พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 704 คิดมากไปเอง
ตอนที่ 704
คิดมากไปเอง
“คุณลู่ มีแขกมาพบครับ” ผู้ช่วยเกาเดินเข้ามารายงาน ลู่ซีจวี๋ด้วยสีหน้าซับซ้อน
“ใคร?” ลู่ซีจวี๋ไม่ได้เงยหน้าขึ้น ดังนั้นเขาจึงไม่เห็นสีหน้าของผู้ช่วยเกา
“ถ้าคุณเห็นเดี๋ยวก็รู้ครับ” ผู้ช่วยเกาพูดตอบเสียงแผ่ว
“งั้นก็ให้เข้ามา” ลู่ซีจวี๋เชื่อว่าผู้ช่วยเกาจะไม่มีทางปล่อยให้คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาเด็ดขาด
“ครับคุณลู่” ผู้ช่วยเกาพยักหน้า หันหลังกลับและเดินไปพาคนคนนั้นเข้ามา
คนที่เข้ามาคือสาวสวยขายาวที่มีหุ่นร้อนแรง ใบหน้ามีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของคนต่างชาติ
ลู่ซีจวี๋จำผู้หญิงคนนี้ไม่ได้
แต่ในขณะเดียวกัน ดวงตาของผู้หญิงคนนี้แดงก่ำเล็กน้อยราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มา
“คุณเป็นใคร?” ลู่ซีจวี๋วางเอกสารไว้ด้านข้างและจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา
“ฉัน ฉันเป็นเพื่อนของเซเรน่า คุณรู้มั้ยว่าตอนนี้สภาพจิตใจของเซเรน่าย่ำแย่มาก ฉันไปเยี่ยมเธอเธอก็เอาแต่ร้องเรียกชื่อคุณ ทำไมคุณถึงได้ใจร้ายใจดำขนาดนี้ เธอรักคุณมากขนาดไหน แต่คุณไม่แม้แต่จะเหลียวมองเธอเลย!” หญิงสาวชี้นิ้วไปทางลู่ซีจวี๋และต่อว่าเขาด้วยความโกรธจัด
ผู้ช่วยเการีบเดินออกไปและปิดประตูลงทันที
ลู่ซีจวี๋เงยหน้ามองหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง “ที่ว่ามีสภาพจิตใจย่ำแย่หมายความว่ายังไง?”
“เซเรน่าเสียสติไปแล้ว เธอจำได้แค่คุณ จำพวกคุณสตีเฟนไม่ได้ด้วยซ้ำ หมอบอกว่าถ้าคุณมาหาเธอ อาการของเธออาจจะทุเลาลง คุณจะปล่อยให้ผู้หญิงดี ๆ ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไปเหรอ?” หญิงสาวตวาดแว้ด ๆ
“เธอทำร้ายลูกของฉัน ยังจะมีหน้าให้ฉันไปดูเธออีกเหรอ?” ลู่ซีจวี๋แสดงสีหน้าไร้ความอดทนอย่างยิ่ง
“แต่เซเรน่าโตมากับคุณ คุณก็น่าจะมีน้ำใจต่อกันบ้างมั้ย? ถึงเธอจะทำผิดพลาดไป แต่ตอนนี้เธอก็กำลังชดใช้ความผิดของตัวเองอยู่ เซเรน่ามีคุณอยู่ในใจเสมอ ถือว่าเห็นแก่มิตรภาพในอดีตช่วยไปดูเซเรน่าหน่อยเถอะนะ ตอนนี้เธอไม่ได้แค่เสียสติแต่เธอยังทำร้ายตัวเองด้วย ถ้าอาการไม่ทุเลาลงเธอก็คงจะต้องตายในคุก!”
ยิ่งพูดมากเท่าไหร่หญิงสาวก็ยิ่งตื่นตระหนกมากเท่านั้น
แม้กระทั่งเริ่มร้องไห้
ลู่ซีจวี๋กระชับมือแน่น “คุณพูดจริงเหรอ?”
