พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 795 ฉันจะไปตำหนิเธอได้ยังไง
ตอนที่ 795 ฉันจะไปตำหนิเธอได้ยังไง
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาได้ไม่นาน มู่อวี้เฉิง ก็กลับมาถึง
เธอเตรียมอาหารเย็นเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
มู่อวี้เฉิงกินคนเดียว กับข้าวสองอย่างน้ำซุปอีกหนึ่งอย่างก็น่าจะเพียงพอ
มู่อวี้เฉิงงุนงงเมื่อเห็นชามและตะเกียบหนึ่งคู่วางอยู่บนโต๊ะ “เกิดอะไรขึ้น? ไม่สบายเหรอ? ทำไมไม่กิน?”
“ฉันเพิ่งไปกินข้าวเย็นกับพวกแม่ทูนหัวมาที่บ้านเก่าน่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแขวนเสื้อคลุมของมู่อวี้เฉิงไว้บนไม้แขวนเสื้อ
จากนั้นเธอก็หันกลับมาตักข้าวสวย
“พอป้าซ่งฉิงกลับมา คุณก็เทียวไปเทียวมาบ่อยเลยนะ ถ้าแม่รู้เข้าจะอิจฉาหรือเปล่า?” มู่อวี้เฉิงพูดหยอกล้อ
“ไม่รู้สิ แต่ดูเหมือนว่าแม่กำลังทะเลาะกับแม่ทูนหัวเลย ตอนกินข้าวเย็น แม่ไม่ได้ลงมากินข้าวด้วย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้
“ทะเลาะเหรอ?” มู่อวี้เฉิงแทบจะไม่เชื่อ
เขาไม่ยักจะรู้ด้วยซ้ำว่าซ่งฉิงกับลิ่นอวี๋เหยียนจะสามารถทะเลาะกันได้
เพราะพวกเขาคือคนที่เข้าใจความรู้สึกของกันและกันที่สุด
“น่าจะทะเลาะกันเพราะคนคนหนึ่ง แม่ทูนหัวบอกว่าอยากจะย้ายออก ฉันก็เลยพูดเสนอที่หนึ่งไป มันสวยเหมาะกับแม่ทูนหัวมากแต่ว่าอยู่ไกลไปหน่อย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกะพริบตา
เธอชอบที่นั่นมากเหมือนกัน
ชอบมันตั้งแต่แรกเห็น
“คุณหมายถึงทุ่งดอกไม้ที่ชานเมืองน่ะเหรอ?” มู่อวี้เฉิงนึกออกแทบจะในทันที
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตกตะลึง
“คุณเดาออกเร็วขนาดนี้ได้ยังไง? ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปากด้วยความประหลาดใจมากจริง ๆ
“มันดูเหมาะจะเป็นที่พักสำหรับนักออกแบบน่ะ ธรรมชาติน่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจมากมาย แต่เหมือนว่าที่นั่นจะมีบ้านอยู่แค่ไม่กี่หลังนะ” มู่อวี้เฉิงตอบข้ามคำถามสำคัญอย่างชาญฉลาด
หากเขาต้องสืบค้นเกี่ยวกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวจริง ๆ มันคงจะไม่มีที่สิ้นสุด
และเขาเองก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น
“ถ้าแม่ทูนหัวชอบที่นั่นจริง ๆ ก็น่าจะไปสร้างวิลล่าที่นั่นได้นะ แม่ทูนหัวมีเงินเหลือเฟือ ไม่น่ามีปัญหาอะไร” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดแก้ปัญหาอย่างง่ายดาย
“แต่ผมได้ยินแม่บอกว่าสุขภาพร่างกายของป้าซ่งฉิงไม่ค่อยดี อยู่ที่นั่นจะปลอดภัยมั้ย?” มันสวยก็จริงแต่ระบบรักษาความปลอดภัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่
มันไม่ใช่แหล่งชุมชน
ไม่มีใครอยู่ที่นั่นนอกเหนือจากคนเฝ้าทุ่งดอกไม้
“งั้นจะทำไงดี? ฉันพูดอวดสรรพคุณให้แม่ทูนหัวฟังเยอะเลย ไปบอกว่าแม่จะต้องชอบที่นั่นแน่นอน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้คิดมากขนาดนี้มาก่อน
เธอตื่นเต้นจนหลงลืมทุกอย่างไป
“เดี๋ยวผมช่วยคุณหาเองแล้วมาดูว่ามีที่ไหนเหมาะกับป้าซ่งฉิงบ้าง ถ้าเงื่อนไขมันไม่เอื้ออำนวยจริง ๆ ป้าซ่งฉิงจะมาตำหนิคูณก็ไม่ได้หรอก” มู่อวี้เฉิงลูบผมถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“คุณกินก่อนเถอะ ค่อยมาคุยเรื่องนี้กันทีหลัง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเสียใจเมื่อนึกถึงเรื่องนี้
