พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 817 ไม่เคยบีบบังคับเธอ
ตอนที่ 817 ไม่เคยบีบบังคับเธอ
หลังจากกลับมาถึงบ้าน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ชำระล้างคราบเหนียว ๆ บนร่างกายออก
เธอเข้าไปยังไม่ถึงสิบนาทีดีพอ มู่อวี้เฉิงที่อยู่ข้างนอกก็ร้องตะโกนบอกเธอว่า “เหมี่ยวเหมี่ยว ออกมาได้แล้ว กำลัง จะหายไข้ อย่าเพิ่งแช่น้ำนาน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่ามู่อวี้เฉิงละเอียดอ่อนเกินไปมากจนเธอไม่รู้สึกคุ้นเคยเลย
เธอเพิ่งจะมานั่งอ้อยอิ่งอยู่ในห้องน้ำได้สองสามนาที มู่อวี้เฉิงก็พูดกดดันเธอแล้ว
เธอจึงเช็ดตัวแล้วรีบเดินออกมาจากห้องน้ำ
“อวี้เฉิง คุณเป็นอะไรไป?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกรำคาญเล็กน้อย
แม้แต่การอาบน้ำที่ทำให้เธอรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวก็ยังดูมากเกินไป
“คุณลืมที่ผมพูดไปแล้วเหรอ? คุณเพิ่งจะหายไข้ อย่าแช่น้ำนานเกินไป ไม่งั้นเกิดไข้ขึ้นอีกจะทำยังไง?” มู่อวี้เฉิงหยิบเสื้อคลุมมาคลุมให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ความอุ่นบนเสื้อคลุมทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอบอุ่นอย่างมาก
เธอเม้มปากแล้วหันไปมองมู่อวี้เฉิง “อวี้เฉิง จริง ๆ แล้วคุณไม่ต้องพูดขนาดนี้ก็ได้ ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาดินเผานะ ฉันไม่เป็นอะไรหรอก”
“วันนั้นคุณนอนดึก ถ้าเป็นคนอื่นคงจะไม่เป็นไรหรอก แต่คุณควรรู้ตัวเองได้แล้วนะ เหมี่ยวเหมี่ยว คุณควรใส่ใจร่างกายตัวเองมากกว่านี้” มู่อวี้เฉิงจับเสื้อคลุมรวบเข้าหากันแล้วพูดฟาดเธอไม่ยั้ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “นี่ อย่าพูดแบบนี้สิ มันเป็นอุบัติเหตุต่างหาก”
“เอาล่ะ รอให้หายดีก่อนแล้วจะไปเล่นอะไรก็ไป แต่ตอนนี้คุณต้องกลับเข้าไปพักผ่อนได้แล้ว เข้าใจมั้ย?” มู่อวี้เฉิงจูบแก้มของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
หลังจากป่วยหนัก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย
เธอหาวแล้วปีนขึ้นไปบนเตียง “ถ้างั้นคุณก็มานอนกับฉันสิ”
“คุณนอนไปก่อนเถอะ ผมจะกลับมาหาทีหลัง ผมยังมีเอกสารที่ต้องจัดการอยู่” วันนี้มู่อวี้เฉิงแทบจะไม่ได้เข้าบริษัทเลย
และลู่หมิงเป็นคนเอาเอกสารพวกนั้นมาส่งให้เขาโดยตรง
เอกสารบางอย่างสำคัญมาก และลู่หมิงไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้
ต้องส่งมาให้เขาตัดสินใจเท่านั้น
เขาจะต้องจัดการเอกสารให้เสร็จภายในคืนนี้เพราะว่าทางด้านสาขาย่อยกำลังเร่งรีบ
ไม่อย่างนั้นเขาคงจะไม่ปฏิเสธคำขอร้องของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
พอเห็นว่ามู่อวี้เฉิงยุ่งตัวเป็นเกลียว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
เธอพูดเสียงแผ่วว่า “อวี้เฉิง ขอโทษนะ ฉันช่วยคุณไม่ได้แล้วยังจะคอยรั้งคุณไว้อีก”
มู่อวี้เฉิงไม่ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่มาสักพักหนึ่งแล้ว และยังจะต้องนอนดึกเพื่อประมวลเอกสารอีก
บางครั้งถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกว่าเธอแย่มาก
เธอได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากมู่อวี้เฉิงได้ยังไง?
