พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 794 ไม่อยากทำให้เธอผิดหวัง
ตอนที่ 794 ไม่อยากทำให้เธอผิดหวัง
กระทั่งถึงเวลากินอาหารเย็น ลิ่นอวี๋เหยียนก็ไม่ลงมา
แม้แต่ซ่งฉิงยังดูมืดมนลง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผิดแปลกไป แต่กลับไม่กล้าถามอะไร
ทำได้แค่ก้มหน้ากินข้าวกินปลาต่อไป
เธอหวาดกลัวที่จะพูดถามอะไรกับซ่งฉิง
ช่างเถอะ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาถาม
“เหมี่ยวเหมี่ยว ขึ้นไปตามแม่มากินข้าวสิ” มู่หงจวิ้นพูดขึ้น
ลิ่นอวี๋เหยียนน่าจะไว้หน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวบ้าง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นลูกสะใภ้และเป็นคนรุ่นลูก เธอคงไม่กล้าทำตัวขายขี้หน้าต่อหน้าคนรุ่นลูก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าแล้วรีบกลืนอาหารที่อยู่ในปาก
จากนั้นเธอก็เดินขึ้นไปตามลิ่นอวี๋เหยียนด้วยความงุนงง
จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
แต่ในเมื่อเธอไม่รู้เรื่อง ก็แค่มาตามให้ลิ่นอวี๋เหยียนลงไปกินข้าวก็พอ
ไม่จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์อะไร
“ก๊อก ๆ ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกมือขึ้นเคาะประตู
“อะไร ก็บอกแล้วไงว่าไม่กิน พวกเธอไม่รำคาญมั่งหรือไง” เสียงตวาดของลิ่นอวี๋เหยียนที่ดังมาจากข้างในทำให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจ
พูดกันตามตรงว่าหลังจากเธอญาติดีกับลิ่นอวี๋เหยียน เธอก็ไม่เคยเห็นลิ่นอวี๋เหยียนพูดขึ้นเสียงแบบนี้อีกเลย
น้ำเสียงนี้เป็นเช่นเดียวกับตอนที่เธอจัดการกับ ลิ่นอวี๋เหยียน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดสงสัยว่าเรื่องอะไรทำให้อีกฝ่ายโมโหหนักขนาดนี้
หรืออาจจะเป็นเพราะอาจารย์ซ่งฉิงหรือเปล่า?
แต่ก็ไม่น่าจะเป็นแบบนี้
โดยปกติแล้วการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างพวกเขาเป็นเพียงแค่การจิกกัดกันเล็ก ๆ น้อย ๆ
ไม่ได้จริงจังอะไร
แต่ตอนนี้ล่ะ?
ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอย่างที่คิด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังไม่อยากมีปัญหาอะไร
ทว่านี่คือภารกิจสำคัญที่มู่หงจวิ้นมอบให้เธอ
เธอก็จะต้องทำให้สำเร็จ
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมใจแล้วพูดออกไปว่า “คุณแม่คะ ถึงเวลากินข้าวแล้วค่ะ”
ลิ่นอวี๋เหยียนตกตะลึงเมื่อได้ยินเสียงของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
จากนั้นเธอก็รู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย
เธออาจจะพูดกับคนอื่นยังไงก็ได้ แต่กับถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อนข้างพิเศษเพราะอีกฝ่ายเป็นลูกสะใภ้เธอ
ในฐานะผู้อาวุโส เธอไม่สามารถทำตามใจชอบและอารมณ์ใส่อีกฝ่ายได้
มู่หงจวิ้นรู้จักเธอดีเกินไปแล้ว เขารู้ว่าถ้าส่ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาตาม เธอจะต้องรู้สึกลำบากใจ
