พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 700 ปล่อยเขาไปไม่ได้
ตอนที่ 700
ปล่อยเขาไปไม่ได้
เฉินจิ่วจิ่วเกือบลืมไปแล้วว่าเธอถูกขังอยู่ที่นี่มานานแค่ไหน
โทรศัพท์มือถือของเธอถูกยึดไป ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกได้
เธอรู้สึกว่าวันเวลามันผ่านไปนานเหลือเกิน แต่ตามจริงแล้วมันสั้นมาก
ลิ่นอวี๋เหยียนไม่ได้ทำร้ายเธอ นอกจากกักบริเวณในบ้านแล้วยังมอบอาหารดี ๆ ให้เธออีกด้วย
แต่เฉินจิ่วจิ่วไม่ยอมกิน เธอรู้สึกว่าลิ่นอวี๋เหยียนแสดงออกชัดเจนว่าเกลียดชังเธอมาก
เธอคิดว่าต่อให้พวกเขาจะรู้เรื่องนี้แล้ว แต่มู่อวี้เฉิงกับลิ่นอวี๋เหยียนก็จะยังรักใคร่เธอ
คิดว่าลิ่นอวี๋เหยียนกับมู่อวี้เฉิงจะมาเป็นผู้ช่วยชีวิตเธอในตอนสุดท้าย
แต่กลับนึกไม่ถึงว่ามู่อวี้เฉิงกับลิ่นอวี๋เหยียนจะรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่เริ่มแรก
มีเพียงเธอเท่านั้นที่จมอยู่ในความมืดมิด
ทว่าเฉินจิ่วจิ่วยังคงเพ้อฝัน
มู่อวี้เฉิงจะต้องมาช่วยเหลือเธอ
เธอเชื่อว่ามู่อวี้เฉิงรักเธอ
ดวงตาของคนเราไม่สามารถหลอกลวงกันได้
เฉินจิ่วจิ่วรออยู่ที่นี่มาเป็นเวลานาน เธอหิวโซมากจนไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่ ทำได้แค่หวังลม ๆ แล้ง ๆ กับภาพลวงตา
ทันใดนั้นบานประตูที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดออก
มู่อวี้เฉิงเดินเข้ามาพร้อมกับแสงสว่าง
เฉินจิ่วจิ่วยิ้มกว้างทันที
เธอคลานเข้าไปหาเขา “อวี้เฉิง พี่อวี้เฉิง ในที่สุดพี่ก็มาช่วยฉันแล้ว พี่รู้มั้ยว่าฉันอดทนรอคอยพี่มากจริง ๆ”
เฉินจิ่วจิ่วไม่ได้อาบน้ำมาสองวันแล้ว ผมเผ้าของเธอยุ่งเหยิงและร่างกายก็ส่งกลิ่นเหม็นออกมา
เธอพยายามแสดงสีหน้าให้อีกฝ่ายรู้สึกสงสาร
โดยไม่รู้เลยว่ามันน่าเวทนาในสายตาของคนอื่นขนาดไหน
มันทำให้เขารู้สึกขยะแขยงมากขึ้นกว่าเดิม
มู่อวี้เฉิงก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ทำให้เฉินจิ่วจิ่วไม่สามารถแตะต้องชายกางเกงของเขาได้
หลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มใหญ่เดินเข้ามา
สีหน้าของเฉินจิ่วจิ่วเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เธอจ้องมองมู่อวี้เฉิงด้วยความเจ็บปวด “พี่อวี้เฉิง ทำไมทำแบบนี้ล่ะ? ก็เห็นกันอยู่ว่าพี่รักฉัน ได้โปรดช่วยฉันด้วยนะ ฉันไม่อยากไปกับพวกเขา”
เฉินจิ่วจิ่วยังคงคิดเพ้อฝันไปไกลเมื่อเห็นมู่อวี้เฉิงเดินเข้ามา
แต่เมื่อเธอเห็นกลุ่มตำรวจที่ยืนอยู่ข้างหลังมู่อวี้เฉิง ความหวังของเธอก็พังทลายลง
ทำไม ทำไมมันถึงกลายมาเป็นแบบนี้
มู่อวี้เฉิงไม่ได้มาช่วยเธอหรอกเหรอ?