“แค่ดูแลตัวเองให้ดีก็ถือว่าช่วยผมได้เยอะแล้ว ผมหวังว่าคุณจะหายดีนะ” มู่อวี้เฉิงโน้มตัวลงมาจูบหน้าผากเธอ “เหมี่ยวเหมี่ยว รีบนอนเถอะ”
“ถ้างั้นคุณรีบเอกสารแล้วกลับมาหาฉันนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปล่อยมือเขาอย่างไม่เต็มใจ
“อืม ผมจะรีบทำให้เสร็จ คุณนอนก่อนเถอะ เด็กดี” เขาพูดแล้วลูบผมนุ่มของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“อืม” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
จากนั้นมู่อวี้เฉิงก็กลับไปที่ห้องสมุด เดิมที ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากจะรอให้มู่อวี้เฉิงกลับมาพักผ่อนด้วยกัน แต่เธอรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยและในร่างกายยังมีฤทธิ์ของยาหลงเหลืออยู่ ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากนอนหลับสนิทมาตลอดทั้งคืน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น
เธอตื่นขึ้นมาและพบว่ามู่อวี้เฉิงได้กลับมานอนพักผ่อนบนเตียงแล้ว
เธอมองดูรอยคล้ำใต้ดวงตาของมู่อวี้เฉิงด้วยความรู้สึกทุกข์ใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลุกขึ้นมาจากเตียง เธอพยายามไม่รบกวนมู่อวี้เฉิงและเดินออกมาเตรียมอาหารเช้าให้กับมู่อวี้เฉิง
กว่ามู่อวี้เฉิงจะตื่นขึ้นมา อาหารเช้าก็จวนจะเสร็จแล้ว
“ยังป่วยอยู่จะลุกขึ้นมาทำอาหารทำไม? ทำไมไม่ปลุกผมให้มาทำแทนล่ะ คุณจะทำทำไม?” มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วแน่น
เขาพูดราวกับว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ทำอาหารเช้า แต่กำลังทำงานที่ใช้แรงงานอย่างหนัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกทำอะไรไม่ถูกกับคำพูดที่เกินจริงของมู่อวี้เฉิง
“ฉันแค่ทำอาหารเช้าเล็ก ๆ น้อย ๆ เอง คุณนั่งลงเถอะ ใกล้เสร็จแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจัดแจงให้มู่อวี้เฉิงมานั่งลงบนโต๊ะอาหาร
จากนั้นเธอก็ยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟ
อาหารเช้าถูกเตรียมพร้อมแล้ว มู่อวี้เฉิงจึงไม่ได้พูดอะไร
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังนั่งกินอาหารกันเงียบ ๆ กริ่งหน้าประตูบ้านก็ดังขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลุกขึ้นไปเปิดประตูแล้วพบว่าเป็น ลิ่นอวี๋เหยียน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย “แม่ มาทำอะไรคะ?”
“แม่ก็มาดูเธอน่ะสิ” ลิ่นอวี๋เหยียนหันไปมองทางมู่อวี้เฉิงด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“แม่คะ กินข้าวเช้ามาหรือยัง? หนูกับอวี้เฉิงกำลังกินข้าวกันอยู่เลยค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแล้วเสิร์ฟโจ๊กให้ลิ่นอวี๋เหยียน
ทว่าลิ่นอวี๋เหยียนกลับปฏิเสธ
“แม่กินไปแล้ว ได้ยินว่าเมื่อวานเธอไข้ขึ้น ดีขึ้นหรือยังล่ะ ทำไมยังลุกมาทำอาหารอีก?” ลิ่นอวี๋เหยียนกวาดสายตามองไปทางมู่อวี้เฉิงด้วยสายตารังเกียจ
“แม่ แค่อาหารเช้าง่าย ๆ เองค่ะ ทำอาหารเช้าจะได้เหงื่อออกบ้าง ออกกำลังกายนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ดี” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม พลางคิดกับตัวเองว่าทำไมสองแม่ลูกถึงได้เหมือนกันนัก?
