พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 820 เธอไม่ได้ตั้งใจ
ตอนที่ 820 เธอไม่ได้ตั้งใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสัมผัสใบหน้าเธอ “ฉันอุตส่าห์ใช้ คอลซีลเลอร์แล้วนะ ไม่นึกว่าเธอจะเห็นอีก ฉันไม่สบายน่ะ เป็นไข้เมื่อวานเพิ่งออกจากโรงพยาบาล”
สีหน้าของกู้ชิงเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น “แล้วทำไมไม่หยุดอยู่บ้านคะ? ไม่เห็นต้องกังวลเรื่องงานเลย”
“พวกเธอคิดว่าฉันเป็นอะไรกันไปหมด? ออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ต้องหมายความว่าสบายดีแล้วสิ ไม่มีปัญหาอะไร แค่กู้ชิง ฉันว่าจะไม่ออกแบบแล้วล่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดสารภาพกับกู้ชิง
“ทำไมล่ะคะ?” กู้ชิงคิดสงสัยเพราะก่อนหน้านี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูจะชอบการออกแบบมาก
ทำไมจู่ ๆ ถึงเปลี่ยนใจกะทันหัน?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจเบา ๆ แล้วเล่าเนื้อหาที่เธอทะเลาะกับมู่อวี้เฉิงในวันนั้นให้กู้ชิงฟัง
“อวี้เฉิงทำเพื่อฉันมามากแล้ว พอฉันมาคิดดูให้ดีฉันก็รู้สึกว่าฉันไม่ได้อยากไปต่างประเทศ” ตอนแรกเธอแค่เริ่มสั่นคลอนนิดหน่อย
แต่หลังจากได้ยินเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตัดสินใจล้มเลิกแผนการทันที
เธอไม่อยากแยกจากจากมู่อวี้เฉิง
“ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำค่ะ แค่ทำตามใจตัวเองก็พอ” กู้ชิงไม่ได้ติเตียนอะไร
เพราะนี่เป็นเรื่องของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอก็ไม่อยากพูดมาก
“ก็จริง แต่ว่าก่อนหน้านี้ฉันสัญญาจะยกตำแหน่งผู้จัดการให้เธอแล้ว ตอนนี้ฉันมากลับคำแบบนี้ กู้ชิง เธอจะไม่ว่าอะไรฉันใช่มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองกู้ชิง
กู้ชิงนึกไม่ถึงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะสนใจประเด็นนี้
กู้ชิงยิ้มแล้วพูดว่า “คุณถง ฉันมีหน้าที่แค่ติดตามคุณ ถ้าไม่ใช่เพราะความใจดีของคุณ ฉันคงไม่ได้เข้าร่วมสตีเฟนด้วยซ้ำ ทำไมคุณถึงพูดแบบนั้นล่ะคะ?”
