พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 821 ยอมรับโชคชะตา
ตอนที่ 821 ยอมรับโชคชะตา
ในช่วงบ่าย ซ่งโมโม่ถูกเรียกตัวให้มาพบถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ห้องทำงาน
ซ่งโมโม่ดูไม่สบายใจเอาอย่างมาก
เธอคิดว่าในที่สุดบทลงโทษที่ล่าช้าก็มาถึงแล้ว
ตอนแรกถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับกู้ชิงยังไม่ได้ตามไล่บี้เรื่องนี้ แต่ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวน่าจะกำลังช่วยกู้ชิงระบายความโกรธ
ซ่งโมโม่รู้สึกเศร้าเสียใจ ไม่รู้ว่าเธอจะยังสามารถทำงานในบริษัทนี้ได้ต่อหรือไม่
ถึงอย่างนั้นเธอก็เตรียมสภาพจิตใจมาอย่างดี
ท้ายที่สุดเธอเป็นคนทำผิดเอง และเป็นธรรมดาที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับกู้ชิงจะโกรธ
ไม่ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะพูดอะไรกับเธอ เธอก็จะจดจำเอาไว้
ซ่งโมโม่เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าวิตกกังวล พอเห็นสีหน้าของเธอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เป็นอะไรไป? ก่อนหน้านี้เห็นคุยเก่งไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้ทำไมดูกลัวฉันล่ะ?”
สมัยซ่งโมโม่ทำงานอยู่เคียงข้างเธอในอดีต ตอนนั้นอีกฝ่ายดูมีชีวิตชีวาและกล้าหาญมาก แต่หลังจากย้ายมาที่นี่ อีกฝ่ายก็กลายมาเป็นแบบนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มไม่มั่นใจว่าการพาซ่งโมโม่มาที่นี่ด้วยนั้นคิดถูกหรือคิดผิด
แต่ตอนนี้เธอยินดีจะมอบโอกาสให้ซ่งโมโม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าซ่งโมโม่จะตัดสินใจยังไง
“คุณถง คุณเป็นเจ้านาย ส่วนฉันเป็นแค่ลูกน้อง ฉันไม่เหมือนคุณหรอกค่ะ” ซ่งโมโม่ฝืนยิ้ม
“เธอคิดว่าทำไมฉันถึงเรียกเธอมาที่นี่?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามซ่งโมโม่
ซ่งโมโม่กัดริมฝีปากแล้วพูดเสียงแผ่วว่า “คุณจะไล่ฉันออกหรือเปล่าคะ? เรื่องของพี่กู้ชิงฉันผิดเองค่ะ ถ้าคุณอยากจะไล่ฉันออกจากบริษัท ฉันก็ไม่มีข้อโต้แย้ง”
เธอเห็นว่าช่วงนี้กู้ชิงกับฉินคั่วดูเข้าขากันได้ดีมาก
จากนั้นเธอก็ตระหนักได้ว่าคำพูดก่อนหน้านี้ของเธอผิดมหันต์
ในความสัมพันธ์นี้ กู้ชิงดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำ
กระทั่งเธอได้เห็นมันกับตา เธอจึงตระหนักได้ว่าบางครั้งความรักก็ไม่ได้วัดกันที่เงินทอง
แต่ก่อนความคิดของเธอค่อนข้างสุดโต่ง และมักจะคิดเรื่องเลวร้ายเกี่ยวกับผู้คนอยู่เสมอ
อาจเป็นเพราะว่าเธออยู่ใต้แรงกดดันมากเกินไป เธอจึงพูดคำพวกนั้นออกไปโดยไม่คิด
สรุปแล้วเธอก็ยอมรับว่ามันเป็นความผิดของเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูซ่งโมโม่ด้วยสายตาเอ็นดู “เธอก็ดูรู้ตัวนะ”
เธอหยุดชั่วคราวก่อนจะพูดต่อว่า “แล้วทำไมไม่เข้าไปขอโทษกู้ชิงล่ะ?”
