พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 751 ชอบอยู่ด้วยกัน
ตอนที่ 751 ชอบอยู่ด้วยกัน
ซ่งโมโม่กลอกตามอง ตอนนี้กู้ชิงสบายดีจะพูดอะไรก็ได้ ไม่ตกอยู่สถานการณ์เดียวกันไม่มีวันเข้าใจหรอก
คนทำงานหนักก็ต้องทำงานหนักวันยังค่ำ
ทว่าซ่งโมโม่เพียงคิดในใจ
ไม่กล้าพูดออกไปตรง ๆ
หลังจากย้ายมาอยู่เมืองเป่ย เธอก็ตระหนักได้ว่าประสบการณ์ชีวิตในสาขาย่อยของบริษัทเป็นเพียงแค่รากหญ้า
ทุกคนในเมืองเป่ยร่ำรวยกันมาก
เธอเคยเป็นเด็กฝึกงานและไม่มีเงินมากนัก แม้ว่าตอนนี้จะกลายมาเป็นพนักงานประจำแล้ว แต่ต่อให้อยากซื้อเสื้อผ้าสักสองตัวในเมืองเป่ยก็ยังต้องประหยัดเงิน
เงินเดือนในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อชีวิตประจำวันในเมืองเป่ย
แต่ก่อนยังพอมีเหลือกลับบ้านบ้าง แต่ตอนนี้ไม่มีเงินเหลือเลย
ค่าครองชีพที่นี่แพงมาก แม้ว่าเงินเดือนจะค่อนข้างสูงแต่ก็ยังไม่เพียงพอ
หลังจากหมดเดือนก็เหลือเงินไม่มากแล้ว
ซ่งโมโม่อดคิดไม่ได้ว่าทำไมเธอถึงหาแฟนรวย ๆ อย่าง กู้ชิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวบ้างไม่ได้ล่ะ?
ด้วยวิธีการนี้เธอจะได้ไม่ต้องทำงานหนัก
แค่นั่งกินนอนกินก็มีเงินแล้ว
เธอตกอยู่ในช่วงเวลาลำบากจึงรู้สึกคับข้องใจมากขึ้นเรื่อย ๆ และความคิดดังกล่าวก็เริ่มจุดประกาย
แต่เธอไม่กล้า
คนรวยไม่ได้หลอกได้ง่าย ๆ
แต่พอเห็นกู้ชิงในตอนนี้ ซ่งโมโม่ก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมา
กู้ชิงเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วยังหาแฟนหล่อคอยดูแลได้ดีขนาดนี้ ทำไมเธอจะหาบ้างไม่ได้?
ก็จริงอยู่ที่ว่ากู้ชิงค่อนข้างสวย แต่เธอจงใจปิดบังเรื่องการแต่งงานจากแฟนหนุ่มคนนั้นหรือเปล่า?
ไม่เช่นนั้นคงจะไม่มีทางเป็นไปได้
เธอถือนามบัตรฉินคั่วไว้ในมือแล้วเริ่มคิดแผนการบางอย่าง
พนักงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอคงไม่มีทางเป็นเพื่อนกับคนรวยได้ด้วยซ้ำ
แต่น่าจะเป็นเพื่อนกับฉินคั่วได้
บางทีถ้าเธอเสนอข้อแลกเปลี่ยน โดยบอกฉินคั่วว่ากู้ชิงเคยผ่านการแต่งงานแล้ว
ฉินคั่วก็อาจจะไม่ปฏิเสธ
มันก็แค่การพูดแนะนำตัว
วิธีการง่าย ๆ ใช้เวลาไม่กี่นาที
เมื่อเห็นว่าซ่งโมโม่หัวเราะเสียงดังลั่น กู้ชิงก็ถามเธอ
“หัวเราะอะไรขนาดนั้นน่ะ?”
