พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 829 ดูเหมือนว่าจะไม่มีโอกาส
ตอนที่ 829
ดูเหมือนว่าจะไม่มีโอกาส
ฉินคั่วเอนหลังบนเก้าอี้แล้วมองดูสีหน้าเกาลู่ด้วยความรู้สึกขบขัน
ดวงตาของเขาเย็นชามากขึ้นกว่าเดิม “เกาลู่ คิดว่าที่นี่เป็นที่รีไซเคิลขยะเหรอ? จะเก็บขยะทุกประเภทเลยหรือไง? ไม่รู้จุดยืนตัวเองด้วยซ้ำ ก็อย่าไปคิดว่าตัวเองสูงส่งนักเลย”
เกาลู่รู้สึกประทับใจในตัวผู้ชายพวกนี้มาก
และหล่อนก็ออกเดทกับผู้ชายพวกนี้ทั้งหมด
แต่หล่อนแค่ไม่รู้ว่าคนพวกนี้แอบถ่ายรูปไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่
ฉินคั่วได้ภาพถ่ายพวกนี้มาจากที่ไหน?
เขาจัดการไม่ง่ายอย่างที่หล่อนคิด
พอคิดได้เช่นนั้น เกาลู่ก็เริ่มตัวสั่นเล็กน้อย
ร่างกายหล่อนสั่นเทาอยู่พักหนึ่งจนกระทั่งหล่อนคิดว่าสงบลงแล้วจึงพูดขึ้นว่า “นี่ นี่มันของปลอม ตัดต่อทั้งนั้น ไม่จริงเลย คุณตั้งใจตัดต่อรูปภาพมาใส่ร้ายฉัน”
“ผมใส่ร้ายคุณเหรอ? เกาลู่ คุณไม่รู้สึกคุ้นภาพถ่ายพวกนี้บ้างหรือไง ลืมไปหมดแล้วเหรอ ผู้ชายในรูปมีไม่ต่ำกว่าสิบคนได้มั้ง? พ่อคุณก็เป็นนักธุรกิจนี่ แต่เขาน่าจะไม่รู้เรื่องสกปรกพรรค์นี้! เกิดเขารู้ว่าลูกสาวที่น่ารักของตัวเองทำตัวเหลวแหลกแบบนี้จะพูดว่าไงบ้างนะ?” ฉินคั่วมองดูท่าทางการแสดงออกของเกาลู่อย่างใจเย็น
เขามองดูเกาลู่ราวกับว่าเป็นตัวตลก ไม่คุ้มพอที่จะพูดถึงเลย
ให้เขามาจัดการปัญหาระดับนี้ด้วยตัวเอง คิดว่าเขาจะใจเย็นหรือไง?
“คุณ คุณ…” เกาลู่นึกไม่ถึงว่าสิ่งที่หล่อนทำและปกปิดเอาไว้เบื้องหลังจะถูกฉินคั่วนำมาวางกองไว้บนโต๊ะ
ภายในค่ำคืนเดียว ฉินคั่วก็ตรวจสอบเรื่องทุกอย่างของหล่อนเจอจนหมด
หล่อนคิดว่าหล่อนซ่อนทุกอย่างเอาไว้อย่างมิดชิดแล้ว
“ผมแนะนำให้คุณมีสติหน่อย และก่อนที่ผมจะโกรธ คุณควรเข้าไปคุยกับพ่อคุณซะ ไม่อย่างนั้นผมก็ไม่รับประกันว่ารูปภาพพวกนี้จะหลุดออกไปหรือเปล่า” ฉินคั่วพูดบอกด้วยทัศนคติที่เหนือกว่า
ดูเหมือนว่าตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยสนใจคนอย่างเกาลู่เลยและไม่เคยหลงกลกับวิธีการที่หล่อนใช้ด้วย
“คุณมันน่ารังเกียจ!” เกาลู่จ้องเขม็งฉินคั่วด้วยความโกรธจัด
หล่อนเคยคิดว่าสุภาพบุรุษอย่างฉินคั่วน่าจะเป็นมิตรกับทุกคน
แต่ตอนนี้หล่อนกลับมาย้อนคิดว่าหล่อนชอบตัวบ้าอะไรไป?