เฉินจิ่วจิ่วรู้สึกว่าเธอกำลังจะแตกสลาย เรื่องเพ้อฝันในใจทำให้เธอกำลังเป็นบ้า
มู่อวี้เฉิงควรจะเป็นของเธอ
ไม่ใช่ของคนอื่น
เฉินจิ่วจิ่วคิดแบบนั้นและดวงตาของเธอก็ดูดุร้ายขึ้นทันที
เธอหยิบมีดที่เตรียมเอาไว้มานานแล้วมาจากชั้นวางของและยกขึ้นมาจ่อคอตัวเอง
“มู่อวี้เฉิง ถ้าวันนี้พี่ไม่บอกรักฉัน ฉันจะฆ่าตัวตายต่อหน้าพี่เลยคอยดูเถอะ!” เฉินจิ่วจิ่วมองดูมู่อวี้เฉิงทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า
เธอไม่เชื่อ
แม้ว่าเธอจะทำแบบนี้ต่อหน้ามู่อวี้เฉิง แต่มู่อวี้เฉิงก็ยังคงยืนนิ่ง
“เฉินจิ่วจิ่ว อย่าหลอกตัวเองอีกเลย ชีวิตของเธอไร้ค่าสำหรับฉัน ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้หรอก” มู่อวี้เฉิงมองเฉินจิ่วจิ่วด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะหันหลังกลับและเดินจากไป
ขณะที่เฉินจิ่วจิ่วกำลังตกตะลึง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็บุกเข้าไปปราบปรามเฉินจิ่วจิ่ว
จากนั้นก็ใส่กุญแจมือเฉินจิ่วจิ่ว
เฉินจิ่วจิ่วร้องตะโกนไล่ตามหลังมู่อวี้เฉิง “ทำไมพี่ไม่รักฉัน ฉันอายุน้อยกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งเยอะ ฉันทำให้พี่มีความสุขได้มากกว่าเธอ พี่ควรเป็นของฉัน!”
“ฮะ” มู่อวี้เฉิงแสยะยิ้มด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
“ยังจะกล้าเปรียบเทียบอีกเหรอ? คู่ควรแล้วหรือไง?” ดวงตาของมู่อวี้เฉิงเย็นชา
คำพูดของเขาเหมือนกับดาบยาวที่แทงทะลุหัวใจของเฉินจิ่วจิ่ว
เฉินจิ่วจิ่วทรุดตัวลงราวกับไม่มีเรี่ยวแรงหลงเหลืออยู่
เธอมองดูแผ่นหลังของมู่อวี้เฉิงอย่างลุ่มหลงแล้วคลี่ยิ้มเบา ๆ “พี่เป็นของฉัน พี่เป็นของฉัน…”
เฉินจิ่วจิ่วเอาแต่พูดแบบนั้นซ้ำ ๆ ราวกับเธอเสียสติไปแล้ว
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เธอทำเรื่องที่ผิดมหันต์และยังต้องชดใช้สิ่งที่กระทำลงไป
…
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังนั่งอ่านข่าวเกี่ยวกับมู่กรุ๊ปอยู่ในบริษัท จากนั้นเธอก็เข้าใจได้คร่าว ๆ ว่าพวกมู่อวี้เฉิงทำอะไรลงไป
เป็นเธอเองที่เข้าใจเขาผิด
แม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้ดีว่าเรื่องที่เกี่ยวกับศุลกากรค่อนข้างร้ายแรง และมู่อวี้เฉิงก็ปิดบังมันเอาไว้จากเธอ
คนที่ทำเรื่องพรรค์นี้ได้คงจะมีแต่พวกนอกรีตเท่านั้น
มู่อวี้เฉิงคงไม่อยากให้เธอเข้าไปเสี่ยง
ไม่เพียงแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเท่านั้น แต่ลู่ซีจวี๋กับ อินอวี่โหรวก็ยังเห็นข่าวนี้ด้วย
อินอวี่โหรวรู้สึกละอายใจอย่างมากที่เข้าใจมู่อวี้เฉิงผิด “กะ กลายเป็นว่าคุณมู่ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิดสักหน่อย”
“เขาเก่งจริง ๆ เล่นซะทุกคนเชื่อสนิทใจเลย” น้ำเสียงของลู่ซีจวี๋ฟังดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
