พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 826 ตัดพ่อตัดลูก
ตอนที่ 826 ตัดพ่อตัดลูก
เกาลู่กลับมาบ้านด้วยสภาพน้ำตานองหน้า พ่อเกามีลูกสาวอยู่คนเดียวและเขาก็ให้ความสำคัญกับเธอมาก
พอเห็นเกาลู่ร้องไห้หนักจนหายใจหอบ เขาก็เดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ไอหยา ลูกรัก เป็นอะไรไป? มีเรื่องอะไรหรือเปล่าลูก?”
หลังจากเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น เขาก็เห็นรอยนิ้วมือทั้งห้าบนใบหน้าของเกาลู่
พ่อเกาขมวดคิ้วทันที “เกิดอะไรขึ้น? ใครมันบังอาจมาทำร้ายลูก?”
นี่มันชักจะเกินไปแล้ว นับตั้งแต่ลูกสาวของเขาเกิดมา เขาก็ไม่เคยลงไม้ลงมือตีเธอเลยแม้แต่ปลายนิ้ว
พอเห็นว่ามีคนมาทุบตีลูกสาว พ่อเกาก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ
เกาลู่กลอกตา เขย่ามือผู้เป็นพ่อและเล่าเรื่องราวทั้งหมดบิดเบือนจากความเป็นจริง
“พ่อคะ จำที่หนูบอกได้มั้ยว่าบริษัทเรามีประธานคนใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่ง หนูเห็นเขาหน้าตาดีก็เลยอยากพัฒนาความสัมพันธ์ด้วย เขาไม่ได้ปฏิเสธและบอกว่าคืนนี้จะพาหนูออกไปกินข้าวด้วยกัน แต่พอเดิน ๆ อยู่ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาบอกว่าเป็นแฟนเขา พ่อคะ หนูกลายเป็นชู้คนอื่นได้ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ หนูไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว” เกาลู่เล่าเรื่องและเริ่มร้องไห้อย่างน่าสงสาร
อันที่จริงเรื่องราวไม่ใช่แบบนี้เลย
ฉินคั่วปฏิเสธเกาลู่ไปหลายสิบครั้งแล้ว และเขาปฏิเสธหล่อนอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง จนถึงตอนนี้ก็ยังปฏิเสธเกาลู่อยู่
เกาลู่รู้ว่าถ้าเล่าตามความจริง พ่อเกาจะไม่มีทางช่วยเธออย่างแน่นอน
ท้ายที่สุดการหลอกล่อผู้ชายที่มีภรรยาแล้วเป็นเรื่องที่น่าละอาย
แม้ว่าพ่อเกาจะรักเธอ แต่เขาก็ให้ความสำคัญกับสามัญสำนึกขั้นพื้นฐานเป็นอย่างมาก
ดังนั้นเกาลู่มักจะคั่วผู้ชายอยู่ข้างนอก ไม่ปล่อยให้พ่อเการับรู้
ในสายตาของพ่อเกา เกาลู่จึงเป็นเด็กดีมาโดยตลอด
ไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเกาลู่ ทำให้เมื่อบอกเล่าแบบนั้นกับพ่อเกา พ่อเกาก็เชื่อเธอทุกอย่าง
หนำซ้ำยังคิดว่าลูกสาวของตัวเองถูกรังแกโดยผู้ชายเฮงซวย
หลังจากฟังเรื่องราวจากเกาลู่แล้ว พ่อเกาก็โกรธมากตามที่คาดการณ์เอาไว้ “นี่มันเล่นกับความรู้สึกคนอื่นไม่ใช่เหรอ? พ่อสอนแล้วไงว่าอย่าไปหลงคารมไอพวกผู้ชายหน้าตาดี ไอพวกนั้นมันหน้าซื่อใจคด! ทำไมไม่ฟัง ดูสิ แล้วตอนนี้จะทำยังไง?”