“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ฉันจะโกหกคุณทำไม? ถ้าคุณไม่เชื่อก็ลองถามคุณสตีเฟนดู” หญิงสาวปาดน้ำตาในขณะที่ไม่เข้าใจว่าทำไมจนป่านนี้แล้วลู่ซีจวี๋ยังไม่เชื่อเธออีก
“เดี๋ยวผมจะลองคิดดู คุณกลับไปก่อนเถอะ” ลู่ซีจวี๋พูดบอกอย่างใจเย็น
“ถ้างั้นก็รีบหน่อยล่ะ อีกสองวันฉันจะบินกลับแล้ว หวังว่าตอนนั้นคุณลู่จะบินกลับไปด้วยกัน” หลังจากพูดจบ หญิงสาวก็เดินออกไป
ลู่ซีจวี๋ขมวดคิ้วแน่น
ท้ายที่สุดเขาไม่สามารถเมินเฉยต่อเซเรน่าได้
แม้ว่าเซเรน่าจะกระทำความผิดมามากมาย แต่ในสายตาของลู่ซีจวี๋ เซเรน่าก็ยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ในความทรงจำของเขาเสมอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเซเรน่าทำร้ายร่างกายตัวเองในคุก
ก่อนหน้านี้เซเรน่าก่ออาชญากรรมและถูกส่งตัวไปคุมขังในต่างประเทศ
เรือนจำในต่างประเทศค่อนข้างโหดร้ายกว่าเรือนจำในประเทศอย่างมาก
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าเซเรน่าอาจจะต้องนอนตายในคุกจริง ๆ
ลู่ซีจวี๋รู้สึกแน่นหน้าอกเล็กน้อย
ในที่สุดเขาก็เลือกที่จะโทรศัพท์หาผู้เฒ่าสตีเฟน
ผู้เฒ่าสตีเฟนบอกลู่ซีจวี๋ว่าเซเรน่ามีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่จริง ๆ
บางครั้งเธอก็มีสติ บางครั้งเธอก็ขาดสติ แต่ไม่ว่าจะตอนไหนความคิดในหัวเพียงอย่างเดียวของเธอก็คือการได้พบกับ ลู่ซีจวี๋
หลังจากผู้เฒ่าสตีเฟนรู้เรื่องนี้ เขาก็รู้สึกทุกข์ใจอย่างมาก
แต่ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรวกำลังเป็นไปด้วยดี
อินอวี่โหรวยังคงเฝ้าคำนึงถึงการมีอยู่ของเซเรน่า
ดังนั้นผู้เฒ่าสตีเฟนจึงไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ลู่ซีจวี๋ฟัง
จะไปพูดถึงเรื่องนี้ทำไมล่ะ?
ในเมื่อที่เซเรน่าเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอทำตัวของเธอเอง
“คุณตา อยากให้ผมไปเยี่ยมน้องมั้ยครับ?” ลู่ซีจวี๋ไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยตัวเองได้
เขากลัวว่าถ้าเกิดอินอวี่โหรวรู้เข้า เธอจะไม่ต้องการเขาอีก
“ถามอะไร แกกับเซเรน่าโตมาด้วยกัน ตาก็ต้องอยากให้แกไปเยี่ยมน้องอยู่แล้ว เซเรน่าเป็นแบบนี้แล้วทำอะไม่ได้หรอก แต่อวี่โหรว…” ผู้เฒ่าสตีเฟนยังคงรู้สึกเศร้าใจอยู่
ไม่รู้ว่าเด็กสองคนนี้จะลงเอยเช่นไร
“ได้ครับคุณตา ผมจะไปเยี่ยม ส่วนอวี่โหรว แค่เก็บไว้เป็นความลับก็พอ” ลู่ซีจวี๋ถอนหายใจเบา ๆ
เขายังคงต้านทานคำขอร้องของผู้เฒ่าสตีเฟนไม่ได้ และไม่สามารถทำตัวเฉยเมยใส่เซเรน่าแบบนี้ได้
หากเขาไม่บอกอินอวี่โหรว อินอวี่โหรวก็คงจะไม่รู้
