พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 721 ขับไล่เขาอีกครั้ง
ตอนที่ 721
ขับไล่เขาอีกครั้ง
“เธอหมายความว่ายังไง มันชัดเจนตั้งแต่แรกแล้ว” ฉินคั่วขมวดคิ้ว เขาไม่เจอผู้หญิงที่ขี้โกงแบบนี้มาก่อน
โดยปกติเขาจะทำตัวแสนดีกับคู่ขา ไม่เคยปฏิบัติอย่างเลวร้าย แล้วทำไมถึงปล่อยเขาไปไม่ได้?
เราทุกคนต่างโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว พูดง่าย ๆ คือถ้าไม่มีเงินก็อย่ามาทำตัวยุ่งยาก
“ฉินคั่ว ไหนคุณบอกจะดูแลฉันไปตลอดชีวิตไง คุณลืมไปแล้วเหรอ?” หวังลี่เริ่มร้องห่มร้องไห้
เพราะฉินคั่วแสนดีมาก เธอจึงไม่อยากปล่อยเขาไป
“เธอไปเชื่ออะไรกับคำพูดบนเตียง? ลาก่อน แค่นี้แหละ เดี๋ยวฉันส่งค่าชดเชยไปให้ เราเลิกกัน” ฉินคั่วพูดแล้วกดวางสาย ก่อนจะเพิ่มชื่อของเธอเข้าไปยังรายการแบล็คลิสต์โดยไม่ลังเล
ผู้หญิงพวกนี้ไม่รู้จักใช้หัวสมองบ้าง เห็นคนรวยเข้าหน่อยก็หลงเพ้อฝันจนลืมสติสตังหมดเลยหรือไง? คิดว่าคนมีเงินเขา จะชายตามองเหรอ?
ต่างจากกู้ชิงผู้แสนดีที่คอยดูแลเขา หากผู้หญิงพวกนั้นพบเขาในฐานะคนแปลกหน้า อย่าว่าแต่ช่วยเหลือเลย เกรงว่าจะถ่มน้ำลายใส่เขาแล้วเดินหนีด้วยซ้ำ
พวกเธอต่างกันราวกับฟ้ากับเหว
เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉินคั่วรู้สึกไม่ดีเขาจะเงยหน้ามองดูกู้ชิง เพียงแค่ได้มองดูเธอ ฉินคั่วก็หายอารมณ์เสียเป็นปลิดทิ้ง
เขาหวังว่าจะได้อยู่กับกู้ชิงตลอดไป
กู้ชิงยังคงนั่งอ่านเอกสารอยู่ ฉินคั่วขึงเดินเข้าไปวางคางบนไหล่ของกู้ชิง “พี่สาว ทำไมไม่พักบ้างล่ะ?”
เสียงทุ้มอันหนักแน่นของชายหนุ่มดังก้องเข้ามาในรูหู
กู้ชิงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยจนผลักหัวของฉินคั่วออกไป “พี่ยังต้องจัดการเอกสารต่อ ถ้านายเหนื่อยก็ไปพักผ่อนเถอะ”
แม้ว่าพวกเขาจะสนิทสนมกัน แต่มากสุดก็แค่จับมือ
เธอถือว่าฉินคั่วเป็นน้องชายของเธอก็จริง แต่กู้ชิงไม่ชอบทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับคนอื่นแบบนี้
“ผมอยากอยู่กับพี่สาวนี่ พี่สาว ผลักผมทำไม? พี่ไม่ชอบผมเหรอ?” ฉินคั่วเม้มปากแสร้งทำสีหน้าเศร้าใจอีกครั้ง
กู้ชิงทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้ฉินคั่วมักจะทำตัวเหมือนเด็กน้อยจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี
เด็กผู้ชายทำตัวขี้งอนจนเป็นนิสัยได้ยังไง?