โชคดีที่เธอเข้ามาปรึกษามู่อวี้เฉิงก่อน และไม่ได้บุ่มบ่ามพาซ่งฉิงไปที่นั่น
ไม่อย่างนั้นมันจะน่าอับอายขนาดไหน
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็เจอที่เหมาะสมเอง” มู่อวี้เฉิงมองดูเธอแล้วขมวดคิ้ว
เขาดูออกว่าตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ
“ทำไมฉันไร้ประโยชน์ขนาดนี้อ่ะ ทำไมคิดไม่ถึงเลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าเธอโง่เขลามากจริง ๆ
ในขณะเดียวกันเธอเริ่มรู้สึกไม่สบายใจและคิดว่าเธอ จะทำงานออกแบบได้ดีจริง ๆ เหรอ
“ไม่หรอก ตอนเราไปเที่ยวที่นั่นคุณไม่ได้ใส่ใจรอบข้างขนาดนั้น ใครจะไปคิดออก?” มู่อวี้เฉิงลูบหัวปลอบประโลมเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากพูดอะไรอีก ปล่อยให้เขากินข้าวต่อแล้วเธอก็เข้าไปอาบน้ำ
ทางออกมีมากกว่าหาทางลำบากเสมอ
ขอแค่ยืนหยัดก็จะได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับออกมา เธอก็บอกให้ มู่อวี้เฉิงหาสถานที่จัดตั้งสตูดิโอ
แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือบ้านของซ่งฉิง
เธอดูค่อนข้างกังวลมากเป็นพิเศษ
แต่กว่าจะถึงเวลานั้นจะต้องปรับปรุงก่อนและใช้เวลาพอสมควรกว่าจะย้ายเข้าไปได้
พวกเขาต้องรีบเร่งความเร็ว
เส้นสายของมู่อวี้เฉิงกว้างขวางมาก หลังจากนี้ไม่นานก็น่าจะได้คำตอบ
มู่อวี้เฉิงตอบตกลงทุกคำขอของเธอ
…
ขณะที่พวกเขากำลังช่วยซ่งฉิงหาบ้านใหม่
แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด
หลังจากรู้ว่าซ่งฉิงกำลังจะย้ายออก ลิ่นอวี๋เหยียนก็ไม่สนใจสิ่งอื่นใดเลย
เธอรีบตรงดิ่งไปที่ห้องนอนของซ่งฉิง
ซ่งฉิงเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จและเดินออกมา
“ได้ยินว่าเธอจะย้ายออกเหรอ?” ลิ่นอวี๋เหยียนทำหน้าบึ้งตึง
“ใช่ ฉันรบกวนพวกเธอตลอดไปไม่ได้หรอก” ซ่งฉิงพยักหน้าโดยตรง
ไม่ช้าหรือเร็วเธอก็ต้องย้ายออกจากที่นี่ ดังนั้นบอกอีกฝ่ายไว้เนิ่น ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร
“ฉันไม่เคยรู้สึกว่าเธอรบกวนเลย ฉันพูดไปแค่ไม่กี่คำเองไม่ใช่เหรอ? ทำไมเธอต้องน้อยใจถึงขั้นจะย้ายออกด้วย” ดวงตาของลิ่นอวี๋เหยียนเปลี่ยนเป็นสีแดง
“เดี๋ยวหลังจากนี้ฉันก็ต้องออกไปทำงานอยู่ดี แค่ย้ายออกเร็วขึ้นอีกหน่อยเอง ฉันจะต้องรีบออกไปจัดตั้งสตูดิโอ ให้เลื่อนออกไปเรื่อย ๆ ไม่ได้หรอกจริงมั้ย? อีกอย่างที่นี่ก็ไม่สะดวกด้วย” ซ่งฉิงพูดอธิบายนิ่ง ๆ
“ไม่สะดวกอะไร? ถ้าเธออยากได้อะไรก็บอกให้คนรับใช้ที่บ้านไปจัดหามาให้สิ” ลิ่นอวี๋เหยียนยังคงไม่เข้าใจ ซ่งฉิงออกไปใช้ชีวิตข้างนอกมันจะดีเหมือนกับอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
“ฉันไม่อยากรบกวนพวกเธอ และฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอด้วย เดี๋ยวอีกสองวันฉันจะย้ายออกแล้ว อย่าลืมมาช่วยฉันขนของกับหาบ้านใหม่ด้วยล่ะ เอาไว้ฉันจะชวนมากินข้าวเย็นที่บ้าน” ซ่งฉิงพับเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายเก็บและปิดกระเป๋าเดินทาง
ให้รู้ว่าเธอจริงจังและไม่ได้ล้อเล่น
ลิ่นอวี๋เหยียนไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี
เธอทำได้เพียงพูดบ่นอย่างฉุนเฉียวว่า “ถ้าฉันรู้ก่อนฉันจะไม่ปล่อยให้ผู้ชายตัวเหม็นคนนั้นเข้ามาเลย เธอจะไปจากที่นี่เพราะเขาเหรอ?”
