้นเอาไว้ได้ แต่น่าเสียดายที่ลุงหวางไม่รู้จักการควบคุมตัวเอง
ในเมื่อเรื่องราวเลยเถิดมาถึงจุดนี้ มันล้วนเป็นความผิดของลุงหวางทั้งนั้น ไม่สามารถไปตำหนิใครได้
ลู่หมิงเดินถือเอกสารเข้ามาให้มู่อวี้เฉิงลงนาม
แม้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นในบริษัท
แต่ธุรกิจของมู่กรุ๊ปยังคงดำเนินต่อไป โดยไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ
ลู่หมิงวางกองเอกสารไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็พูดอย่างระมัดระวังว่า “ท่านประธาน จะจัดการกับเฉินจิ่วจิ่วยังไงเหรอครับ?”
มู่อวี้เฉิงชะงัก ถ้าลู่หมิงไม่พูดเตือนเขาเขาก็คงจะลืมเรื่องของคนคนนี้ไปแล้ว
“นำตัวเธอขึ้นศาลข้อหาขโมยข้อมูลลับของมู่กรุ๊ป และในเมื่อเธอสมรู้ร่วมคิดกับลุงหวาง บทลงโทษของเฉินจิ่วจิ่วจะต้องหนักกว่าคนอื่น”
นอกจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว มู่อวี้เฉิงก็ไม่เคยแสดงความเมตตาต่อผู้หญิงคนอื่นอีกเลย
ยิ่งไปกว่านั้นเฉินจิ่วจิ่วยังเกือบจะทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทิ้งเขาไป ทำให้เขาเกลียดเฉินจิ่วจิ่วอย่างมาก แล้วเขาจะแสดงความเมตตาต่อเธอได้อย่างไร?
หากเฉินจิ่วจิ่วเป็นฝ่ายริเริ่มสารภาพ เธอคงจะได้รับการผ่อนปรนบ้าง
“ตอนนี้เฉินจิ่วจิ่วยังอยู่ที่บ้านเก่าอยู่นะครับ” ลู่หมิงคิดว่าช่วงนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายและมู่อวี้เฉิงน่าจะหลงลืมไป ดังนั้นเขาจึงพูดเตือนจากด้านข้าง
“เดี๋ยวบ่ายวันนี้ฉันจะพาตำรวจเข้าไปเอง” มู่อวี้เฉิงพูดด้วยสีหน้าสงบแต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความถากถาง
คาดเดาว่าตอนนี้เฉินจิ่วจิ่วน่าจะยังติดอยู่ในจินตนาการเพ้อฝันของเธอ
มู่อวี้เฉิงจะเป็นคนทำลายเรื่องเพ้อฝันของเธอเอง
ไม่ใช่ว่าเขาโหดร้าย แต่เฉินจิ่วจิ่วไม่สมควรได้รับมัน
เฉินจิ่วจิ่วคอยรับใช้ลุงหวางมานานหลายปีแล้ว ไม่สมควรถูกมองว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
เฉินจิ่วจิ่วทำเรื่องที่ไม่ควรทำไปหลายอย่าง
คนที่ทำชั่วจะสมควรได้รับความสงสารจากคนอื่นได้อย่างไร?
มู่อวี้เฉิงมองดูกองเอกสารหนาทึบแล้วรู้สึกว่าทัศนคติของเขากำลังป่นปี้ลง
“คุณมู่ อย่าเพิ่งใจอ่อนสิครับ เฉินจิ่วจิ่วไม่ใช่คนดี” เมื่อเห็นสีหน้าสะเทือนใจของมู่อวี้เฉิง ลู่หมิงก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น
เพราะเฉินจิ่วจิ่ว
มู่อวี้เฉิงถึงได้ทุกข์ทรมานอย่างมาก
มู่อวี้เฉิงมักจะวางตัวสูงส่ง แต่กลับต้องลดตัวลงมาเล่นกับผู้หญิงที่ไร้ค่าคนนี้
เธอคิดว่าเขาเป็นแบบนั้นจริง ๆ หรือ?
“รู้แล้ว ออกไปได้” มู่อวี้เฉิงโบกมือไล่และก้มหน้าอ่านเอกสารต่อ
ลู่หมิงก้มหน้าเล็กน้อยและจากไป
เขาเชื่อว่ามู่อวี้เฉิงจะจัดการทุกอย่างอย่างดีและไม่ปล่อยให้ใครต้องหนักใจ