พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 818 เต็มใจยอมรับความยากลำบาก
ตอนที่ 818 เต็มใจยอมรับความยากลำบาก
ลิ่นอวี๋เหยียนพูดต่ออีกสองสามประโยค และหลังจากเห็นว่ามู่อวี้เฉิงปฏิบัติต่อเธอเหมือนกับอากาศธาตุ ไม่สนใจเธอ ลิ่นอวี๋เหยียนก็วางอาหารเสริมไว้บนโต๊ะและเดินออกจากคฤหาสน์ตี้หลานไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูลิ่นอวี๋เหยียนจากไปด้วยสายตาว่างเปล่า
เกิดอะไรขึ้น เธอไม่ได้พูดอะไรผิดไปใช่ไหม? ทำไม ลิ่นอวี๋เหยียนถึงได้ดูโมโหขนาดนี้
เธอพึมพำ “แม่เป็นอะไรไป?”
แค่แวะมาที่นี่จริง ๆ เหรอ? หรือว่าแวะมาระบายความโกรธ? แต่ช่วงนี้เธอก็ไม่ได้ยั่วโมโหแม่เลยไม่ใช่เหรอ?
หรือเป็นเพราะว่าเธอไม่ยอมกินอาหารเสริม?
แต่ต่อให้เธอไม่กินอาหารเสริม ลิ่นอวี๋เหยียนก็ไม่น่าจะโกรธจัดขนาดนี้
“ไม่เกี่ยวกับคุณหรอก แม่โกรธผม” มู่อวี้เฉิงพูดขึ้นเบา ๆ
เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้ทำผิดในเรื่องอะไร
ลิ่นอวี๋เหยียนพูดจาไม่ถูกต้องเอง
หนำซ้ำเธอยังถูกมู่หงจวิ้นตามใจจนเสียนิสัย ก่อนหน้านี้เธอก็ทำกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวแบบนี้แต่เพิ่งจะมาเปลี่ยนใจเอาทีหลัง
หลังจากเธอกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวคืนดีกันแล้ว นี่ก็นับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่มู่อวี้เฉิงกับลิ่นอวี๋เหยียนขัดแย้งกัน
เขาไม่ได้ต้องการอะไร เขาแค่ไม่อยากให้ลิ่นอวี๋เหยียนมายุ่งเรื่องระหว่างเขากับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
พวกเขาโตกันแล้วและไม่อยากให้ลิ่นอวี๋เหยียนมายุ่งอีกต่อไป
ความสัมพันธ์อันดีงามต้องแตกแยกเพราะความช่างพูดของลิ่นอวี๋เหยียน
แม้ว่าในบางครั้งลิ่นอวี๋เหยียนจะทำเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขา
แต่มู่อวี้เฉิงไม่ต้องการผลประโยชน์ดังกล่าว เขาเกลียดที่คนอื่นเข้ามาแทรกแซงชีวิตของเขา
เขาเคยเป็นคนเย็นชามาก่อนจนลิ่นอวี๋เหยียนไม่กล้าเข้ามารบกวนเขา
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลิ่นอวี๋เหยียนไม่ได้ดีมาตั้งแต่แรก
จนกระทั่งต่อมาถงเหมี่ยวเหมี่ยวย้ายมาอยู่กับเขา พวกเขาก็เทียวไปเทียวมาจนลิ่นอวี๋เหยียนค่อย ๆ กระชับความสัมพันธ์กับมู่อวี้เฉิง
แต่ในความเป็นจริงแล้ว มู่อวี้เฉิงยังคงปิดกั้นอยู่เล็กน้อย
“ฉันว่าแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งลงข้าง ๆ มู่อวี้เฉิงและเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องระหว่างแม่กับลูกชาย เธอจึงถามเนื้อเรื่องคร่าว ๆ อย่างระมัดระวัง “เกิดอะไรขึ้น? ถึงบางครั้งแม่จะพูดเกินไปหน่อย แต่แม่ก็ทำทุกอย่างเพื่อคุณ ทีหลังอย่าทำให้แม่โกรธอีกเลยนะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขาดแม่มาตั้งแต่เด็กและแม่เลี้ยงก็ไม่เคยใจดีกับเธอ ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงอยากได้รับความรักจากครอบครัวมากเป็นพิเศษ
พอเห็นว่ามู่อวี้เฉิงได้กินข้าวกับลิ่นอวี๋เหยียนอย่างสงบสุข เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา
อย่างน้อยก็มีคนคอยห่วงใยเขาทุกเรื่อง