ฉินคั่วเป็นปีศาจร้าย
คราวเมื่อพบกันครั้งแรกและเห็นอุปนิสัยของฉินคั่ว เกาลู่ควรจะคิดได้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด
หล่อนไม่ควรเข้ามายุ่งกับผู้ชายคนนี้
ฉินคั่วแตกต่างจากพวกผู้ชายขี้แพ้ในอดีตอย่างสิ้นเชิง
บางทีภูมิหลังทางครอบครัวของฉินคั่วอาจจะอยู่เหนือกว่าหล่อน
ไม่อย่างนั้นเขาจะหาข้อมูลของหล่อนเจออย่างรวดเร็วได้ยังไง?
“น่ารังเกียจเหรอ?” ฉินคั่วหัวเราะเสียงดังลั่นราวกับว่าเขาเพิ่งได้ยินเรื่องตลก “ใครกันแน่ที่น่ารังเกียจ? คุณเกา?”
เกาลู่ประมาณการว่าครั้งนี้หล่อนชนเข้ากับกำแพงแล้วจริง ๆ
หล่อนหลับตาลงทันที “แล้วคุณอยากให้ฉันทำอะไร?”
ต่อหน้ากองกำลังชั่วร้าย เกาลู่จะต้องก้มศีรษะลง
ฉินคั่วน่ากลัวมากจริง ๆ
หากพ่อเการู้สิ่งที่หล่อนกระทำลงไป เขาจะต้องตามสืบสวนหล่อนแน่นอน
และเพียงแค่พ่อกระดิกนิ้ว หล่อนก็ไม่สามารถปิดบังอะไรได้เลย
พ่อเกาเลี้ยงดูหล่อนมาอย่างเข้มงวด และการกระทำเหล่านี้ในสายตาของพ่อเกาก็ถือว่าเป็นเรื่องนอกรีต
บางทีพ่อเกาอาจจะโกรธมากจนถึงขั้นขับไล่หล่อนออกจากเมืองเป่ยและส่งตัวหล่อนไปอยู่ต่างประเทศ
เกาลู่หวาดกลัวจนเผลอกลั้นหายใจ
“ทำอะไรเหรอ? ก็อยู่เงียบ ๆ ในบริษัทต่อไป แต่ถ้าผมรู้ว่าคุณไปข่มขู่ภรรยาผม เกาลู่ คุณได้จบเห่แน่ สำหรับพ่อของคุณ ผมคิดว่าไม่ต้องพูดคุณก็น่าจะรู้ว่าต้องทำยังไง” ความผิดพลาดของเกาลู่คือไม่ควรทำให้กู้ชิงขุ่นเคือง
กู้ชิงแทบจะนอนไม่หลับเพราะผู้หญิงคนนี้
ภรรยาของเขา จะให้ใครมารบกวนไม่ได้
เดิมทีกู้ชิงไม่ค่อยเชื่อมั่นใจตัวเขามากนัก ดังนั้นครั้งนี้เขาจะต้องสร้างความมั่นใจให้กับกู้ชิงและจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย
“ฉัน ฉันเข้าใจแล้ว” เกาลู่หน้าซีดลง
“เอาล่ะ ออกไปได้ อย่ามาเกะกะสายตาอีก” ฉินคั่วขมวดคิ้วแล้วมองจิกไปทางเกาลู่
พอเห็นท่าทางของเขาแล้ว เกาลู่จะกล้าต่อรองอะไรอีก?
หล่อนเม้มปากแล้วรีบเดินออกมาจากห้องทำงานทันที
เรื่องราวระหว่างเกาลู่กับฉินคั่วกำลังสร้างความปั่นป่วนอยู่ในบริษัท
ทันทีที่หล่อนเดินออกมา ใครหลายคนก็มารอดูความตื่นเต้น
ทว่าสีหน้าของเกาลู่กลับดูไม่ค่อยดีนัก
เกิดอะไรขึ้น? ไหนพวกเขาบอกว่าคุณฉินกับเกาลู่ลงเอยกันแล้วไง?
แล้วทำไมถึงกลายมาเป็นแบบนี้ได้
ถ้าเกาลู่ลงเอยกับฉินคั่วจริง ๆ ก็คงจะประกาศให้โลกรู้ไปแล้วไม่ใช่เหรอ?
แต่ทำไมไม่แสดงออกอะไรเลย?