ลิ่นอวี๋เหยียนกระแอมในลำคอแล้วพูดว่า “เหมี่ยวเหมี่ยว ลงไปกินก่อนเถอะลูก แม่ยังไม่หิว รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย”
“คุณแม่คะ ไม่ว่ายังไงก็ต้องกินนะคะ อย่าให้ความโกรธมาทำร้ายสุขภาพสิคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเกลี้ยกล่อมเสียงแผ่ว
สำหรับลิ่นอวี๋เหยียนนั้น เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย
มากสุดก็แค่พูดแนะนำ
“ใครบอกว่าแม่โกรธ? แม่ไม่ได้โกรธสักหน่อย เธอลงไปกินเถอะ ปล่อยแม่ไว้นี่แหละ” ลิ่นอวี๋เหยียนตอบกลับอย่างโกรธเคือง
จนถึงตอนนี้ซ่งฉิงก็ยังไม่มาง้อเธอ
มู่หงจวิ้นเข้าใจเธอแล้ว แต่ซ่งฉิงเข้าใจเธอมากกว่า
ขอแค่อีกฝ่ายมาพูดง้อเธอก็จะปล่อยผ่าน
แต่ซ่งฉิงกลับไม่ทำ
ถึงอย่างนั้นพอหวนนึกถึงใบหน้าซีดเซียวของซ่งฉิง ลิ่นอวี๋เหยียนก็รู้สึกลังเลอีกครั้ง
เธอไม่รู้ว่าเธอทำผิดพลาดไปหรือเปล่า
“แม่คะ ยังไงก็ต้องกินสักหน่อย แม่อย่าลืมสิว่าแม่ยิ่งสุขภาพไม่แข็งแรงอยู่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงพูดเกลี้ยกล่อมต่อ
“แม่ไม่อยากกิน” จู่ ๆ ลิ่นอวี๋เหยียนก็ลดระดับน้ำเสียงลง
เธอกำลังนั่งไตร่ตรองตัวเองอยู่ในห้อง
นี่เธอผิดจริง ๆ เหรอ
เพราะก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซ่งฉิงก็ไม่เคยโกรธเธอเลย
“แม่คะ” ปกติแล้วลิ่นอวี๋เหยียนดีกับเธอมาก
เธอจึงไม่อยากให้ลิ่นอวี๋เหยียนกับซ่งฉิงทะเลาะกัน
ถ้าเป็นแบบนี้พวกเธอจะทำยังไง?
“ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงแม่” น้ำเสียงของลิ่นอวี๋เหยียนฟังดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย
จากนั้นเธอก็ฝังตัวเองอยู่บนเตียง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าลิ่นอวี๋เหยียนคงจะไม่ยอมจริง ๆ ถึงกับไม่เปิดประตูด้วยซ้ำ
เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไร จึงกลับลงไปข้างล่าง
เมื่อเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินลงมาตามลำพัง มู่หงจวิ้นก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “ทำไม? แม่ไม่ยอมลงมาเหรอ?”
“คุณแม่บอกหนูว่าตอนนี้ยังไม่อยากกินข้าวค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปากแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม
มู่หงจวิ้นอยากจะพูดอย่างอื่นต่อ แต่ซ่งฉิงหยุดเขาเอาไว้
“คุณก็รู้นิสัยอวี๋เหยียนดีไม่ใช่เหรอ? อย่าทำให้เหมี่ยวเหมี่ยวลำบากใจเลย เธอแค่รอฉันไปขอโทษน่ะ” ซ่งฉิงพูดด้วยน้ำเสียงสงบและสีหน้าก็ดูไร้อารมณ์
“ขอโทษนะซ่งฉิง ขอโทษคุณแทนอวี๋เหยียนด้วย หลายปีมานี้เธอถูกผมตามใจจนเคยตัว กลายเป็นคนนิสัยเสีย ไม่รู้จักคำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่น ผมนึกว่าเขาแค่มาหาผมเพื่อรำลึกวันเก่า ๆ ไม่นึกว่าเธอจะวางแผนไว้ ไร้สาระจริง ๆ” เขาต้องคอยตามเช็ดล้างเรื่องวุ่นวายของภรรยา
ดังนั้นมู่หงจวิ้นจึงขอโทษขอโพยด้วยตัวเอง
“ไม่เป็นไร ฉันควรจะขอบคุณคุณที่คุณช่วยดูอวี๋เหยียนอย่างดีในตอนที่ฉันไม่อยู่ที่นี่” ซ่งฉิงส่ายหน้าตอบรับอย่างไม่ถือสา
