พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 880 ยังมีผมอยู่
ตอนที่ 880
ยังมีผมอยู่
“คุณห้ามทำให้ฉันผิดหวังนะ”
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนสีหน้าเย็นชาของลู่ซีจวี๋ “ผมไม่รู้ด้วยหรอกนะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าพวกเขาเข้ากันได้ดีมากก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น
“ฉันให้พนักงานเข้ามาเสิร์ฟแล้ว จะเอาอะไรเพิ่มก็บอกพนักงานนะ”
ลู่ซีจวี๋ยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้ขัดขวางและพูดเรื่องอื่นแทน “ว่าแต่เรียกฉันมามีเรื่องอะไรเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเกาจมูกด้วยท่าทางเขินอาย “รุ่นพี่นี่รู้ทันฉันตลอดเลย แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าฉันอยากจะทำอะไร”
“ฉันแค่อยากจะถามว่าช่วงนี้ได้คุยกับอวี้เฉิงบ้างมั้ย ช่วงนี้เขาคิดจะทำอะไรเหรอ”
เธอไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวล
ความรู้สึกที่ถูกคนอื่นปิดบังเรื่องต่าง ๆ เอาไว้ มันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“ถ้าเขาไม่บอกเธอ พี่ก็บอกอะไรเธอไม่ได้หรอก” ลู่ซีจวี๋ยกแก้วไวน์ข้าง ๆ ขึ้นมาจิบ
“แต่เขาแค่ไม่อยากให้เธอกังวล ถึงเวลาเดี๋ยวเขาก็บอกเธอเองแหละ เธอไม่ต้องรีบร้อนหรอก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “…”
แล้วผู้ชายสองคนนี้กำลังทำอะไรกันอยู่ มันคือเรื่องอะไรทำไมถึงไม่ยอมบอกเธอเลย
กว่าจะถึงเวลามาบอกเธอ มันคงจะสายไปแล้วล่ะ
“รุ่นพี่ อย่าพูดแบบนี้สิคะ ตอนนี้ฉันอยากรู้จะแย่แล้ว ถ้าเกิดไม่รู้ฉันนอนไม่หลับแน่ ๆ เลย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ชอบเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุม
เธออยากจะพยายามควบคุมมันให้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่สบายใจ
“เหมี่ยวเหมี่ยว นี่คือข้อตกลงระหว่างพี่กับอวี้เฉิง เธอก็ไปถามเขาเองสิ” ลู่ซีจวี๋ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป
แม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะพยายามบีบบังคับแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
“เธอไม่ต้องรู้สึกแย่หรอก อวี้เฉิงเขารู้ตัวดี แค่ตอนนี้ยังไม่อยากบอกให้เธอรู้เพราะกลัวว่าเธอจะเครียดเกินไป”
“ซีจวี๋ อย่าพูดแบบนั้นสิ อย่าพูดเหมือนว่ามันเป็นประโยชน์ต่อพวกเรา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากได้แบบนั้นหรอก”
อินอวี่โหรวพึมพำออกมาเบา ๆ “พวกผู้ชายเนี่ยก็ชอบทำแบบนี้ตลอด ชอบมาบอกว่าทำเพื่อพวกเรา”
“แต่พวกผู้หญิงอย่างเรา…”
เธอยังไม่ทันพูดจบ โทรศัพท์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ดังขึ้น
หน้าจอแสดงหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่เคยติดต่อกับเธอมาก่อน จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกงุนงง
“ฮัลโหล สวัสดีค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกดรับสาย
ปลายสายมีเสียงเด็กกำลังร้องไห้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบลุกขึ้นยืน “เสี่ยวเป่า”
เธอยังไม่ทันพูดจบ เสียงผู้ชายจากปลายสายก็ดังขึ้น “แกคือถงเหมี่ยวเหมี่ยวใช่มั้ย ตอนนี้ลูกชายแกอยู่ในกำมือเราแล้ว ถ้าไม่อยากให้ลูกชายตกอยู่ในอันตรายก็รีบมาที่ท่าเรือภายในสามวัน เจ้านายเราเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้รอแกแล้ว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังไม่ทันได้พูดอะไร สายก็ถูกตัดไป
“เสี่ยวเป่า” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสดงสีหน้าตกใจสุดขีด
“เกิดเรื่องอะไรกับเสี่ยวเป่า?” อินอวี่โหรวมองดูด้วยความสงสัย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกัดปากแน่น “เสี่ยวเป่าถูกลักพาตัวไป มันอยากให้ฉันไปหาภายในสามวัน”
แต่เธอจะไปถึงที่นั่นภายในสามวันได้ยังไง
นอกจากนี้เสี่ยวเป่าตกอยู่ในกำมือของพวกมันแล้ว เธอไม่สามารถวางใจได้เลย ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเธอจะทำยังไง
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเสี่ยวเป่า?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเองก็ไม่รู้เพราะว่าช่วงนี้เรื่องในครอบครัวหนักหนาสาหัสมากจนบางครั้งเธอก็ละเลยเสี่ยวเป่าไป
เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายแบบนี้
“ใจเย็นก่อน ลองคิดดูว่าทำไมคนพวกนั้นถึงทำแบบนี้ อีกอย่างช่วงนี้เธอไปทำให้ใครโกรธหรือเปล่า”
อินอวี่โหรวพยายามพูดให้เธอใจเย็นลง
ตอนนี้ตื่นตระหนกไปก็หาก็หาตัวเสี่ยวเป่าไม่เจอหรอก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึก “เข้าใจแล้ว ฉันจะโทรศัพท์หาอวี้เฉิงก่อนแล้วจะไปตามหาจ้าวเทียน”
ตอนนี้จ้าวเทียนน่าจะเป็นคนที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด
ในที่สุดคนที่อยู่เบื้องหลังจ้าวเทียนก็เริ่มลงมือแล้วใช่ไหม?
ตอนนี้เธอห้ามวิตกกังวลหรือหวาดกลัวเด็ดขาด เพราะถ้าหากเป็นแบบนั้นมันจะยิ่งแย่ลงกว่าเดิม
“เดี๋ยวพี่ไปเป็นเพื่อน อวี่โหรวไปแจ้งตำรวจ” ลู่ซีจวี๋พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เคยนึกมาก่อนว่าเรื่องนี้จะนำมาสู่การสืบสวนหาตัวจ้าวเทียนอีกที
ราวกับว่าจ้าวเทียนหายตัวไปจากโลกนี้ ไม่ว่าจะตามหายังไงก็หาไม่เจอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามนึกถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่จ้าวเทียนกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ต้องมีคนช่วยเหลือหล่อนอยู่เบื้องหลังแน่
สีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเย็นยะเยือกขึ้น
มู่อวี้เฉิงมาถึงแล้วและใช้สายตาเย็นชากวาดมองรอบข้างอย่างพิจารณา กระทั่งเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวสีหน้าของเขาก็ดูอ่อนโยนลง “เหมี่ยวเหมี่ยว ผมมาช้าไปหน่อย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเขาด้วยคลื่นอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามา ก่อนจะรีบก้มหน้าอย่างเศร้าสลด
ทันใดนั้นอารมณ์ที่เก็บงำมานานก็ถูกปลดปล่อยออกมา
“ตอนนี้จะทำยังไงดี ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวเป่า ฉันจะ…”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถจินตนาการถึงภาพนั้นได้เลย เพียงแค่นึกถึงมันเธอก็ทนไม่ไหวแล้ว
“ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วงนะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก ผมอยู่นี่ทั้งคน พวกมันทำอะไรไม่ได้หรอก”
ดวงตาของมู่อวี้เฉิงฉายแววทุกข์ใจ สถานการณ์มันเลยเถิดมาถึงจุดนี้แล้ว
“ฉันรู้ แต่พวกมันบอกให้ฉันไปหาพวกมันภายในสามวัน หัวหน้าของพวกมันคือใคร”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดวิเคราะห์ในใจอยู่หลายทาง แต่กลับไม่เชื่อว่าเป็นจ้าวเทียน
จ้าวเทียนแค่ออกมาทำงานเท่านั้น สมัยก่อนครอบครัวหล่อนอาจจะพอมีฐานะอยู่บ้าง แต่มันก็แค่เมื่อก่อน
คนที่อยู่เบื้องหลังจ้าวเทียนคือใคร?
“อวี้เฉิงคุณกำลังทำอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่บอกอะไรฉันเลย ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นแล้ว ยังจะไม่บอกฉันอีกเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเขาด้วยสายตาจับผิด พยายามมองหาความเปลี่ยนแปลงในสายตาของเขา
“เหมี่ยวเหมี่ยว เดี๋ยวผมจะบอกคุณเอง แต่ผมมีแผนการในหัวแล้ว”
สายตาเย็นชาของมู่อวี้เฉิงทวีคูณไปด้วยความมืดมน “ถ้าพวกมันพูดแบบนั้นก็ไม่น่าเกิดเรื่องอะไรกับเสี่ยวเป่าหรอก เพราะถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ มันได้จบไม่สวยแน่ พวกมันไม่อยากให้เราต่อสู้กันจนตายไปข้างหนึ่งหรอก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึก “อวี้เฉิงบอกฉันมา ว่าทำไมคุณถึงมั่นใจขนาดนั้น? ถ้าเกิดคนพวกนั้นแค่อยากให้ทุกอย่างพังลงล่ะ มันจะไม่ดีกับใครเลยนะ แถมมันยังมีพวกคนร้ายที่ไม่สนใจมีชีวิตรอดด้วย”
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อยสำหรับพวกเขา และถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่สามารถจินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหลับตาพยายามสงบสติ เธอทนปล่อยให้เสี่ยวเป่าตกอยู่ในอันตรายแบบนี้ไม่ได้
“ตอนนี้ผมส่งคนไปตรวจสอบแล้ว อีกไม่นานก็คงจะรู้”
มู่อวี้เฉิงดึงเธอเข้ามากอดปลอบประโลม “จ้าวเทียนน่ะ ผมไม่เคยคิดจะปล่อยเธอไปตั้งแต่แรกแล้ว หลังจากเธอเอาตัวเข้ามาเกี่ยว เธอก็ไม่ใช่คนบริสุทธิ์อีกต่อไป”
“ฉันรู้เรื่องเกือบหมดแล้ว อวี้เฉิงถ้าคุณไม่อยากพูด ฉันก็จะไม่บังคับคุณ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงียบไปครู่หนึ่ง “แต่คุณห้ามปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายเด็ดขาด”
ตอนนี้เสี่ยวเป่ากำลังตกอยู่ในอันตราย ต้องช่วยเหลือเขาออกมาให้ได้ แม้ว่าจะต้องถอนรากถอนโคนก็ต้องหาตัวเขาให้เจอ
สำหรับสามวันที่เหลืออยู่นั้น เธอไม่อยากรีรอแม้แต่วันเดียว
“ผมรู้ ผมรู้ ไม่ต้องห่วงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก ยังมีผมอยู่ทั้งคนไม่ใช่เหรอ?”