แล้วเธอล่ะ? ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีใครมาสนใจเธอ จริง ๆ สักทีเลย
ตงกั๋วฮุ่ยยังหายตัวไปอีก อาจเป็นเพราะว่ารู้สึกผิดหรือจะเพราะอะไรก็ช่างเถอะ แต่นับตั้งแต่นั้นมาคนในอดีตก็ไม่เคยมาปรากฏตัวตรงหน้าเธออีกเลย
เธอรู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย
แต่สำหรับอดีตที่เลวร้ายแบบนั้น บางทีการจากลาอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
บางครั้งเธอก็มักจะนึกถึงเรื่องราวในอดีต
อันที่จริงตงกั๋วฮุ่ยไม่ได้ใจร้ายกับเธอมาตั้งแต่เริ่มแรก
เพียงแต่เพิ่งมากลายร่างเอาทีหลัง
ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงอิจฉาคนที่มีพ่อแม่อยู่ครบเป็นพิเศษ อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ต้องพึ่งพาตัวเองเหมือนเธอ
เวลาที่ทำอะไรไม่ถูก คนเราก็อยากให้ใครสักคนมาช่วย ถูกไหม?
“คุณไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก ผมมีขอบเขตพอ เดี๋ยวครั้งหน้าก็มาทำดีกับคุณเองแหละ เรื่องมันยาวผมเล่าให้คุณฟังไม่หมดหรอก” มู่อวี้เฉิงลูบหัวถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ท่าทางของเขาอ่อนโยนมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปาก “อย่างนั้นจะดีจริง ๆ เหรอ?”
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจัดการเอง ไม่ทำให้คุณลำบากใจหรอก มันเป็นเรื่องระหว่างผมกับแม่” มู่อวี้เฉิงรู้ว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังกังวลเรื่องอะไร
เธอคิดว่าอีกฝ่ายเป็นแม่ของเขา ดังนั้นเธอจึงอยากจะทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุดต่อหน้าลิ่นอวี๋เหยียน
กว่าจะเปลี่ยนความคิดของลิ่นอวี๋เหยียนได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่อยากให้ความประทับใจในสายตาของลิ่นอวี๋เหยียนลดน้อยลง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินเช่นนั้นทุบไหล่เขาอย่างไม่สบอารมณ์ “คุณคิดอะไร? ฉันไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ฉันแค่อยากจะบอกคุณว่าไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ทางครอบครัวหรือทุกอย่างที่คุณมีอยู่ในตอนนี้มันไม่ใช่สิ่งที่จะได้รับมาง่าย ๆ อย่าทำให้ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง”
“รู้แล้ว” มู่อวี้เฉิงพยักหน้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ว่ามู่อวี้เฉิงมีขอบเขตมาโดยตลอด เขารู้วิธีการจัดการกับคนอื่นได้ดีกว่าเธอ ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่ต้องกังวล
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จแล้วก็ใกล้ถึงเวลาไปทำงาน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
เธอต้องคิดว่าเธอจะอธิบายเรื่องนี้กับลู่ซีจวี๋ยังไงดี
ถ้าอินอวี่โหรวอยู่ที่นี่ด้วยก็คงจะดี ไม่อย่างนั้นคงจะไม่มีใครช่วยพูดแทนเธอ
หวังว่าพวกลู่ซีจวี๋จะไม่คิดว่าเธอใจโลเลก็คงจะดี
พอเห็นเธอแต่งกายด้วยชุดเรียบร้อย มู่อวี้เฉิงก็ขมวดคิ้ว “คุณเพิ่งหายจากไข้ พักอยู่บ้านสักสองสามวันก่อนสิ ไม่งั้นร่างกายจะทนไหวได้ยังไง?”