“ฉันบอกเธอไปกี่ครั้งแล้ว? ว่ามันเป็นเพราะความสามารถของเธอ ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลย มายกความดีความชอบให้ฉันอยู่ได้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจด้วย ความโล่งอกเมื่อเห็นว่าสีหน้าของกู้ชิงดูปกติดี
ดูเหมือนว่ากู้ชิงจะไม่ได้ถือสา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกลำบากใจมากจริง ๆ ที่มาพูดกลับคำเอาแบบนี้
แต่หลังจากทำตามขั้นตอนแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเอาไว้
คนพวกนี้ล้วนเป็นคนสนิทของเธอ เธอเชื่อว่าพวกเขาจะเข้าใจเธอ
“คุณถง จนถึงตอนนี้ฉันยังกังวลว่าจะไม่มีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับงานของคุณอยู่เลยค่ะ คุณกลับมาอยู่ตรงนี้แล้ว ฉันต่างหากที่ต้องหายใจด้วยความโล่งอก” กู้ชิงเข้าใจและตระหนักรู้ถึงความคิดเห็นของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นอย่างดี
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนที่ค่อนข้างภาคภูมิใจในตัวเอง
เธอกลัวเสียหน้าและกลัวเสียใจ การพูดสิ่งนี้จึงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับเธอ
แต่ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำได้ดีทีเดียว อย่างน้อยเธอก็ทำก้าวแรกได้อย่างกล้าหาญ
กู้ชิงเพียงคิดเรื่องนี้เงียบ ๆ ในใจ
ไม่ใช่หน้าที่ของเธอที่จะมาบอกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวควรต้องทำอะไร
ถ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยู่ที่นี่ เธอก็จะเข้ารับตำแหน่งต่อ แต่ถ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ที่นี่ต่อ เธอก็จะทำหน้าที่เดิมของเธอต่อไป
สิ่งนี้ไม่ได้สร้างความแตกต่างให้กับกู้ชิงเลย
เพราะแต่เดิมตำแหน่งนี้ก็เป็นของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่แล้ว
ถ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะสละตำแหน่งก็เป็นเพราะว่าเธอใจดี
แต่ถ้าไม่อยากสละตำแหน่ง ก็เป็นเพราะความต้องการของเธอ กู้ชิงไม่มีคุณสมบัติและไม่มีเหตุผลที่จะต้องพูดถึงมัน
“เธอคิดอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลว่ากู้ชิงจะพูดอย่างใจอย่าง ปากบอกว่าไม่เป็นอะไรแต่ในใจถือโทษโกรธเธอ
“คุณถง ฉันจะโกหกคุณทำไมคะ?” กู้ชิงพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำอะไรไม่ถูก
แน่นอนว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เชื่อว่าเธอไม่ถือสา
แต่เธอไม่ได้คิดอะไรมากมายขนาดนั้นจริง ๆ
“ก็ใช่ ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนยังไง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบบ่า กู้ชิง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูกู้ชิงแล้วนึกอะไรบางอย่างออก เธอจึงถามว่า “เธอเห็นท่าทางของซ่งโมโม่แล้วใช่มั้ย? เขาน่า จะพยายามขอโทษเธออยู่ เห็นเธอไม่กินของที่เขาเอามาให้เลย ยังโกรธเขาอยู่เหรอ?”
เธออยากรู้ว่ากู้ชิงทำแบบนั้นหมายความว่ายังไง
“ฉันเห็นแล้วค่ะ แต่ของที่เธอเอามาให้เป็นพวกขนมส่วนใหญ่ คุณก็รู้ว่าฉันกินไม่ได้ ฉันก็เลยเก็บมันไว้ในตู้แทน” กู้ชิงครุ่นคิดเกี่ยวกับขนมพวกนี้และพบว่าเธอไม่อยากปฏิเสธน้ำใจของซ่งโมโม่ เธอจึงเก็บมันไว้แทน
ตอนแรกเธอไม่รู้ว่าใครเป็นคนเอาขนมพวกนี้มาให้เธอ