“เขาก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผล แต่ฉันตัดสินใจมานานแล้วว่าจะย้ายออก ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอหรอก” ซ่งฉิงพูดอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ถ้าเธอไม่พูดอธิบายให้ลิ่นอวี๋เหยียนฟังดี ๆ หลังจากเธอย้ายออกไปแล้ว ลิ่นอวี๋เหยียนก็คงจะเก็บเอาเรื่องนี้ไปคิดมาก
ลิ่นอวี๋เหยียนมีนิสัยแบบนี้มาตลอด
หากเรื่องไม่ได้รับการแก้ไข เธอก็จะเก็บเอาไปคิดใส่ใจเสมอ
“ได้ ถ้าเธออยากจะย้ายออกก็ย้ายออกไป แต่ฉันจะช่วยหาบ้านให้เธอเอง ฉันจะหาบ้านที่ดีที่สุดให้เธอแน่นอน” ในเมื่อ ซ่งฉิงตัดสินใจจะย้ายออกแล้ว ลิ่นอวี๋เหยียนก็พูดอะไรมากไม่ได้นอกจากช่วยซ่งฉิงบรรลุเรื่องที่ยังทำไม่เสร็จ
“ไม่ต้องหรอก ฉันตอบตกลงเหมี่ยวเหมี่ยวไปแล้ว เห็นเธอบอกว่ามีที่หนึ่งอยู่ รอเธอว่างก่อนแล้วฉันจะออกไปดูกับเธอ” ซ่งฉิงส่ายหัว
“ซ่งฉิง เธอหมายความว่ายังไง? เธอไม่ยอมให้ฉันช่วยหาบ้านด้วยซ้ำ หรือเธอคิดว่าฉันไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมเหรอ?” ลิ่นอวี๋เหยียนรู้สึกถึงความขมขื่นในใจ
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เธอมีลูกแล้วไม่จำเป็นต้องทำเองหรอก ทำไมฉันจะต้องไปรบกวนเธอด้วย? อีกอย่างเป็นเพราะว่าเธอตาแหลมเลือกลูกสะใภ้ได้ดี ไม่งั้นเขาจะมาช่วยฉันเหรอ” ซ่งฉิงทำอะไรไม่ถูก การพูดเกลี้ยกล่อม ลิ่นอวี๋เหยียนเป็นเรื่องที่ยากมากจริง ๆ
“เธอหมายความว่างั้นจริงเหรอ?” ลิ่นอวี๋เหยียนมองดู ซ่งฉิงด้วยความสงสัย
“แน่นอนสิ อวี๋เหยียน พวกเหมี่ยวเหมี่ยวมาช่วยฉันแบบนี้แล้วก็หมายความว่าเธอกำลังช่วยฉันอยู่เหมือนกัน อย่าไปสนใจเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เลย เราเพื่อนกัน ฉันจะไปตำหนิเธอได้ยังไง?” ซ่งฉิงเดินเข้ามาจับมือลิ่นอวี๋เหยียน
ลิ่นอวี๋เหยียนยิ้มกว้างจนไม่สามารถหุบยิ้มได้
จากนั้นเธอก็เบือนหน้าหนีด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ จงใจพยักหน้าแล้วพูดว่า “ก็ได้ ฉันจะเชื่อที่เธอพูดก็ได้”