ซ่งโมโม่ลังเลอยู่พักหนึ่งแล้วพูดอธิบายเหตุผล “ฉันไม่กล้าสู้หน้าพี่กู้ชิงหรอกค่ะ ที่ผ่านมาพี่กู้ชิงทำดีกับฉันมาก แต่ฉันกลับคิดแบบนั้นกับพี่เขา พี่เขาคงจะผิดหวังในตัวฉันมาก ตอนนี้ไม่มาเจอหน้ากันคงจะดีกว่า”
เธอคิดวางแผนเอาไว้ว่าถ้าเกิดถงเหมี่ยวเหมี่ยวไล่เธอออกจริง ๆ เธอจะกลับไปทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่บ้านเกิด
ด้วยวิธีการนี้ เธอยังพอช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง
พวกพ่อแม่ก็จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย
“เธอคิดว่าฉันจะไล่เธอออกเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ค่อย ๆ พูดถาม
ซ่งโมโม่คุ้นเคยกับที่นี่แล้ว เธอชอบเมืองเป่ยมาก และคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยังทำให้เธอพอมีความหวังอยู่บ้าง “ไม่ใช่เหรอคะ?”
พอเห็นดวงตาที่เป็นประกายขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ฉันเรียกเธอมาพบเพราะอยากจะให้โอกาสเธอ แต่เธอต้องบอกความจริงกับฉันก่อน”
“โอกาสอะไรคะ? คุณถงว่ามาเลยค่ะ” ซ่งโมโม่สูดลมหายใจเข้าลึก
เธอลังเลที่จะต้องเดินทางออกจากเมืองเป่ย
และเธออยากจะรักษาโอกาสนี้เอาไว้
“เธอรู้เรื่องการออกแบบบ้างมั้ย? คราวที่แล้วฉันเห็นรูปกระโปรงอยู่ในสมุดวาดรูปเธอเยอะแยะเลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดถามอย่างไม่มั่นใจ
เธอเห็นมันเพียงหน้าเดียวเท่านั้น
ทว่าสมุดวาดรูปของซ่งโมโม่ค่อนข้างหนา เธอจึงเดาได้ว่ามันน่าจะมีรูปภาพอยู่ในนั้นค่อนข้างเยอะ
ซ่งโมโม่ลังเลเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะบอก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดีไหม
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญกับเธอมากจริง ๆ
“คุณถง ทำไมถามถึงเรื่องนี้เหรอคะ?” ซ่งโมโม่เม้มปากและไม่ได้ตอบมันออกมาในทันที
“เธอยังกลัวว่าฉันจะทำอะไรอีกหรือไง? ไม่อยากพูดเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเคารพความเป็นส่วนตัวของซ่งโมโม่
คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะมีเรื่องปิดบังซ่อนอยู่
อย่างไรก็ตามเธอควรจะบอกถงเหมี่ยวเหมี่ยวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะได้ช่วยเธอแก้ปัญหา
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ คือคุณถง ช่วยบอกหน่อยได้มั้ยคะว่าคุณจะทำอะไร?” การวาดภาพเปรียบเสมือนดินแดนบริสุทธิ์เพียงหนึ่งเดียวในใจของซ่งโมโม่
ซ่งโมโม่ไม่อยากให้คนอื่นเอาเรื่องนี้มาข่มขู่เธอ และเธอยังระมัดระวังเรื่องนี้กับคนอื่นเป็นอย่างมาก
แต่ถ้าคนตรงหน้าคือถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอก็จะเต็มใจบอกอีกฝ่าย
เพราะว่าเธอรู้ดีว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่ทำร้ายเธอ และคงจะไม่สนใจอะไรเธอด้วยใช่ไหม?