“แกคิดดีแล้วใช่มั้ย?” ผู้เฒ่าสตีเฟนไม่อยากให้ลู่ซีจวี๋ กับอินอวี่โหรวทะเลาะกันเพราะเรื่องเล็กน้อยเท่านี้
“คิดดีแล้วครับคุณตา ผมจะรีบเตรียมการเดินทางไปให้ไวที่สุด” ลู่ซีจวี๋กดวางสายและเอาหลังลงบนเก้าอี้อย่างอ่อนแรง
หวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะผ่านไปด้วยดี
เพียงแค่ไปเยี่ยมดู อินอวี่โหรวน่าจะเข้าใจเขา
…
หลังจากลู่ซีจวี๋จัดการกับงานในบริษัทเสร็จแล้ว เขาก็บอกอินอวี่โหรวว่าจะกำลังเดินทางไปทำธุรกิจ
“ทำไมจู่ ๆ จะเดินทางไปทำธุรกิจ? จะไปที่ไหนเหรอ?” พวกเขานั่งอยู่ในร้านอาหาร โดยที่อินอวี่โหรวกำลังคีบอาหารใส่ปาก
เธอปริปากถามด้วยความสงสัย
“ไปต่างประเทศน่ะ ต้องไปตรวจสอบที่เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ระหว่างที่ผมไม่อยู่ คุณก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะ” ลู่ซีจวี๋จับมือ อินอวี่โหรวและเขี่ยเล่นไปมา
“ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ ฉันดูแลตัวเองได้” อินอวี่โหรวยิ้ม
“อวี่โหรว ระหว่างที่ผมไม่อยู่ คุณจะคิดถึงผมหรือเปล่า?” ลู่ซีจวี๋พูดพร้อมกับจิ้มปลายจมูกเธอ
ระยะห่างที่น้อยลงกะทันหันทำให้อินอวี่โหรวเขยิบถอยหลัง
เธอกะพริบตาแล้วเขยิบถอยหลัง “คุณทำอะไร เรากินข้าวกันอยู่นะ ที่นี่มีคนตั้งเยอะแยะ”
“คุณจะคิดถึงผมมั้ย?” ลู่ซีจวี๋เขยิบเข้ามาใกล้และกอดเธอไว้ในอ้อมแขน
อินอวี่โหรวรู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อยที่ถูกเขาสัมผัส
อินอวี่โหรวรีบหดคอกลับ “ทำไมวันนี้คุณเกาะติดฉันขนาดนี้?”
“คุณจะคิดถึงผมมั้ย?” ลู่ซีจวี๋ยังคงดื้อดึงอยู่กับคำถามนี้
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะได้คำตอบที่ต้องการ
“คะ คะ คิดถึง โอเคมั้ย?” อินอวี่โหรวโน้มตัวลงไปจูบปลายจมูกเขาเบา ๆ
จากนั้นเธอก็ถูกลู่ซีจวี๋กดลง
อินอวี่โหรวว่ามีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัว เธอจึงรีบผลักลู่ซีจวี๋ออกไป “ลู่ซีจวี๋ จะทำอะไร? ที่นี่มีคนเดินเข้าเดินออกตลอด แค่เดินเข้ามาก็เห็นแล้ว ถ้าคุณทำแบบนี้อีกฉันจะโกรธจริง ๆ ด้วย”
ลู่ซีจวี๋ไม่พูดอะไร เพียงกอดอินอวี่โหรวไว้ในอ้อมแขนและไม่ได้พูดอะไรอีก
ไม่รู้ว่าทำไมลู่ซีจวี๋จึงไม่รู้สึกเต็มใจอยากจะเดินทางออกไปในครั้งนี้
เขารู้สึกราวกับว่าหลังจากนี้เขาจะไม่ได้เห็นอินอวี่โหรวอีกต่อไป
อารมณ์ที่ยากจะอธิบายแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกหวาดกลัว
อินอวี่โหรวเห็นว่าเขาไม่ได้ทำอย่างอื่นนอกจากแค่กอดเธอเอาไว้
เธอจึงปล่อยให้เขากอด
ทว่าอินอวี่โหรวกลับรู้สึกว่าคืนนี้ลู่ซีจวี๋ดูผิดปกติไป
เธอก้มหน้าลงแล้วมองไปที่ลู่ซีจวี๋
คิดอีกครั้ง บางทีเธออาจจะคิดมากไปเอง