“ไม่เป็นไรหอก อยู่บ้านก็นั่งเฉย ๆ ไปออฟฟิศก็ได้นั่งเหมือนกัน มันจะต่างกันยังไงเล่า?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกอดแขนมู่อวี้เฉิงอย่างออดอ้อน
“ก็ได้ แต่ถ้าเกิดไปทำงานแล้วรู้สึกไม่สบายขึ้นมาต้องโทรศัพท์มาบอกผมนะ ผมจะได้รีบไปหา” มู่อวี้เฉิงยังคงเป็นกังวล
แต่อย่างน้อยมู่อวี้เฉิงก็สามารถพูดโน้มน้าวให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลิกออกแบบได้แล้ว
เขาจึงไม่กล้าเรียกร้องอะไรกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากเกินไป
ถ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวชอบทำงานก็ไปทำเลย ขอแค่เธอดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีก็พอ
แม้ว่ามันจะดูเหนื่อยมาก แต่มู่อวี้เฉิงก็เต็มใจยอมรับความยากลำบาก
“โอเค ฉันรู้แล้ว ฉันไม่ใช่เด็กสักหน่อย ฉันจะดูแลตัวเองให้ดี” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสองจูบลากันในตอนเช้าก่อนจะแยกย้ายไปทำงาน
เดิมทีมู่อวี้เฉิงอยากจะไปส่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่บริษัท แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธ
สตีเฟนกรุ๊ปตั้งอยู่ค่อนข้างห่างไกลจากบริษัทของ มู่อวี้เฉิง
เทียวกลับไปกลับมาแบบนี้จะเหนื่อยเปล่า ๆ ไหน มู่อวี้เฉิงจะต้องไปจัดการเอกสารต่ออีก
ถึงเธอจะเหนื่อยแค่ไหนแต่ก็ไม่ใช่ว่าเธอจะขับรถไม่ได้
นอกจากนี้ร่างกายเธอฟื้นตัวขึ้นมาเยอะแล้ว ดังนั้นไม่จำเป็นต้องให้มู่อวี้เฉิงมากังวลกับเธอเลย
กล่าวกันว่าผู้หญิงมักจะระมัดระวังตัวและสามารถดูแลคนรักได้ดี
แต่สำหรับถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสลับบทบาทกัน
มู่อวี้เฉิงคอยดูแลเธอทุกอย่างอย่างดีเสมอ
จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกทุกข์ใจ
แต่นั่นก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความรักของมู่อวี้เฉิงที่มีต่อเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเสียใจมากกว่าหนึ่งครั้ง
เธอไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกของเธอยังไงดี เธอไม่น่าไปพูดแบบนั้นกับมู่อวี้เฉิงตั้งแต่แรกเลย
ตอนมู่อวี้เฉิงได้ยินคนรักพูดแบบนั้น เขาจะเสียใจขนาดไหน?
โชคดีที่มู่อวี้เฉิงอดทนกับเธอมากและไม่เคยตำหนิเธอเลย
เธอโชคดีเช่นกันที่มีสามีที่คอยเอาอกเอาใจและเข้าใจเธอเสมอมา
สมัยนี้ผู้ชายแบบนี้เริ่มมีน้อยแล้วใช่ไหม?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ได้อยู่กับผู้ชายอย่างมู่อวี้เฉิง
และบางทีการมีอยู่ของมู่อวี้เฉิงอาจเป็นพรจากพระเจ้าที่พยายามชดเชยความทุกข์ทรมานในอดีตให้กับเธอ
พระเจ้าคงเห็นว่าเธอเศร้าเพียงใด ถึงได้ส่งคนคนนี้มาอยู่ข้างกายเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าเธอโชคดีมากจริง ๆ