แต่ต่อมาหลังจากเธอรู้ว่าคนคนนั้นคือซ่งโมโม่ เธอก็เลยเก็บขนมพวกนั้นเอาไว้
“เด็กอย่างซ่งโมโม่น่ะเป็นพวกชอบหมกมุ่น ตอนนั้นคงจะคิดน้อยไปหน่อย ตอนนี้เลยไม่กล้าเผชิญหน้ามาขอโทษเธอตรง ๆ ก็เลยใช้วิธีนี้แทน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหัว
ซ่งโมโม่ยังคงเป็นเด็กที่เรียบง่ายเหมือนเดิม
ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเธอไม่ได้คิดชั่วร้ายมาตั้งแต่เริ่มแรก
“น่าจะอย่างนั้นค่ะ ฉันเจอเธอหลายครั้งแล้ว อยากจะเข้าไปบอกเธอตรง ๆ ว่าไม่ต้องเอาขนมมาให้แล้ว แต่ทุกครั้งที่เธอเห็นฉันเธอก็ทำอย่างกับฉันเป็นสัตว์ประหลาด รีบวิ่งหนีไปทุกทีจนยังไม่ได้คุยกันเลยค่ะ” แม้ว่าวิธีการของซ่งโมโม่จะดูงุ่มง่ามแต่กู้ชิงก็ยอมให้อภัยซ่งโมโม่
ต้องบอกว่าเธอไม่ได้โกรธมาตั้งแต่แรกแล้ว และเธอก็อยากได้ยินคำพูดอธิบายจากซ่งโมโม่
ทว่าอีกฝ่ายไม่เคยพูดออกมาเลย และมักจะใช้วิธีการขอโทษตามแบบฉบับของตัวเอง
“ฉันมีเรื่องจะถามเขาสักหน่อย เลยว่าจะไปคุยกับเขาน่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดบอก
กู้ชิงขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “คุณถง ถ้าเป็นเรื่องของฉัน อย่าเก็บเอาไปใส่ใจเลยค่ะ ซ่งโมโม่ไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ”
“ไม่ใช่เพราะเรื่องนั้นหรอก เรื่องอื่นน่ะ เดี๋ยวเธอก็รู้เอง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขยิบตาให้อย่างลึกลับ
กู้ชิงค่อนข้างอย่างรู้ ทว่าไม่ได้ถามอะไรออกไป
พอพวกเธอเดินเข้ามาในบริษัท ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับกู้ชิงก็เริ่มทำงานอย่างขยันขันแข็งอีกครั้ง
ตอนเที่ยง มู่อวี้เฉิงโทรศัพท์มาหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงกดรับสายมู่อวี้เฉิงในขณะที่กำลังกินข้าวเที่ยงอยู่
น้ำเสียงเหน็ดเหนื่อยของมู่อวี้เฉิงดังมาจากปลายสาย “เหมี่ยวเหมี่ยว กินข้าวอยู่เหรอ? วันนี้รู้สึกไม่สบายตรงไหนมั้ย?”
“ฉันไม่เป็นไรแล้ว สบายดี คุณเถอะ ไม่สบายหรือเปล่า?” ช่วงเช้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินทางมาทำงานด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย
แต่พอผ่านช่วงบ่ายมาเธอก็รู้สึกดีขึ้น และมีความอยากอาหารมากด้วย
“ผมแค่เหนื่อยนิดหน่อย” มู่อวี้เฉิงยิ้มเบา ๆ ขณะนั่งฟังเสียงของเธอ
ตอนแรกเขารู้สึกเหนื่อยมาก แต่ตอนนี้เขามีพละกำลังขึ้นมาแล้ว
“ถ้างั้นก็ไปพักผ่อนซะ บอกแต่ฉัน คุณล่ะกินข้าวหรือยัง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถาม
“ผมยังไม่ได้กินข้าวเลย เพิ่งจัดการเอกสารเสร็จ ตอนนี้ ลู่หมิงกำลังไปซื้อข้าวมาให้” มู่อวี้เฉิงไม่ได้โกหกและตอบตามความเป็นจริง
“แล้วยังมีหน้ามาบอกให้ฉันฟังคุณอีก ตอนนี้เรามีหน้าที่ต้องดูแลกันและกัน ฉันกินแล้ว คุณก็ต้องกินด้วย ไม่มีข้อยกเว้น ได้ยินมั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจงใจพูดจาดุเดือด
“รู้แล้ว ผมจะกินข้าวให้ตรงเวลา ไม่ต้องห่วง โอเคมั้ย?” มู่อวี้เฉิงพูดเกลี้ยกล่อมเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“งั้นก็ดี รีบไปกินข้าวเร็ว ๆ เลย อย่าลืมถ่ายรูปส่งมาให้ฉันด้วย ถ้าไม่ส่งมาฉันไม่เชื่อนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดพร่ำบ่น
จากนั้นน้ำเสียงเอาอกเอาใจก็ดังมาจากปลายสาย “ครับ ๆ”