“ไม่มีอะไร ฉันก็แค่นึกถึงมุกตลกบนอินเทอร์เน็ตน่ะ มันตลกมาก” ซ่งโมโม่ส่ายหัว
หลังจากพูดเช่นนั้น กู้ชิงก็ไม่ได้ถามอะไรอีก
จากนั้นพวกเธอก็เดินเข้าไปในบ้าน โชคดีที่ซ่งโมโม่กลับมาก่อนเพราะเธอมักจะใส่ใจสุขอนามัยเป็นอย่างดี และคอยทำความสะอาดอพาร์ตเมนต์
ประจวบเหมาะกับว่ากู้ชิงมีเหงื่อท่วมตัว เธอจึงวางแผนจะเข้าไปอาบน้ำและออกมาเปิดเครื่องปรับอากาศ
มันร้อนมาก
แต่ทันทีที่ถอดเสื้อผ้าและเดินเข้าไปในห้องน้ำ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
โทรศัพท์วางอยู่บนเตียง กู้ชิงจึงไม่ได้ใส่ใจเสียงเรียกเข้า
เธอเพียงต้องการเข้าไปอาบน้ำก่อน เสร็จแล้วค่อยออกมารับโทรศัพท์
แต่กลับนึกไม่ถึงว่าสายเรียกเข้าจะดังขึ้นตั้งแต่เธอเริ่มอาบน้ำจนจบ
กู้ชิงเช็ดผมด้วยความรู้สึกสับสน หรือว่าใครจะมีเรื่องด่วนสำคัญจริง ๆ?
เธอใส่เสื้อผ้าแล้วรีบเดินเข้ามา
จากนั้นก็พบว่ามันเป็นสายเรียกเข้าจากฉินคั่ว
หน้าจอโทรศัพท์ขึ้นแสดงว่าเธอไม่ได้รับสายเขาหลายสาย
กู้ชิงขมวดคิ้ว พวกเขาเพิ่งแยกจากกันได้สักพัก อีกฝ่ายจะโทรศัพท์มาหาเธอทำไมตั้งหลายสาย?
แม้ว่าจะรู้สึกไม่พอใจแต่เธอก็ยังกดรับสาย “มีอะไร?”
“ชิงชิง ไปไหนมา? ทำไมไม่รับโทรศัพท์?” น้ำเสียงของ ฉินคั่วเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้ชิงก็ตกตะลึง “ฉันไปอาบน้ำมา”
“อาบน้ำเหรอ? ทีหลังอย่าลืมรับสายผมนะ ไม่งั้นผม จะกังวล” พระเจ้ารู้ดีว่าฉินคั่วกระสับกระส่ายแค่ไหนเมื่อรู้ว่ากู้ชิงไม่ยอมรับสายเขา
เขาคิดไม่ได้ว่ามีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับกู้ชิงหรือไม่
ฉินคั่วมีอาการวิตกกังวลเล็กน้อยหลังจากไม่ได้เจอหน้าเธอเพียงแค่ไม่กี่นาที
เขาพยายามบอกคนขับให้วนรถกลับมา แต่โชคดีที่เขายังสามารถควบคุมตัวเองได้บ้าง
“แค่ไม่กี่นาทีเอง นายก็พูดเกินไป” กู้ชิงไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนเราจะเกาะติดกันขนาดนี้หลังจากตกหลุมรัก
สมัยเธออยู่กินกับอดีตสามี ทั้งสองไม่ได้รู้สึกรักใคร่กันมากนัก พวกเขาเพียงแสดงความรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกันโดยตรง
ดังนั้นกู้ชิงจึงโง่เขลาในเรื่องความรักมาก
นอกจากนี้ฉินคั่วยังทำให้เธอรู้สึกแตกต่างจากอดีตสามีเป็นอย่างมาก
“ตอนนี้คุณท้องอยู่ จะไปไหนผมก็กังวลทั้งนั้นแหละ คุณต้องรับสายผมทุกเวลา เข้าใจมั้ย?” ฉินคั่วรู้สึกผิดที่เขาไม่สามารถอยู่เคียงข้างกู้ชิงได้ตลอดเวลา
ดังนั้นเขาจึงคอยดูแลเธอด้วยวิธีการนี้เท่านั้น
“รู้แล้ว ๆ นายนี่มันเวิ่นเว้อจริง ๆ” กู้ชิงรู้สึกรำคาญ
“อย่าเผลอไปกินอะไรที่ไม่ควรกินล่ะ อยู่รอผมที่เมืองเป่ยดี ๆ นะ” ฉินคั่วพูดเตือนอย่างเป็นกังวล