กู้ชิงคิดไม่ออก
เมื่อไหนก็ตามที่ฉินคั่วทำตัวออดอ้อน กู้ชิงก็จะคอยดูแลเขาเหมือนกับน้องชายแท้ ๆ เธอมักจะทำตัวอ่อนโยนและตอบสนองความต้องการของเขาอยู่เสมอ
“พี่ไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัว ไปนั่งรอบนโซฟาซะ” กู้ชิงขมวดคิ้วแล้วทำเสียงเบื่อหน่าย
“แต่พี่สาว ผมแค่อยากอยู่กับพี่ ผมเป็นคนอื่นเหรอ?” ฉินคั่วเขยิบเข้าไปใกล้และทำตัวออดอ้อนมากกว่าเดิม
ทว่ากู้ชิงยังคงตั้งมั่นผลักไสเขาออกไป “ฉินคั่ว ไปรออยู่ที่นั่นซะ ไม่อย่างงั้นพี่จะโมโหแล้วนะ”
เธอมองดูฉินคั่วด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ฉินคั่วชะงักเล็กน้อย
นี่เป็นครั้งแรกที่กู้ชิงพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบนี้
เขาอ้าปากพะงาบ ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ก่อนจะก้มหัวลงแล้วเดินไปขดตัวนอนอยู่บนโซฟา
เขาเลือกนอนมุมที่กู้ชิงสามารถมองเห็นได้ชัดเจน กู้ชิงมองเห็นท่าทางน้อยอกน้อยใจของเขาแต่ก็ยังเมินเฉย
เธอก้มหน้าลงและตั้งใจอ่านเอกสารอีกครั้ง
ฉินคั่วจึงถูกละทิ้งอย่างสมบูรณ์
ดวงตาของเขามืดมนลง
เขามีลางสังหรณ์ว่าถ้าเขาจากไปจริง ๆ หลังจากนี้กู้ชิงอาจจะไม่มองดูเขาด้วยซ้ำ
แม้จะดูเป็นคนดีมาก แต่แท้จริงแล้วกลับโหดเหี้ยมกว่าใคร ๆ
เธอทำตัวใจดีกับทุกคนก็จริงแต่เธอก็สามารถหันหลังให้ทุกคนได้โดยไม่ลังเล
แน่นอนว่าฉินคั่วคาดเดาได้
หลังจากจัดการกับกองเอกสารเสร็จแล้ว กู้ชิงก็ปิดไฟในห้อง หลับตาลงและผล็อยหลับไป
ฉินคั่วถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังในห้องนั่งเล่น
กู้ชิงไม่ได้คิดอย่างอื่น เพียงรู้สึกว่าฉินคั่วเป็นแค่เด็ก
ในฐานะผู้ปกครอง เธอต้องแสดงอำนาจต่อหน้าฉินคั่ว
ไม่อย่างนั้นก็ลองมองดูตอนนี้สิ ฉินคั่วไม่ได้หวาดกลัวเธอเลย
เฉกเช่นกับเด็กทุกคนที่มักจะแสดงพฤติกรรมนิสัยเสียออกเพื่อให้ได้กินขนมหวาน
เธอไม่สามารถตามใจฉินคั่วได้อีกต่อไปเพราะเกรงว่าเขาจะนิสัยเสีย
ช่วงนี้งานล้นมือมากจนกู้ชิงผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อมองดูแสงไฟสลัว สีหน้าของฉินคั่วก็ซีดเผือดลง
กู้ชิงโหดร้ายมากจริง ๆ เธอทิ้งเขาไปไว้ที่นี่เพียงลำพัง
ฉินคั่วคิดมากอยู่นานจนในที่สุดก็รู้สึกโล่งใจ
ท้ายที่สุดมันเป็นความผิดของเขาเองที่เข้าไปรบกวนการทำงานของกู้ชิง จึงเป็นเรื่องปกติที่กู้ชิงจะโกรธ
ฉินคั่วพยายามปลอบใจตัวเองในใจ
วันรุ่งขึ้น กู้ชิงตื่นขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงดังก๊อกแก๊ก
เธอคิดว่าซ่งโมโม่กลับมาแล้ว
ซ่งโมโม่มักชอบทำอาหารและส่งเสียงดังลั่นบ้านแต่เช้าทุกวัน
เสียงนี้น่าจะเป็นซ่งโมโม่แน่ ๆ
ไม่รู้ว่าเจอหน้าฉินคั่วแล้วจะตกใจไหม
กู้ชิงเดินเข้าไปในห้องครัว แต่แล้วภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอต้องประหลาดใจ
นึกไม่ถึงว่าคนที่ทำอาหารอยู่ในห้องครัวจะเป็นฉินคั่ว
แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ประสบความสำเร็จเพราะกลิ่นเขม่าไหม้ลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัว
เธอเดินเข้าไปหาและเห็นว่าภายในหม้อเต็มไปด้วยของไหม้เกรียม
แม้แต่ฉินคั่วยังเปรอะเปื้อนจนเหมือนแมวลาย
กู้ชิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะแล้วพูดว่า “นายทำอะไรน่ะ? จะลอบวางเพลิงบ้านพี่หรือไง?”