เธอรู้ว่าลิ่นอวี๋เหยียนทำเพื่อเธอ
เพียงแต่เธอยังไม่สามารถเผชิญหน้ากับมันได้
คนคนนั้นค่อนข้างแสนดีกับเธอจริง ๆ
และถ้าเธอยังอยู่ที่นี่ต่อ เขาคงจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง
ต่อให้พยายามหลบหนีมากแค่ไหนก็ไม่อาจซ่อนตัวได้
“อวี๋เหยียนน่ะ เฮ้อ” มู่หงจวิ้นไม่รู้จะพูดอะไรต่อนอกจากถอนหายใจยาว ๆ
“เธอใจดีมาก ฉันไม่ดีเองแหละ ฉันต้องขอโทษด้วยนะที่กลับมารบกวนพวกคุณซะนานเลย เดี๋ยวฉันจะไปหาบ้านแล้วย้ายออกภายในสองวัน” ซ่งฉิงตัดสินใจจะอาศัยอยู่ในเมืองเป่ย อย่างถาวรแล้ว
ดังนั้นเธอจึงตั้งใจจะซื้อบ้าน
แม้จะมีเรื่องราวเกิดขึ้นระหว่างนี้ แต่ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป
เดิมทีเธออยากจะใช้เวลากับลิ่นอวี๋เหยียนให้มากกว่านี้
แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย
“จะไปจริง ๆ เหรอ?” น้ำเสียงของมู่หงจวิ้นเต็มไปด้วยความลำบากใจ
ทันทีที่ซ่งฉิงได้ยินน้ำเสียงของเขา เธอก็เดาออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
เธออดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “ไม่ต้องห่วง ก่อนไปฉันจะคุยกับอวี๋เหยียนดี ๆ เอง ไม่ทำให้พวกคุณเดือดร้อนหรอก เพราะมันเป็นความผิดของฉันเอง”
“คุณก็รู้ว่าอวี๋เหยียนเป็นคนดื้อดึง แบบนี้น่าจะเข้าท่ากว่า” หลังจากซ่งฉิงให้คำมั่นสัญญา มู่หงจวิ้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกอยู่ในความงุนงงและไม่เข้าใจว่าพวกเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไร
อย่างไรก็ตามถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้เสนอแนะให้ซ่งฉิงซื้อบ้าน
เธอกับมู่อวี้เฉิงเคยผ่านบ้านหลังหนึ่งและพบว่ามันสวยมาก
เธอเชื่อว่าอาจารย์ซ่งฉิงจะต้องชอบเพราะมันคล้ายคลึงกับบ้านหลังที่อาจารย์ซ่งฉิงเคยอยู่มาก่อน
“แม่ทูนหัว ถ้ากำลังมองหาบ้านอยู่ หนูมีที่หนึ่งค่ะ สวยมากแต่ว่าอยู่ไกลไปหน่อย” เธอไม่มั่นใจว่าซ่งฉิงจะถูกใจหรือไม่
“เหรอ แต่ถ้าสภาพแวดล้อมดี ระยะทางก็ไม่มีปัญหาหรอก” เนื่องจากมันเป็นสถานที่พำนักระยะยาว และซ่งฉิงยังเป็นนักออกแบบ คุณภาพและข้อกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ จึงจะสูงมาก
เธอจึงกังวลว่าเธอจะหาซื้อบ้านในเมืองเป่ยไม่ได้เลย
“แต่ว่าแม่ทูนหัว หนูว่าอยู่ใกล้ ๆ กันน่าจะดีกว่าค่ะ เราทุกคนอยู่นี่แล้ว ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจะได้ดูแลกันและกันได้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนึกเสียใจที่พูดถึงบ้านหลังนี้กับซ่งฉิง
“ไม่เป็นไร ไปดูก่อนเถอะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนใจดีมากเช่นกัน ซ่งฉิงจึงไม่อยากทำให้เธอผิดหวัง
“ค่ะแม่ทูนหัว รอหนูหาเวลาได้ก่อนแล้วเดี๋ยวจะพาไปดูนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม
หลังจากได้พูดคุยกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว อารมณ์ของซ่งฉิงก็ดีขึ้นมาก
ไม่ทำหน้าบึ้งเหมือนในตอนแรกอีกต่อไป