ทุกคนต่างรู้สึกสับสน
แต่เนื่องจากเกาลู่มีประวัติรักใคร่ในที่ทำงานมาอย่างโชกโชน หลายคนในบริษัทจึงไม่ค่อยญาติดีกับหล่อนนัก
มีเพียงพวกเพื่อนสาวของเกาลู่เท่านั้นที่เข้ามาถามไถ่ “พี่ลูลู่ เป็นยังไงบ้าง เข้าไปแล้วได้เผด็จศึกคุณฉินหรือเปล่า?”
“หุ่นคุณฉินล่ะเป็นไง แต่ทำไมกลับออกมาไวจัง?” เพื่อนสาวตัวน้อยเขยิบตาอย่างคลุมเครือ
เห็นได้ชัดว่าพวกเธอไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าบึ้งตึงของเกาลู่เลย
พอได้ยินพวกเธอพูดถึงชื่อของฉินคั่ว เกาลู่ก็สะดุ้งและกลับมามีสติอีกครั้ง
หล่อนจ้องมองเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยสายตาดุดัน “ทีหลังอย่าพูดถึงฉินคั่วต่อหน้าฉันอีก”
แม้ว่าหล่อนจะโตมาขนาดนี้แล้ว แต่หล่อนก็ไม่เคยเจอเรื่องน่าอับอายแบบนี้มาก่อน
ฉินคั่วกุมชีวิตของหล่อนเอาไว้ในกำมือ ดังนั้นหล่อนจึงไม่กล้าพูดอะไรเลย
หล่อนทำอะไรไม่ได้และยังต้องก้มหน้าก้มตาอยู่อย่างสงบสุขด้วย
หากภาพถ่ายพวกนั้นถูกเผยแพร่ออกไป ชีวิตของหล่อนคงจะพังยับเยิน
โดยปกติแล้วจะมีเพียงแค่ข่าวลือในบริษัทเท่านั้น เกาลู่จึงไม่ได้สนใจอะไร
หล่อนเพียงคิดว่าคนพวกนั้นพยายามจะใส่ร้ายป้าย สีหล่อน
แต่ฉินคั่วนั้นแตกต่างออกไป
สิ่งที่อยู่ในมือของฉินคั่วคือหลักฐานชั้นเลิศ
ตอนนี้อินเทอร์เน็ตได้รับการเข้าถึงอย่างมาก หากมันถูกเผยแพร่ออกไป เกาลู่คงจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้
เพื่อนสาวต่างตกตะลึงกับเสียงตวาดของหล่อน
เห็นได้ชัดว่าเมื่อเช้านี้เกาลู่ยังดูสดใสอารมณ์ดีอยู่เลย
ทำไมจู่ ๆ ท่าทางถึงเปลี่ยนไปได้ เกาลู่เป็นหัวหน้าแก๊งของเพื่อสาวพวกนี้ พอพวกเธอเห็นว่าเกาลู่กำลังอารมณ์ไม่ดี พวกเธอจึงไม่กล้าพูดอะไร
พนักงานคนอื่น ๆ ยังคงรอฟังข่าวคราวอย่างใจจดใจจ่อ
หรือว่าเกาลู่จะหลอกล่อฉินคั่วไม่สำเร็จ?
ดูจากสภาพของเกาลู่แล้ว หรือว่าหล่อนจะถูกฉินคั่วไล่ตะเพิดออกมาก็เลยโกรธจัด?
แต่พิจารณาจากท่าทางของเกาลู่ก็ดูว่าจะจับฉินคั่วไม่สำเร็จจริง ๆ
คนที่ชอบพูดโอ้อวดอย่างเกาลู่ ถ้าจับฉินคั่วได้อยู่หมัดจริง ๆ คงจะประกาศให้ทั้งโลกรับรู้ไปแล้ว แต่ตอนนี้เงียบเป็นเป่าสาก ดูเหมือนว่าจะไม่มีโอกาส
พอเห็นเกาลู่ล้มเหลว ทุกคนก็มีความสุขกันมาก
ไม่รู้ว่าเกาลู่มีดีอะไร หลายคนถึงหลงชอบหล่อน
ไม่ใช่ว่าอิจฉา เพียงแค่คิดว่าผู้ชายพวกนั้นตาบอด
ตอนนี้ในที่สุดก็มีคนมาทำให้เกาลู่หน้าแตกยับเยินได้แล้ว
พวกเขาจึงอยากจะพูดว่า คุณฉิน ทำได้ดีมาก!