พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 701 ฉันคิดถึงคุณ
ตอนที่ 701
ฉันคิดถึงคุณ
นับตั้งแต่ลู่ซีจวี๋ไล่ตามจีบอินอวี่โหรว ความสง่างามที่เขาเคยมีก็ถูกทำลายย่อยยับต่อหน้าอินอวี่โหรวไปนานแล้ว
ลู่ซีจวี๋ไม่พูดยังจะดีกว่า
เพราะยิ่งพูดมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งหัวเราะมากเท่านั้น
“หัวเราะอะไร?” ลู่ซีจวี๋ค่อย ๆ ลดระดับน้ำเสียงลง
อินอวี่โหรวรู้สึกถึงภัยคุกคาม
เธออยากจะหยุดหัวเราะแต่เธอควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำได้เพียงวิ่งหนีออกไป
เธอยิ้มและวิ่งออกไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็ถูกลู่ซีจวี๋อุ้มขึ้นมา
จากนั้นเขาก็เปิดประตูห้องนั่งเล่นและโยนอินอวี่โหรวเข้าไป
ส่วนเหตุการณ์ลำดับต่อไปไม่ต้องเล่าก็น่าจะเข้าใจชัดเจน
อินอวี่โหรวนวดสะโพกที่ปวดรวดร้าว พลางคิดเสียใจว่าหลังจากนี้เธอคงไม่สามารถหัวเราะเยาะต่อหน้าลู่ซีจวี๋ได้อีก
รอให้เขาไม่อยู่ต่อหน้าก่อนค่อยหัวเราะเยาะเจ้าเด็กวายร้ายอีกที
ยิ่งเธอรู้จักลู่ซีจวี๋มากขึ้นเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้น่ารักจังนะ?
…
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลิกงานแล้วและกำลังเก็บข้าวของ จากนั้นเธอก็เห็นว่าจี้หรานส่งข้อความมาชวนเธอไปกินข้าวเย็น
จี้หรานเพิ่งมีปัญหากับที่บ้านจึงไม่ค่อยออกมาพบปะ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ในสายตาของเธอ จี้หรานเป็นเพียงแค่เด็กที่เอาแต่ใจ
เธอไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับจี้หราน
ดังนั้นเมื่อจี้หรานบอกว่าเขาอยากเลี้ยงข้าวเย็น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตอบตกลงทันที
จี้หรานรีบจองห้องอาหารส่วนตัว
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกมาจากประตูบริษัท รถยนต์ของจี้หรานก็จอดอยู่ด้านหน้าแล้ว
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว” วันนี้จี้หรานไม่ได้สวมเสื้อผ้าที่เป็นทางการ เขาสวมชุดลำลองซึ่งทำให้เขาดูหล่อเหลาและอ่อนเยาว์มาก
บรรดาสาว ๆ ที่เดินผ่านไปมาต่างเหลียวมองจี้หราน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินไปตบไหล่จี้หรานเบา ๆ จากนั้น จี้หรานก็ช่วยเปิดประตูรถให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ร้านอาหารที่จี้หรานจองไว้อยู่ไม่ไกลจากบริษัทของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ยากนักที่จี้หรานจะไม่พูดอะไร
จนกระทั่งมาถึงห้องอาหารส่วนตัวและสั่งอาหารจานโปรดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว จี้หรานก็อดพูดขึ้นไม่ได้ว่า “พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ผมมีเรื่องจะถาม”
จี้หรานพูดบอกด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไม่สบายใจเล็กน้อย
“จะถามอะไรก็ถามสิ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกสงสัยอย่างมาก นับตั้งแต่จี้หรานขึ้นรถมาจนถึงตอนนี้ เธอก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
โดยปกติแล้วจี้หรานจะไม่ทำตัวเกรงใจมากนัก
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว สามีพี่คือประธานมู่กรุ๊ปที่เพิ่งมีข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ใช่มั้ย?” จี้หรานกลืนน้ำลายด้วยสีหน้าหวาดผวาเล็กน้อย
“ใช่ ทำไมเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว งั้นบอกผมทีว่าก่อนหน้านี้ผมไปทำพฤติกรรมแบบนั้น เขาจะไม่ส่งคนมาฆ่าผมเอาเหรอ” จี้หรานพูดพร้อมกับตัวสั่นเครือ
ในงานเลี้ยงประมูลภาพวาดก่อนหน้านี้ เขาเห็นแล้วว่ามู่อวี้เฉิงร่ำรวย
แต่ใครจะรู้ว่าเขายืนอยู่บนจุดสูงสุดของเมือง
เขาไม่ใช่คนที่จะรุกรานได้
สำหรับมู่อวี้เฉิง เขาอาจจะเป็นมดตัวน้อยที่สามารถถูกทับให้ตายได้ง่าย ๆ
“ไม่หรอก เขาไม่ใช่คนไร้เหตุผล” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างใจเย็น
ในตอนนั้นเองจี้หรานก็ตระหนักได้ว่าเขาเพิ่งรู้ตัวช้าไปไหม
“ใช่ พี่เหมี่ยวเหมี่ยวเป็นแบ็คอัพผมอยู่ เขาไม่กล้าทำอะไรผมหรอก!” จี้หรานมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ไม่ต้องห่วง เขาไม่มาเถียงกับนายหรอก” มู่อวี้เฉิงคง จะไม่มาเถียงกับเด็กหรอก
“หวังว่าจะอย่างนั้นนะ ผมเห็นจากข่าวว่าตำรวจต้องการตัวผู้หญิงคนนั้นด้วย ผมเพิ่งรู้ว่าผมเข้าใจผิดไป ถ้าผมไปขอโทษเขาตอนนี้ โทษการตายของผมจะน้อยลงมั้ย?” จี้หรานยังคงไม่สบายใจ
มู่อวี้เฉิงเป็นคนเบื้องสูงที่เขาไม่สามารถรุกรานได้
“ไม่เป็นไร กินข้าวเถอะ หยุดพูดไร้สาระสักที” บังเอิญว่าพนักงานนำอาหารเข้ามาเสิร์ฟพอดี
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกตะเกียบขึ้นมาคีบผักใส่ลงไปในถ้วยของจี้หราน
จี้หรานมองดูอาหารตรงหน้าด้วยสีหน้าขมขื่นทันที “พี่เหมี่ยวเหมี่ยว พี่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบกินผักชี ทำไมคีบผักชีมาใส่ถ้วยผมเยอะขนาดนี้ล่ะ?”
ผักชีเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยงที่สุดในโลก
“เด็ก ๆ จะจุกจิกเรื่องการกินไม่ได้ กินไปซะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเขกหัวจี้หราน
จี้หรานมองดูผักชีในถ้วยด้วยความเกลียดชัง จากนั้น ก็หลับตาลงและกินผักชี
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเขากินผักชีแล้วเผลอหัวเราะออกมา
จากนั้นจี้หรานก็ก้มหน้ากินข้าวในถ้วย
อาหารทุกจานที่จี้หรานสั่งคืออาหารจานโปรดของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เนื่องจากจี้หรานเชื่อฟัง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงรู้สึกสบายใจในการกินอาหารครั้งนี้ด้วย
จี้หรานจะกล้าไม่เชื่อฟังเหรอ?
เขากลัวว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่มีความสุข เขาจึงคีบผักชีใส่ถ้วยตัวเอง
ทว่าเขากลับต้านความน่าพะอืดพะอมไม่ไหว
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว จี้หรานก็ไปส่ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่คอนโดมีเนียม
แต่ทันทีที่เข้ามาถึงปากประตูคอนโดมีเนียมของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาก็เห็นรถโรลส์รอยซ์จอดอยู่
จี้หรานมองดูรถยนต์คันดังกล่าวด้วยดวงตาเบิกกว้าง
เขามองไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดว่า “พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ผมกลัวคุณมู่จะฆ่าผม ผมขอตัวก่อนนะ พี่กลับเข้าบ้านดี ๆ ล่ะ”
จี้หรานพูดแล้วรีบขับรถยนต์ออกไปจริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูรถยนต์ของเขาที่เคลื่อนตัวออกไป
ไม่ใช่ว่าเธอไม่เข้าใจความกลัวของจี้หราน
แต่มู่อวี้เฉิงไม่ใช่หายนะสักหน่อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสร้งทำเป็นไม่เห็นรถยนต์และเดินเข้าไปโดยไม่หันมามอง
ใครจะรู้ว่ามือใหญ่จะเอื้อมออกมาจากรถยนต์และดึง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปในรถ
หลังจากนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถูกกดลงบนเบาะนุ่ม
ภายใต้ความมืดมิด โครงหน้าเฉียบคมก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยว
หลายวันที่ผ่านมามู่อวี้เฉิงเหนื่อยมากและไม่สามารถพักผ่อนได้เต็มที่ ใต้ตาของเขาจึงกลายเป็นสีคล้ำ
“ไม่เจอกันตั้งหลายวัน คุณไม่คิดถึงผมเลย แถมยังออกไปกะหนุงกะหนิงกับคนอื่นอีก เหมี่ยวเหมี่ยว ผมจะลงโทษคุณยังไงดี? ฮะ?” มู่อวี้เฉิงพูดด้วยน้ำเสียงโศกเศร้าและจูบซับคางของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา มู่อวี้เฉิงไม่ได้ติดต่อมาหา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพราะกลัวว่าเฉินจิ่วจิ่วจะสังเกตเห็นและแผนการจะล้มเหลว
ไม่มีการส่งข้อความ ไม่มีการโทรหา และไม่ได้ออกมาเจอหน้า
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่มาตามหาเขาเลย
เขาเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้เจ็บปวดแม้แต่น้อย
และถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังใช้ชีวิตอิสระ เรียบง่าย ราวกับว่าเขาไม่มีตัวตน
“ลุกขึ้น” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวผลักเขาออก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่คิดถึงได้อย่างไร?
เพียงแต่เธอแค่แสร้งทำเป็นสบายดี
“ไม่ จนกว่าคุณบอกว่าคุณคิดถึงผม” มู่อวี้เฉิงลูบไล้ลำคอสวย
“ก็ได้ ฉันคิดถึงคุณ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดบอกโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
มู่อวี้เฉิงจับหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้หันมาเผชิญหน้ากันและพูดอย่างก้าวร้าวว่า “เหมี่ยวเหมี่ยว คุณแค่พูดส่งเดช! ผมอยากให้คุณพูดมันออกมาจากใจจริง”
เมื่อหวนนึกถึงรายละเอียดต่าง ๆ มู่อวี้เฉิงก็รู้สึกว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้รักเขาจริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองสันกรามของมู่อวี้เฉิง
เธอยกมือขึ้นและร่ายนิ้วไปตามแก้มของมู่อวี้เฉิงเบา ๆ จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “อวี้เฉิง ฉันคิดถึงคุณ”
มู่อวี้เฉิงชะงัก ใครจะทนกับท่าทางแบบนี้ได้?
เขาโน้มตัวลงไปจูบถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างดุเดือด การเคลื่อนไหวของเขาหนักหน่วงมากราวกับว่าเขาต้องการร่วมร่างกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ผลักไสและโอบวงแขนรอบคอ มู่อวี้เฉิง
แม้ว่าพื้นที่จะเล็กแต่บรรยากาศข้างในกลับร้อนระอุ