“ผมแค่อยากทำอาหารให้พี่สาว” ฉินคั่วทำหน้าตาบูดบึ้ง
แต่เนื่องจากใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเขม่าควัน กู้ชิงจึงมองไม่ออก
เขาสับสนเป็นอย่างมากว่าทำไมวิธีการของคนอื่นถึงดูง่ายดาย ทั้ง ๆ ที่เขาก็ใช้วัตถุดิบแบบเดียวกัน
ทำไมอาหารของเขาถึงได้ดูแตกต่างออกไป?
ฉินคั่วแอบหงุดหงิดเล็กน้อย
“ถ้าทำอาหารไม่เป็นก็อย่าเข้าครัวเลย ไปนั่งนั่นเถอะ เดี๋ยวพี่ทำเอง” กู้ชิงไม่ได้โกรธเคืองอะไร
เด็ก ๆ กล้าลองทำสิ่งใหม่ย่อมเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ?
ฉินคั่วเริ่มลองทำอาหารด้วยตัวเอง แม้ว่ามันจะล้มเหลวแต่ก็ถือว่ายังเป็นสัญญาณที่ดี
“พี่สาว ผมมันคนไร้ประโยชน์ใช่มั้ย” ฉินคั่วพูดถามเสียงแผ่ว
“ใครบอก ทุกคนก็มีครั้งแรกกันทั้งนั้น ไม่เป็นไรหรอก” กู้ชิงตบไหล่ให้กำลังใจเขาแล้วเข้าไปทำความสะอาดข้าวของที่ยุ่งเหยิงในห้องครัว
เธอเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉง เก็บข้าวของอย่างรวดเร็วและทำอาหารเช้าสำหรับสองคนเสร็จภายในชั่วพริบตา
ฉินคั่วรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเธอทำทุกอย่างเสร็จเร็วมาก แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือรสชาติของอาหารเช้า
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ กู้ชิงก็เงยหน้ามองฉินคั่ว “ทำไมจู่ ๆ คิดจะทำอาหารเช้าล่ะ?”
“ก็ผมทำให้พี่สาวโกรธ” เขาจินตนาการถึงช่วงเวลาที่กู้ชิงบังเอิญมาเจอเขาทำอาหารเช้าด้วยตัวเอง
แต่น่าเสียดายที่มันล้มเหลว
“คิดจะทำอาหารมาง้อพี่เหรอ?” กู้ชิงพยายามระงับเสียงหัวเราะ
เขาคนนี้มักจะดูเก้งก้างเสมอเมื่อต้องแสดงเจตนาดี
“อืม” ฉินคั่วพยักหน้างึกงักแล้วเบือนหน้าหนีราวกับเขินอาย
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพอหาครอบครัวเจอแล้วนายก็จะได้กลับไป” บางครั้งกู้ชิงก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีและฉินคั่วเองก็ไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นี่ตลอดไป
ฉินคั่วควรจะกลับไปอยู่ในที่ที่เขาเคยอยู่
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ฉินคั่วก็กำตะเกียบแน่น กู้ชิงพูดไล่เขาอีกแล้ว
ไล่เขาครั้งแล้วครั้งเล่า
เขารู้ว่ากู้ชิงไม่ได้มีเจตนาร้าย
แต่ความโกรธที่ควบคุมไม่ได้กลับพลุ่งพล่านขึ้นมากลางหน้าอก
เขาอยากจะพาเธอคนนี้กลับไปที่เมืองหนานด้วยกัน อยากจะให้เธอเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว