พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 702 ไม่มีวันปล่อยมือไปอีกในชีวิตนี้
ตอนที่ 702
ไม่มีวันปล่อยมือไปอีกในชีวิตนี้
บรรยากาศเริ่มร้อนระอุขึ้นจนบางสิ่งบางอย่างเริ่มอยู่เหนือการควบคุม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวผลักมู่อวี้เฉิงออก “แถวนี้คนเดินผ่านไปผ่านมากันเรื่อย อย่าเพิ่งเลย”
มู่อวี้เฉิงจูบคอเธอเบา ๆ “ก็ได้”
เขาหยุดการกระทำ อุ้มถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นมา ปิดประตูรถยนต์และเดินเข้าไปในคอนโด
แม้ว่าเขาจะอยากทำมากและความอัดอั้นกำลังจะระเบิดออกมา แต่ถ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต้องการ เขาก็จะไม่บีบบังคับเธอ
จนกระทั่งมาถึงหน้าประตูห้อง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หยิบกุญแจออกมาไขประตู
บานประตูถูกเปิดออกแล้วแต่ไฟยังคงมืดสนิท ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถูกมู่อวี้เฉิงโยนลงไปบนโซฟาทันที
หลังจากนั้นมู่อวี้เฉิงก็ขึ้นคร่อมและกดถงเหมี่ยวเหมี่ยวลงอย่างแน่นหนา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกทับแน่นจนแทบจะหายใจไม่ออก
แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้เจอเธอมานานแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กลั้นใจเอาไว้ชั่วคราว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ดิ้นรนมากเกินไป และเหตุการณ์ต่อไปก็เป็นไปตามธรรมชาติ
ดูเหมือนว่าเขาจะต้องการชดเชยทุกช่วงเวลาที่ขาดหายไปก่อนหน้านี้
การเคลื่อนไหวหนักหน่วงมาก
ในตอนแรกถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังพอทนได้
แต่ต่อมาสิ่งเดียวที่เธอทำได้คือคว้าไหล่มู่อวี้เฉิงและ ส่งเสียงร้องอันแหบแห้ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเผลอสลบไปในบางครั้ง แต่เมื่อเธอตื่นขึ้นมาเธอกลับพบว่ามู่อวี้เฉิงยังไม่หยุดเคลื่อนไหว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดเสียดายว่าเธอไม่น่าตามใจเขาเลย
ทั้งหมดนี้มันอะไรกัน?
กว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะตื่นขึ้นมาก็เกือบเย็นแล้ว
พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าและท้องฟ้าก็ถูกย้อมเป็นสีแดง
เธอหลับไปนานขนาดนี้ได้ยังไง?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามลุกขึ้นแต่ความเจ็บปวดบนร่างกายทำให้เธอถึงกับซู้ดปาก
“เหมี่ยวเหมี่ยว ตื่นแล้วเหรอ? หิวมั้ย?” ขณะเดียวกัน มู่อวี้เฉิงเดินเข้ามาจากด้านนอก
แม้ว่าจะไม่ได้นอนมาตลอดทั้งคืนแต่มู่อวี้เฉิงกลับไม่ได้ดูเหนื่อยล้าเลย เขาดูแจ่มใสและอารมณ์ดีกว่าเมื่อคืนนี้มาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องเขม็งไปทางผู้กระทำผิด
มู่อวี้เฉิงรู้ว่าเมื่อคืนนี้เขาทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ
เขาเพียงกอดถงเหมี่ยวเหมี่ยวไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวังและพูดง้อเธอ “เหมี่ยวเหมี่ยว ขอโทษนะ เมื่อคืนผมผิดเอง ก็คุณมีเสน่ห์ขนาดนี้ ผมอดใจไม่ไหวหรอก”
ในเมื่อเหตุการณ์มันผ่านไปแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก
มันเป็นผลมาจากการให้ท้ายของเธอไม่ใช่เหรอ?
นอกจากนี้เธอไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจอะไร ค่อนข้างสบายใจมากกว่า
แต่คงจะดีไม่น้อยถ้ามู่อวี้เฉิงมีความยับยั้งชั่งใจมากกว่านี้
เธอยกแขนโอบรอบคอมู่อวี้เฉิง “อุ้มฉันไปแปรงฟันหน่อยสิ”
“อืม” มู่อวี้เฉิงอุ้มถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปแปรงฟันในห้องน้ำ
และยังล้างหน้าให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างรอบคอบ
“ไปกินอะไรหน่อยมั้ย?” มู่อวี้เฉิงเตรียมของกินเอาไว้ให้แล้ว
แค่รอให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นนอนเท่านั้น
“มีอะไรบ้าง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกะพริบตา
ตอนนี้ไม่ใช่เวลากินอาหารเช้าแล้ว
จะบอกว่ามื้อเที่ยงก็คงจะไม่เหมาะ
เรียกว่ามื้อเย็นเถอะ
“ผมทำโจ๊กทะเลเอาไว้ ตอนนี้คุณกินอะไรเผ็ดเกินไม่ได้ มันไม่ดีต่อสุขภาพ เข้าใจมั้ย” มู่อวี้เฉิงก้มลงไปจูบหน้าผากเธอเบา ๆ
มู่อวี้เฉิงอุ้มถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปนั่งลงบนเก้าอี้
จากนั้นเขาก็เดินไปหยิบถ้วยสะอาดสองใบมา
ตักโจ๊กใส่ถ้วยให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ป้อนฉันหน่อยสิ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดออดอ้อน
ยากนักที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะแสดงท่าทางแบบนี้ มันช่างน่ารักมากเสียจริง ๆ
แน่นอนว่ามู่อวี้เฉิงตอบรับคำขอร้องของเธอทั้งหมด
จนกระทั่งโจ๊กคายความร้อน มู่อวี้เฉิงก็อุ้ม ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นมานั่งบนตัก
เขากอดถงเหมี่ยวเหมี่ยวไว้ในอ้อมแขนเหมือนกับเด็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบเขยิบตัวออก “นี่ แค่ป้อนข้าวไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้”
“แต่ผมอยากทำไง เหมี่ยวเหมี่ยว” มู่อวี้เฉิงจูบติ่งหู ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเธอทำให้มู่อวี้เฉิงมีความสุขเสมอ
เสียงน่าดึงดูดดังชัดเจนในรูหูของเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหน้าแดงเล็กน้อย จากนั้นจึงก้มหน้าลงและไม่พูดอะไรอีก
มู่อวี้เฉิงคลี่ยิ้ม เป่าโจ๊กในช้อนให้เย็นลงและป้อนโจ๊กให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ในตอนแรกถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอายมาก
แต่ระหว่างนั้น เธอก็เพลิดเพลินไปกับการกินโจ๊ก
ไม่เห็นต้องรู้สึกผิดเลย
ใครใช้ให้มู่อวี้เฉิงทรมานเธอตลอดทั้งคืนล่ะ?