“ฉันไม่ใช่เด็กเล็กแล้วนะ ฉันดูแลตัวเองได้ แค่นี้แหละ” กู้ชิงรู้ดีว่าเธอไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อย ๆ อีกต่อไป
แต่ลูกในท้องก็สำคัญสำหรับเธอมากเช่นกัน
แน่นอนว่าเธอจะดูแลตัวเองอย่างดีเท่าที่จะสามารถ ทำได้ และไม่ให้ส่งผลกระทบต่อลูกน้อยที่อยู่ข้างใน
ต่อให้ฉินคั่วไม่พูด เธอก็จะดูแลตัวเองให้ดี
เพราะว่าเธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะเก็บเด็กคนนี้เอาไว้
“อย่าเพิ่ง ขอผมฟังเสียงหน่อย” ฉินคั่วรีบพูดห้ามเธอ
“เสียงฉันมันน่าฟังตรงไหน? ฉินคั่ว ดึกแล้ว ฉันจะนอน” กู้ชิงทำหน้านิ่วคิ้วขมวดพูดปฏิเสธทุกวิถีทาง
“ขอผมฟังเสียงคุณหน่อย ถือว่าให้ผมอยู่เป็นเพื่อนก็ได้ เดินทางคนเดียวมันน่าเบื่อจะตาย” ฉินคั่วแสร้งทำเป็นน่าสงสาร
นับตั้งแต่เขาไปที่บ้านของกู้ชิงและใช้เวลาร่วมกับกู้ชิง เขาก็ไม่ได้พูดแบบนี้มานานแล้ว
พอได้ยินเขาพูดแบบนั้น กู้ชิงก็รู้สึกหนักใจ
“แต่พรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงาน” กู้ชิงพูดแล้วอ้าปากหาว
แม้ว่าเธอจะเผลอหลับบนรถยนต์มาเป็นเวลานาน แต่เธอก็ยังง่วงนอนอยู่ดี
“คุณก็นอนแล้ววางโทรศัพท์ไว้ข้าง ๆ ผมแค่อยากได้ยินเสียงว่าคุณทำอะไร อยากได้ยินเสียงลมหายใจของคุณ” ฉินคั่วพูดเบา ๆ
เขาไม่สามารถอยู่ห่างจากกู้ชิงได้จริง ๆ
“พิลึกคน” แก้มของกู้ชิงเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที
ใครจะบ้าโทรมาแบบนี้ทุกวัน?
“ไม่แปลกหรอกชิงชิง หรือถ้าคิดว่ามันแปลกงั้นเรามาทำแบบนี้เรื่อย ๆ นะ จะได้ไม่รู้สึกแปลกไง” ฉินคั่วไม่ได้คิดอะไรเลย เขาชอบแบบนี้ ตราบใดที่พวกเขาทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกัน เขาก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหาอะไร
“แต่ฉันยังรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก ๆ บอกไม่ถูก” กู้ชิงพึมพำ
“ไม่มีอะไรแปลก และไม่มีอะไรผิดปกติ ชิงชิงที่รัก นอนพักเถอะ ผมจะนั่งฟังคุณเอง” ฉินคั่วพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
กู้ชิงคิดว่าตอนนี้ฉินคั่วน่าจะยังนั่งอยู่ในรถยนต์
มีคนนั่งอยู่ในรถยนต์กับเขาด้วย ทำไมฉินคั่วถึงพูดอะไรแบบนี้โดยไม่รู้สึกเคอะเขินเลยล่ะ?
แต่อย่างว่าเธอไม่ใช่คนไร้ยางอายแบบนั้นสักหน่อย
กู้ชิงวางโทรศัพท์ไว้ข้าง ๆ ไม่ได้ตอบกลับฉินคั่วอีก เป่าผมให้แห้งและเดินลงมาเอนตัวนอนลงบนเตียง
ฉินคั่วถือโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู นั่งฟังเสียงจากฝั่งของ กู้ชิง ฟังแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของกู้ชิง
พอได้ฟังแล้ว เขาก็รู้สึกพึงพอใจมากกว่าเดิม
เขากระซิบบอกผ่านโทรศัพท์
“เจ้าตัวใหญ่ เจ้าตัวเล็ก ฝันดีนะ รักนะครับ”