พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 881 หายตัวไป
ตอนที่ 881
หายตัวไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ในอ้อมกอดของมู่อวี้เฉิงและหวนนึกถึงเสี่ยวเป่าที่ต้องอยู่ตามลำพัง เหตุการณ์ในครั้งนี้มันทำให้เธอตระหนักได้ว่าเธอละเลยหน้าที่
“อย่าคิดมาก” มู่อวี้เฉิงกอดเธอไว้แน่นและมองดูด้วยความทุกข์ใจ
“รู้แล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกอีกครั้ง และกลับพบว่ามันโทรติด
“ฉันอยากคุยกับเจ้านายของพวกแก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ปลายสายไม่คิดว่าเธอจะร้องขออย่างตรงไปตรงมาแบบนี้ “หัวหน้าเราไม่มีเวลามาคุยกับแกหรอก อีกสามวัน…”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะพูดตอบ แต่เสียงของปลายสายกลับถูกสลับเปลี่ยนเป็นเสียงที่ถูกแปลงด้วยเครื่องเสียง “ไม่ทราบว่าคุณถงมีอะไรอยากจะพูดเหรอ?”
“ไม่ต้องรออีกสามวัน ฉันจะไปเจอแกตอนนี้เลย”
“โอ้? กล้าหาญจริง ๆ ฉันอุตส่าห์ให้เวลาสามวันมาตามจับตัวฉัน สรุปอยากจะเจอกันวันนี้เลยเหรอ แต่คิดจะจับตัวฉันมันไม่ง่ายหรอกนะ” ปลายสายหัวเราะเยาะเบา ๆ
ทำเสียงที่แสบแก้วหูทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสดงท่าทางเย็นชาออกมา แต่ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นเลย
สามวันอาจเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงได้
“อย่าพล่ามให้มาก บอกที่นัดมา”
“คุณถงสุดยอดจริง ๆ งั้นเตรียมตัวมาเลย เจอกันที่ท่าเรือสองทุ่มตรง” ปลายสายพูดแล้วกดวางสายทันที
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองไปที่มู่อวี้เฉิง “อวี้เฉิง ฉันจะไป”
“เข้าใจแล้ว”
มู่อวี้เฉิงกอดเธอไว้และรู้ว่าเธอตัดสินใจแล้ว “ระวังตัวด้วยนะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ “ฉันจะพาลูกกลับมาอย่างปลอดภัยให้ได้ เหมือนที่ฉันรู้ว่าคุณจะคอยอยู่สนับสนุนฉัน”
ขณะเดียวกันเธอก็ไม่อยากให้คนพวกนั้นหลุดลอยนวลไปได้ อยากจะทำให้พวกมันรู้ว่าใครแตะต้องได้ ใครแตะต้องไม่ได้
ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มไปด้วยความเย็นชา
เหลือเวลาไม่มากแล้ว
มู่อวี้เฉิงรู้สึกวิตกกังวล จิตใจเริ่มลนลาน ดวงตาสีนิลที่กำลังส่องระยิบระยับราวกับดวงดาวจดจ่ออยู่กับการสั่งการลูกน้อง
“คุณมู่ จากการรายงานค้นพบว่าจ้าวเทียนหายตัวไปช่วงเวลานี้และยังมีเรื่องที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างที่พวกเราค้นพบด้วยครับ”
ลู่หมิงเดินเข้ามาและยื่นเอกสารให้ ขณะที่ภายในใจคิดตัดสินคนพวกนั้นเงียบ ๆ
ต้องโง่บรมขนาดไหนถึงจับตัวเสี่ยวเป่าไป
มู่อวี้เฉิงพลิกหน้ากระดาษดูทีละหน้า ดวงตาสีนิลสนิทดูเย็นชาและสงบนิ่งแต่กลับแฝงไปด้วยความน่าขนหัวลุก
“เข้าใจแล้ว ไปตามสืบมาซะ ฉันต้องการข้อมูลเกี่ยวกับเฉินถิ่งทั้งหมดโดยเร็วที่สุด”
ลู่หมิงพยักหน้าก่อนจะตอบรับ
มู่อวี้เฉิงมองดูวิวทิวทัศน์ด้านนอก แววตาหม่นหมองราวกับถูกถมไปด้วยหมึกสีดำ
…
ท่าเรือตอนสองทุ่มมีลมพัดโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาถึงเวลาตามที่นัดหมายเอาไว้ แต่ลมพัดแรงมากจนชายเสื้อของเธอลอยขึ้น