แถมสั่งให้เธอตะโกนร้องเรียกชื่อเขาอย่างไร้ความปรานี
หลังจากกินโจ๊กเสร็จแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้น
ระหว่างกินโจ๊กเธอมักจะรู้สึกว่าเธอหลงลืมอะไรบางอย่างไป
กระทั่งเห็นโทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็นึกขึ้นได้
เมื่อคืนวุ่นวายมาก เธอผล็อยหลับไปโดยที่ลืมตั้งนาฬิกาปลุก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกุมขมับ แม้ว่าเธอจะเป็นผู้จัดการบริษัท แต่เธอก็ไม่สามารถขาดงานโดยไม่มีเหตุผลได้
พอเห็นเธอกุมโทรศัพท์มือถือเอาไว้ มู่อวี้เฉิงก็คาดเดาได้ว่าเธอกำลังคิดอะไร “ผมลางานให้คุณแล้ว”
“งั้นเหรอ รุ่นพี่ให้ลามั้ย?” หลังจากเกิดเรื่องเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ลางานทันที
มันยากจริง ๆ ที่จะไม่ทำให้คนอื่นสงสัย
“ลู่ซีจวี๋จะไม่กล้าให้ลาได้ยังไง?” มู่อวี้เฉิงพูดอย่างเย็นชา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เขาเป็นเจ้านายของฉัน อย่าพูดแบบนั้นสิ”
“คุณลาออกมาแล้วมาทำงานที่มู่กรุ๊ปเถอะ จะได้เข้างานและเลิกงานตอนไหนก็ได้ ไม่มีใครกล้าบ่นอะไรคุณหรอก” จนถึงตอนนี้มู่อวี้เฉิงก็ยังไม่ยอมแพ้ที่จะลักพาตัวถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปอยู่กับมู่กรุ๊ป
หากถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปทำงานในมู่กรุ๊ปจริง ๆ เขาก็จะได้เจอหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวทุกวันทุกเวลา
“ไอหยา เข้าไปทำตำแหน่งไหนดีล่ะ” เขารู้ว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เห็นด้วยจึงถามออกมาแบบนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รังเกียจที่จะเล่นกับเขา
“ก็ตำแหน่งเมียท่านประธานไง ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงสนใจมั้ยล่ะครับ?” มู่อวี้เฉิงยกยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“โทษทีนะคะ แต่ฉันว่าคงไม่ไหวหรอก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยักไหล่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ใช่ดอกไม้ในแจกัน เธอมีแรงบันดาลใจและความคิดเป็นของตัวเอง
ก่อนหน้านี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำงานเพราะชีวิตบีบบังคับ
แต่ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตระหนักถึงความสุขในการทำงาน
เธออยากจะพึ่งพาตัวเอง
แม้ว่ามู่อวี้เฉิงจะรักเธอ แต่เธอก็ไม่สามารถใช้เงินเขาได้อย่างสุรุ่ยสุร่าย
นี่จึงเป็นหนึ่งเหตุผลที่เธอชอบทำงาน
ต่อให้เธอเข้าไปทำงานกับมู่อวี้เฉิง เขาก็ไม่มีทางปฏิบัติต่อเธออย่างเลวร้าย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะมีชีวิตเหมือนปลาที่ได้แต่นั่งกินนอนกิน
ถึงอย่างนั้นมู่อวี้เฉิงก็จะไม่รังเกียจเธอ
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากเป็นอย่างนั้น
เธอเคยคิดว่าไม่มีใครที่จะสามารถพึ่งพาได้
การทำงานหาเงินด้วยตัวเองจึงทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยมากกว่า
ความรู้สึกปลอดภัยที่สามารถหาเงินมาได้ด้วยตัวเองมันแตกต่างจากความรู้สึกปลอดภัยที่มู่อวี้เฉิงนำมาให้อย่างสิ้นเชิง
เพียงเพราะชีวิตดีขึ้นไม่ได้หมายความว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะปล่อยวางทุกอย่างได้
เธอต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งเลวร้ายที่สุดอยู่เสมอ
มู่อวี้เฉิงคาดเดาคำตอบของถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้และไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไร
เขารู้จักถงเหมี่ยวเหมี่ยวดี เธอจะไม่มีวันยอมแพ้ให้กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้
มู่อวี้เฉิงไม่เคยสงสัยความสำคัญของตัวเองในหัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลย
เพราะเขารู้ว่าความรักไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต
บางทีในสายตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอาจจะคิดแบบนี้
แต่ในใจของมู่อวี้เฉิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าคือโลกของเขาทั้งใบ
โลกที่เขาจะไม่มีวันปล่อยมือไปอีกในชีวิตนี้