พ่อเกาทั้งโกรธและทุกข์ใจมาก
เขาอุตส่าห์เฝ้าทะนุถนอมลูกสาวมานาน แต่กลับถูก ไอคนเฮงซวยที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจตัวเองเหยียดหยาม
“พ่อคะ หนูไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย หนูชอบเขามากจริง ๆ หรือพ่อช่วยสอนบทเรียนที่เขาเข้ามาหลอกหนูหน่อยได้มั้ยคะ เขาจะได้รู้ผลที่ตามมาสักที พ่อคิดว่ายังไงคะ?” เกาลู่มองดูพ่อเกาอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็พูดเสนอแนะขึ้นมา
พ่อเกาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ก็ได้ งั้นพ่อจะถอนโครงการออกจากบริษัทนั้น บทเรียนแค่นี้เพียงพอมั้ย?”
“ไม่ค่ะ ไม่ได้ค่ะพ่อ มันจะจริงจังเกินไปนะคะ” หลังจากได้ยินเช่นนั้น เกาลู่ก็เบิกตากว้างแล้วรีบหยุดพ่อทันที
หล่อนต้องการใช้โครงการนี้มาเป็นข้ออ้างให้ฉินคั่วเข้ามาขอร้องหล่อน
หล่อนยังคงชอบฉินคั่วมาก ถ้าฉินคั่วเข้ามาแสดงความจริงใจ เกาลู่ก็จะปล่อยวางและเต็มใจยกโทษให้ฉินคั่ว
หล่อนอยากให้ฉินคั่วรู้ว่าใครมีประโยชน์ที่สุดในสายอาชีพของเขา
สำหรับแฟนสาวของเขา หล่อนมองไม่เห็นอะไรเลยและอีกฝ่ายก็น่าจะไม่มีความสามารถอะไรด้วย คงจะทำได้แค่นั่งกินนอนกินรอให้ฉินคั่วกลับไปเลี้ยงดูที่บ้านวัน ๆ
จะมาเปรียบเทียบกับหล่อนได้ยังไง?
เวลาเจอคนประเภทนี้ เกาลู่จะรู้สึกมั่นใจเป็นพิเศษ
และยิ่งมั่นใจอย่างมากว่าฉินคั่วจะต้องเลือกหล่อนแน่ ๆ
พอได้คิดได้แบบนี้ ความคับข้องใจที่ได้รับมาเมื่อสักครู่นี้ก็จางหายไป
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าพ่อเกาจะเข้าใจความคิดของเกาลู่ “ลูกยังชอบไอจอมกะล่อนนั้นอยู่ใช่มั้ย? พ่อบอกแล้วไงว่าถ้าทำตัวเหลวไหลแบบนี้ หลังจากนี้ก็ตัดพ่อตัดลูกกันไปเลย”
พ่อเกาพูดด้วยน้ำเสียงดุดันจนเกาลู่ตกใจ
แต่เพื่อทำให้บรรลุเป้าหมาย เกาลู่จึงพยายามพูดอธิบายต่อ
หล่อนปาดน้ำตาแล้วพูดว่า “พ่อคะ ทำไมคิดกับหนูแบบนั้นล่ะคะ? หนูแค่คิดว่าตอนนี้หนูเป็นหนึ่งในสมาชิกบริษัทแล้ว และโครงการก็กำลังจะเสร็จ หนูไม่อยากให้พ่อขาดทุน ถ้าเกิดเรื่องนี้บานปลายขึ้นมา คนในบริษัทจะคิดกับหนูยังไง? จะมองพ่อยังไง?”
พ่อเกาดีใจมากเมื่อได้ยินว่าเกาลู่เริ่มคิดไตร่ตรองถึงตัวเขา “ลูกนะ ในที่สุดก็โต รู้จักนึกถึงพ่อสักที แต่เกาลู่ฟังพ่อนะ ไม่ว่าจะที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ตามที่หนูรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้มาบอกพ่อได้เสมอ แต่พวกเราห้ามกลายเป็นคนที่ไร้ศีลธรรมเด็ดขาด เข้าใจมั้ย?”