ความเงียบสงัดยามค่ำคืนทำให้บรรยากาศภายในท่าเรือดูตึงเครียดขึ้น
“ฉันมาแล้ว พวกแกจะส่งตัวเสี่ยวเป่ามาให้ฉันได้หรือยัง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาท่ามกลางความเงียบสงัด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามอดทนรอคอยอย่างใจเย็น
“คุณถงมาได้ตรงเวลาดีเสียจริง ดูเหมือนว่าจะยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับลูกตัวเองสินะ” เสียงดังดังขึ้นมาจากความมืดมิด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองตามทิศทางของเสียง
“พวกแกต้องการอะไร ถ้าเป็นข้าวของเงินทอง ฉันมีเงินอีกเยอะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองไปที่คนกลุ่มนั้นแต่กลับไม่เห็นเสี่ยวเป่าเลย
น้ำเสียงของเธอเย็นชาขึ้น “ถ้าฉันมาแล้ว ในเมื่อจะแลกเปลี่ยนกัน พวกแกก็ควรให้ฉันเห็นลูกด้วยสิ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่ปรานีนะ”
“ฮ่า ๆ นิสัยของคุณถงนี่ เลือดร้อนอย่างที่ข่าวลือว่าเอาไว้เลยนะ ถ้าคุณถงอยากเห็นหนักหนางั้นก็งั้นคุณถงก็จะได้เห็น”
กลุ่มคนระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น ไม่สนใจคำขู่ใด ๆ ทั้งสิ้นและยังคงดำเนินการต่อไป
พวกเขาคงจะมีแหล่งให้พึ่งพา ไม่อย่างนั้นคงจะไม่อวดดีขนาดนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลดสายตาลง แต่เมื่อเห็นใครบางคนกำลังลอยขึ้นช้า ๆ รูม่านตาของเธอก็หดตัวลงทันที “เสี่ยวเป่า”
“คุณถงอย่าเพิ่งตกใจไป ตอนนี้เจ้าเด็กเสี่ยวเป่ายังปลอดภัยอยู่ แต่ต่อไปจะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณถงจะเลือกอะไร”
จากนั้นพวกเขาก็หัวเราะฮ่า ๆ ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอยากจะฆ่าพวกเขาให้ตายให้หมด แต่เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถทำตัวตื่นตระหนกได้
“พวกแกต้องการอะไร” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ถ้าเป็นไปได้ตอนนี้เธอก็อยากจะรีบไปพาตัวเขาลงมาทันที
เสี่ยวเป่าถูกแขวนอยู่ท่ามกลางสายลม
ไม่ต้องคิดก็สามารถรู้ได้ว่าตอนนี้เขาหวาดกลัวมากแค่ไหน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากจะเดินเข้าไปหาเพื่อดูว่าสภาพของเขาในตอนนี้เป็นยังไง ยังดีอยู่หรือไม่
ค้างอยู่ในสภาพนั้นมานานแค่ไหนแล้ว
เสี่ยวเป่าถูกแขวนตัวอยู่กลางอากาศ นิ่งเงียบไม่ส่งเสียง หากคนพวกนั้นสั่งการเขาก็จะตกลงไปในทะเลาะทันที
ภาพตรงหน้าจี้จุดเจ็บปวดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างมาก
“ที่จริงพวกเราก็เข้าใจได้นะว่าคุณถงอยากจะปกป้องลูก แต่พวกเราไม่เหลืออะไรในชีวิตแล้ว จะอยู่หรือตายก็ไม่สำคัญหรอก แต่ถ้าเป็นชีวิตของเด็กคนนี้”
จากนั้นพวกเขาก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร และกลุ่มคนเบื้องหลังก็หัวเราะฮ่าฮ่าออกมาเสียงดัง
“ที่จริงมันไม่มีอะไรยากหรอก แค่หัวหน้าเราไม่ชอบขี้หน้าคุณ คุณก็แค่ต้องทำให้พวกเราพอใจ แล้วเราจะปล่อยคุณไป อีกอย่างคุณก็จะได้ช่วยลูกออกไปด้วย ถือว่าคุ้มทั้งสองฝ่ายมั้ยล่ะ?”
ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูมืดมนขึ้น
มู่อวี้เฉิงหลับตาลงเล็กน้อย แสยะยิ้มอย่างเย็นชา แผ่ซ่านความเย็นยะเยือกออกมาจากร่างกาย
คนรอบข้างเขาอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล พวกมันกล้าเล่นกับไฟจริง ๆ กล้าพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง ไม่กลัวตายกันบ้างหรือ
เสี่ยวเป่าถูกแขวนอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ลมพัดแรงมากจนร่างกายเขาแทบจะปลิวไปตามลม
“คุณถง จะไม่ทำก็ได้นะ แต่น่าสงสารเด็กคนนี้จริง ๆ ที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ผมล่ะทุกข์ใจตามเลย”
คนที่เหลือหัวเราะเสียงดังลั่น ดวงตาเต็มไปด้วยอาฆาตพยาบาท
“เหมี่ยวเหมี่ยวคอยถ่วงเวลาพวกมันไว้ ผมเตรียมการทุกอย่างเสร็จแล้ว” น้ำเสียงเย็นชาของมู่อวี้เฉิงดังลอดมาจากหูฟังตัวเล็ก
ก่อนจะมาที่นี่ มู่อวี้เฉิงได้เตรียมการทุกอย่างเอาไว้แล้ว รวมถึงหูฟังขนาดเล็กนี้ด้วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่จำเป็นต้องพูดอะไร เพียงแค่รอฟังคำสั่งการจากเขา
“ฉันอยากเจอหัวหน้าพวกแก คนอย่างพวกแกไม่มีคุณสมบัติอะไรมาพูดเรื่องพวกนี้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามอย่างเย็นชา และสายตาที่แน่วแน่ก็ทำให้พวกเขาสั่นสะท้าน
แต่เมื่อนึกถึงคำที่คนคนนั้นพูดเอาไว้ก็ไม่มีอะไรจะต้องกลัว
“อย่างนั้นเหรอ งั้นเด็กนี่ก็อาจจะทนรอไม่ไหวนะ”
“คุณถงไม่จำเป็นต้องมองผมด้วยสายตาแบบนั้นหรอก…”
แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นทันที
พวกเขายังไม่ทันได้พูดจบ
เสียงปืนก็ดังทำลายความเงียบสงบ
ก่อนที่คนพวกนั้นจะทันได้พูดอะไร ใครคนหนึ่งก็ล้มไปนอนกองกับพื้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองดูเสี่ยวเป่าที่ถูกคนของ มู่อวี้เฉิงช่วยสาวเชือกนำตัวลงมาข้างล่างอย่างช้า ๆ
เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที
แต่พอคิดว่าเหตุการณ์กำลังจะคลี่คลายลง
เชือกที่สาวลงมาก็ขาดออก ทำให้เสี่ยวเป่าตกลงไปในทะเลต่อหน้าต่อตา
“ไม่!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวร้องตะโกนเสียงดัง รีบวิ่งตรงเข้าไปหาด้วยความเร็วสูง
เธอกำลังจะกระโดดตามเขาลงไปในทะเล
แต่มู่อวี้เฉิงรีบคว้าเธอเอาไว้ “อย่าโดด”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดวงตาแดงก่ำ ไม่ได้ เธอจะต้องกระโดดลงไป
จะปล่อยให้อะไรเกิดขึ้นกับเสี่ยวเป่าไม่ได้
“ใจเย็น ๆ” มู่อวี้เฉิงดึงเธอไว้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงจนหัวหมุนและเป็นลมหมดสติไป
มู่อวี้เฉิงมองดูด้วยสายตาเย็นชา