“ไม่ได้จะทำอะไรหรอก ฉันแค่ถามเพราะอยากจะให้โอกาสเธอ แต่ถ้าเธอคิดว่าฉันมีเจตนาไม่ดีก็ไม่ต้องบอก ฉันไม่ได้จะบีบบังคับเธอ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดตอบตรงประเด็น
ที่นี่มีเพียงแค่พวกเธอสองคนเท่านั้น จึงไม่จำเป็นจะต้องเก็บเป็นความลับ
เธอทำแบบนี้เพราะอยากจะชดเชยความรู้สึกผิดให้กู้ชิง และอยากจะให้โอกาสซ่งโมโม่
แต่เรื่องนี้ซ่งโมโม่จะต้องตัดสินใจเอาเอง
ซ่งโมโม่เม้มปากก่อนจะเล่าเกี่ยวกับพื้นฐานการออกแบบของเธอคร่าว ๆ
พื้นที่ชนบทบนภูเขาเป็นสถานที่ที่ยากจน นักเรียนจากมหาวิทยาลัยจะเดินทางนำความรู้จากโลกภายนอกมาสอนเด็ก ๆ ในชนบททุกปี
ทักษะการวาดภาพของซ่งโมโม่ก็ได้มาจากนักเรียนมหาวิทยาลัยที่เข้ามาช่วยสอน
คุณครูสอนเธอได้สองวันก็พบว่าเธอวาดภาพเก่งมาก จริง ๆ
ดังนั้นคุณครูจึงมักจะหาเวลาว่างมาสอนเธอเป็นการส่วนตัวอยู่เสมอ
แต่ในขณะที่คุณครูเข้ามาสอน พ่อแม่ของเธอกลับเข้ามาพบโดยบังเอิญ
พ่อแม่ในชนบทมีความคิดล้าหลังและรู้สึกว่าการทำกิจกรรมอย่างอื่น อาทิ การวาดภาพ ไม่ได้ส่งผลดีนัก จึงต่อว่าคุณครูด้วยถ้อยคำต่าง ๆ นานา
ซ่งโมโม่รู้สึกเศร้าใจมากแต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้เลย
หลังจากถูกต่อว่า คุณครูก็ยังหาเวลามาสอนเธอ แต่หลังจากกลับออกไปแล้วคุณครูก็ไม่กลับมาอีกเลย
ซ่งโมโม่มักจะวาดรูปเป็นครั้งคราวเมื่ออยู่ในโรงเรียน และเธอก็กลัวว่าพ่อแม่จะมาบังเอิญเจอสมุดวาดรูป
ต่อมา เธอย้ายออกมาอาศัยอยู่ข้างนอก
เวลาเธอหงุดหงิดหรือชีวิตไม่ได้ดั่งใจเป็นพิเศษ เธอก็จะหยิบพู่กันมาระบายความหงุดหงิด
เธอชอบวาดรูปและออกแบบสิ่งต่าง ๆ จนถึงขั้นกับซื้อบทเรียนออนไลน์และนั่งศึกษาอยู่หลายวัน
ทว่าชีวิตกับความโลกแห่งความเป็นจริงกลับบอกเธอว่าคนที่มาจากชนบทอย่างเธอควรจะทำงานไปจนตาย
การวาดภาพไม่คู่ควรกับคนอย่างเธอ คนอย่างเธอจะไม่มีวันได้เกี่ยวข้องกับการวาดภาพ
ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้และก้าวออกมาจากสถานที่ที่ไม่ใช่ของเธอ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างซื่อสัตย์
บางครั้งความฝันและความจริงก็แยกออกจากกัน พระเจ้าอาจจะยุติธรรมแต่ก็ไม่ได้ยุติธรรมกับทุกคน
เธอเป็นคนบ้านนอกก็ควรจะยอมรับโชคชะตาตัวเอง
เธอพยายามปฏิเสธและต่อต้านแต่ก็ถูกขัดขวางครั้งแล้วครั้งเล่า
ในที่สุดเธอก็ถูกบีบบังคับให้ละทิ้งงานอดิเรกไป
พอนึกถึงเรื่องนี้ ซ่งโมโม่ก็แสยะยิ้มเยาะเย้ยตัวเอง
จะสับสนระหว่างโลกแห่งความฝันกับความจริงไม่ได้