“พ่อคะ หนูรู้ค่ะ พ่อสอนหนูแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก หนูจำได้ทุกอย่าง” เกาลู่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ดูมีมารยาทดีผิดปกติ
“พ่อก็จะฟังลูกด้วย ลูกอยากทำอะไรก็ทำเลย แต่อย่าไปยอมเด็กนั่นง่าย ๆ นะ เข้าใจมั้ย?” แม้ว่าพ่อเกาจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเกาลู่ แต่เขาก็เลี้ยงลูกสาวมาจนโตขนาดนี้แล้ว เขาไม่อยากทำให้ลูกสาวผิดหวัง ดังนั้นพ่อเกาจึงเลือกที่จะเชื่อใจเกาลู่
“พ่อคะ หนูรู้ หนูไม่ปล่อยคนที่มารังแกหนูไปง่าย ๆ หรอกค่ะ” เกาลู่ได้รับความยินยอมจากพ่อเกาแล้ว และหล่อนก็มีความสุขมาก
หล่อนมีคนหนุนหลังแล้ว ดูสิว่าฉินคั่วยังจะกล้าทำตัวเย็นชากับหล่อนอยู่หรือไม่!
ถ้าฉลาดจริงก็น่าจะรู้ว่าควรเลือกใคร
กระทั่งกลับมาถึงบ้าน ฉินคั่วก็เข้าไปทำอาหาร
ตอนนี้กู้ชิงกำลังท้องอยู่ ฉินคั่วจึงไม่อยากให้เธอกินข้าวนอกบ้าน
หากสามารถทำอาหารได้ด้วยตัวเองมันคงจะดีที่สุด พอถึงเวลาต้องคลอดลูกกู้ชิงจะได้ไม่ตกอยู่ในอันตราย
หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว กู้ชิงก็เหลือบมองฉินคั่ว “มีอะไร? ยังไม่นอนเหรอ?”
ฉินคั่วที่นั่งอยู่ด้านข้างพูดเกลี้ยกล่อมเธอเบา ๆ “คุณไปนอนก่อนเถอะ ผมมีเอกสารที่ต้องจัดการต่อ รอทำเสร็จจะตามกลับเข้าไป”
“งั้นก็รีบตามมานะ อย่านอนดึก ไม่อย่างนั้นฉันจะโกรธ” กู้ชิงง่วงมากแล้วและน้ำเสียงของเธอก็แผ่วเบาลงเล็กน้อย ฉินคั่วประทับใจกับคำพูดของเธอมาก เขาจูบกู้ชิงก่อนจะเดินไปปิดไฟและออกจากห้องไป
ฉินคั่วเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน แต่แทนที่จะนั่งประมวลเอกสาร เขากลับกดโทรศัพท์เพื่อโทรออก
นึกไม่ถึงว่าหลังจากมาเมืองเป่ยแล้ว ยังจะต้องมาต่อกรกับนางผีเสื้อสมุทรอีก
หากเป็นในอดีตฉินคั่วคงจะไม่รังเกียจ
แต่ตอนนี้เขามีกู้ชิงแล้ว
และเขาก็รู้ด้วยว่าเกาลู่ไม่ใช่คนมีศีลธรรม
หลังจากถูกกู้ชิงตบหน้าก็ไม่รู้ว่าเกาลู่จะมีความคิดชั่วร้ายอะไรอยู่ในใจอีก
ตัวเขาเองไม่ได้สนใจอะไร แต่เกรงว่าเกาลู่จะตามคุกคามกู้ชิง ดังนั้นเขาจึงต้องชิงจัดการหล่อนก่อน
หากเป็นเรื่องนี้ จ้าวถิงจัดการได้เก่งที่สุด
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉินคั่วก็ตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาจ้าวถิง
จ้าวถิงกดรับสายจากฉินคั่วด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ “ฉินคั่ว แกโทรหาฉันถูกด้วยเหรอ?”
เขาจำได้ว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นั้น ฉินคั่วก็ไม่เคยติดต่อมาหาเขาอีกเลย
แต่ในเมื่อฉินคั่วไม่ติดต่อหาเขา เขาก็ไม่มีหน้าจะไปติดต่อหาฉินคั่วก่อน
เขายังคงรอคอยให้ฉินคั่วกลับมาคิดบัญชีตามหลัง และช่วงนี้เขาก็ยุ่งมาก
“กูมีเรื่องจะขอความช่วยเหลือหน่อย” ฉินคั่วพูดอย่าง ใจเย็น