เธอไม่ได้เปราะบางขนาดนั้นสักหน่อย พูดเกินจริงกันไปหรือเปล่า
“งั้นก็ได้” ลิ่นอวี๋เหยียนฝืนใจยอมรับคำอธิบายของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“แม่เอาอาหารเสริมมาให้เธอ ถึงจะไม่เป็นอะไรแล้วก็ควรกินให้มันเยอะ ๆ หน่อย แม่เคยบอกแล้วไงว่าให้ดูแลร่างกายดี ๆ แต่เธอไม่เคยฟังกันเลย แม่ล่ะขี้เกียจจะพูดแล้ว” ลิ่นอวี๋เหยียนพูดอย่างไม่แยแส
“แม่คะ หนูก็กินตามที่แม่บอก ฟังที่แม่พูดหมด” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยความรู้สึกผิด
อันที่จริงถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้กินอาหารเสริมพวกนั้นตั้งแต่หยุดกินในครั้งที่แล้วแล้ว
มู่อวี้เฉิงตามใจเธอมาก พอเห็นว่าเธอไม่อยากกิน มู่อวี้เฉิงก็ไม่เคยบีบบังคับเธอ
พอมาคิดดูแล้วเธอหักล้างน้ำใจของลิ่นอวี๋เหยียนจริง ๆ
กินไปได้ครั้งสองครั้งก็พอแล้ว
อาหารเสริมพวกนั้นรสชาติไม่ได้เรื่องเลย
ตอนแรกถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กระตือรือร้นอยู่หรอก แต่ต่อมาก็ค่อย ๆ ผ่อนปรนลง
ทว่านี่คงเป็นธรรมชาติของมนุษย์
“เธอควรจะเชื่อฟังนะ เพราะโกหกแม่ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร อย่าลืมกินล่ะ ร่างกายของเธอไม่ใช่ร่างกายของแม่สักหน่อย แม่จะไปสนใจทำไม?” ลิ่นอวี๋เหยียนจงใจพูดเสียดสีเพราะมีเหตุผลบางอย่าง
นอกจากนี้เธอค้นพบว่าตั้งแต่ที่ลิ่นอวี๋เหยียนเดินเข้ามาจนถึงตอนนี้ มู่อวี้เฉิงแทบไม่ได้คุยกับลิ่นอวี๋เหยียนเลย และ ลิ่นอวี๋เหยียนก็ไม่ได้หันไปมองเขาด้วยซ้ำ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสับสน
เธออยากรู้ว่าขณะที่เธอไม่อยู่เกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างลิ่นอวี๋เหยียนกับมู่อวี้เฉิง
ไม่อย่างนั้นลิ่นอวี๋เหยียนคงจะไม่ทำตัวแปลกไปแบบนี้
ทุกอย่างดูแปลกไปเล็กน้อย
จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวงุนงง
ทว่าเธอยังคงตอบกลับด้วยคำพูดดี ๆ “แม่ หนูเข้าใจแล้วค่ะ”
เธอขมวดคิ้ว ลิ่นอวี๋เหยียนคงไม่ได้จะมาสั่งสอนบทเรียนให้เธอใช่ไหม?
ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายตั้งใจ?
หรือว่าอีกฝ่ายทะเลาะกับมู่อวี้เฉิงจึงมาโจมตีเขา?
ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มไปด้วยความสงสัย
เดาว่าอีกฝ่ายคงมาแสดงตัวให้มู่อวี้เฉิงเห็นจริง ๆ
ตอนที่มู่อวี้เฉิงเห็นลิ่นอวี๋เหยียนเดินเข้ามา เขาไม่แม้แต่จะหันไปมอง
ขณะที่ลิ่นอวี๋เหยียนจ้องเขม็งไปทางมู่อวี้เฉิงจนตาแทบจะลุกเป็นไฟ