หากไม่ได้กำหนดเป้าหมายไปที่มู่อวี้เฉิง ลู่ซีจวี๋ก็คงจะไม่โทรศัพท์ตามจี้หรานกลับมา
นึกไม่ถึงว่ามันจะเป็นความเข้าใจผิด
“ซีจวี๋ เกิดอะไรขึ้น? ไม่มีความสุขเหรอที่เหมี่ยวเหมี่ยวกับคุณมู่เลิกเข้าใจผิดกันแล้ว? หรือว่าคุณยังสนใจเหมี่ยวเหมี่ยว…” อินอวี่โหรวขมวดคิ้ว แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ ลู่ซีจวี๋ก็รีบจูบปิดปากเธอเสียก่อน
อินอวี่โหรวพยายามผลักไสเขาออกไป
ลู่ซีจวี๋พยายามจะจูบเธออีกครั้ง แต่อินอวี่โหรวกลับปิดปากแน่น
เธอไม่รู้จะพูดอย่างไรเมื่อเห็นว่าลู่ซีจวี๋ยังคงมีความรู้สึกต่อถงเหมี่ยวเหมี่ยว
อาจจะแค่รู้สึกไม่สบายใจ
หากเป็นคนอื่น เธอคงจะตำหนิหรือพูดจาถากถางไปแล้ว
แต่สำหรับถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอทำแบบนั้นไม่ได้
หากต้องพ่ายแพ้ให้กับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เธอก็คงจะพูดได้ว่าทักษะของเธอไม่ดีเท่าอีกฝ่ายจริง ๆ
“อวี่โหรว ผมไม่อนุญาตให้คุณพูดจาเหลวไหลหรือคิดไปไกลอีก” ลู่ซีจวี๋รู้ว่าอินอวี่โหรวกำลังอารมณ์เสีย
แต่เขาไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น
ถึงอย่างนั้นมันเป็นความผิดของเขาเหมือนกันที่ทำให้อินอวี่โหรวรู้สึกไม่มั่นคง
หนำซ้ำเขายังพูดเป็นนัยให้เธอรู้สึกอย่างนั้น
“ฉันไม่ได้พูดจาเหลวไหลสักหน่อย ซีจวี๋ ถ้าคุณชอบเหมี่ยวเหมี่ยวจริง ๆ ก็ไม่ต้องฝืนตัวเองมาอยู่กับฉันหรอก” อินอวี่โหรวพูดเสียงแผ่วด้วยความน้อยใจ
ลู่ซีจวี๋โกรธเธอแทบบ้า เขาอยากจะเจาะลึกเข้าไปในหัวสมองของอินอวี่โหรวจริง ๆ แล้วดูว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
เขาจับไหล่อินอวี่โหรวแล้วหมุนให้เธอหันกลับมามองเขา
เขาคงต้องพูดอะไรจริงจังสักหน่อย
แต่เมื่อเขาเห็นดวงตาแดงก่ำของอินอวี่โหรว ลู่ซีจวี๋ก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่สามารถใช้ถ้อยคำรุนแรงได้
ลู่ซีจวี๋จึงทำได้แค่ถอนหายใจและจูบอินอวี่โหรวจากด้านข้าง “อวี่โหรว ผมทำเพื่อคุณขนาดนี้ คุณยังสงสัยในความรู้สึกของผมอีกเหรอ?”
เขาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
“แต่ แต่การกระทำของคุณชวนให้ฉันเข้าใจผิดจริง ๆ นี่” อินอวี่โหรวพึมพำ
จะตำหนิเธอไม่ได้นะ
“งั้นผมจะบอกความจริงให้ ตอนที่ผมตามจีบคุณก่อนหน้านี้ มู่อวี้เฉิงชอบพูดจาดูถูกเหน็บแนมผม พอเขาทำแบบนั้นบ้าง ผมก็เลยปล่อยเขาไปไม่ได้” ลู่ซีจวี๋สูดลมหายใจเบา ๆ
เขาไม่บอกอินอวี่โหรวเพราะไม่อยากให้เธอรู้สึกว่าเขาเจ้าคิดเจ้าแค้น
อินอวี่โหรวรับฟังและอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ นึกไม่ถึงว่า ลู่ซีจวี๋จะทำอะไรมากมายเพราะเหตุผลเด็ก ๆ แค่นี้
ดูเหมือนว่าเธอกำลังเรียนรู้อีกด้านหนึ่งของลู่ซีจวี๋
“อย่าหัวเราะสิ” ลู่ซีจวี๋รู้สึกว่าเขากำลังถูกหัวเราะเยาะ เขาจึงพยายามทำหน้าตาเคร่งขรึมเพื่อทำให้อินอวี่โหรวที่กำลังหัวเราะอยู่รู้สึกกลัว