พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 885 เธอดูน่าเวทนากว่าฉัน
ตอนที่ 885
เธอดูน่าเวทนากว่าฉัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งอยู่ในห้องอยู่นานและมองออกไปเงียบ ๆ
หลังจากมู่อวี้เฉิงเดินกลับเข้ามา ลู่หมิงก็น่าจะจากไปแล้ว
“อวี้เฉิง ถ้าคุณหาตัวจ้าวเทียนกับสวี่เฉิงถิ่งเจอ ฉันจะไปด้วย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองเขา
เธออยากไปด้วยเพราะเธอมีคำถามจะถามพวกเขา
มู่อวี้เฉิงจ้องมองเธอสักพักก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “ได้”
“อวี้เฉิง ฉัน…”
“คุณไม่ต้องพูดแล้ว ผมเข้าใจทุกอย่าง” มู่อวี้เฉิงลูบหัวเธอและบอกเธอว่าไม่ต้องกังวล
เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขน
เสี่ยวเป่าลืมตาขึ้นมาเงียบ ๆ และปิดปากหัวเราะ
“แด๊ดดี้ หม่ามี้ ผมยังอยู่ที่นี่นะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหน้าแดงและหันไปมองเสี่ยวเป่าทันที
“เพิ่งจะกลางวันแสก ๆ ลูกชายสุดที่รักยังนอนอยู่บนเตียงอยู่เลย มาทำแบบนี้ต่อหน้าลูกชายตัวเองได้ยังไงเนี่ย”
เสี่ยวเป่ายังพูดไม่ทันจบ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยิ้มหวานให้เขาก่อน
ฮี่ม! เขาไม่พูดต่อแล้ว แม้ว่าตอนนี้เขาจะป่วยแต่เขาก็ไม่อยากทำให้หม่ามี้โมโห
มู่อวี้เฉิงจับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้แล้วพูดว่า “รีบหาย ไว ๆ หายดีแล้วแด๊ดดี้จะพาไปเที่ยว”
“แด๊ดดี้ใจดีมาก” เสี่ยวเป่าดีใจมากจนพุ่งเข้าไปกอด มู่อวี้เฉิง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบคว้าตัวเขาเอาไว้ “ตอนนี้ลูกยังป่วยอยู่นะ ระหว่างหน่อยสิ อย่าทำรุนแรงมาก”
เสี่ยวเป่าหยุดอยู่ที่เดิม เขาไม่พูดอะไรและมองไปที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาเชื่อฟัง
“หม่ามี้ผมรู้แล้ว ผมกำลังคุยกับแด๊ดดี้อยู่ฮะ”
เสี่ยวเป่ากะพริบตาอย่างไร้เดียงสา “อีกอย่างแด๊ดดี้สัญญาว่าจะพาผมออกไปเที่ยว เพราะงั้นผมต้องพักผ่อนให้เต็มที่”
เสี่ยวเป่ารู้สึกตื่นเต้นเมื่อนึกถึงเรื่องนี้
“ถ้างั้นดูแลตัวเองให้หายดีก่อน เดี๋ยวหม่ามี้พาออกไป” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเล็กน้อย
พอเห็นว่าร่างกายของเขาฟื้นตัวได้ดี เธอก็รู้สึกโล่งใจ
เสี่ยวเป่ายังเป็นเด็ก และภูมิต้านทานทางร่างกายก็ยังไม่แข็งแรงมาก
หลังจากนอนพักผ่อนได้สักพัก เขาก็ผล็อยกลับไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูใบหน้าหลับใหลของเขาด้วยความรู้สึกโล่งใจ จากนั้นก็หันไปส่งยิ้มให้มู่อวี้เฉิง
“เอาล่ะ ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวผมพาออกไปเดินเล่น”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกเขาอุ้มไว้ในอ้อมแขน หลังจากมองดูใบหน้าด้านข้างของเขาเธอก็พบว่ามันน่าพึงพอใจไปหมด
เหตุการณ์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปมาก
สิ่งเดียวที่เธอปล่อยไปไม่ได้ในตอนนี้คือพวกจ้าวเทียน ในตอนนั้นเธอยังหาพวกเขาไม่เจอ
แต่แน่นอนว่าจ้าวเทียนจะไม่หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถวางใจได้จนกว่าจะได้ยินข่าวคราวของจ้าวเทียน
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับนึกไม่ถึงว่าจะได้มาเจอ จ้าวเทียนอีกครั้งในสภาพแบบนี้
สภาพของหล่อนแย่มาก ไม่มีความมั่นใจเหมือนเมื่อก่อน
“ไม่ได้เจอเลขาจ้าวนานเลย ไม่นึกเลยจริง ๆ ว่าจะได้มาเจอเธอในสภาพแบบนี้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองหล่อนแล้วยิ้มมุมปาก
ทั้งสองดูแตกต่างอย่างชัดเจน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูสูงส่งมากและกำลังมองดูจ้าวเทียนด้วยสายตาเย็นชา
จ้าวเทียนแสดงสีหน้าบิดเบี้ยว “ถงเหมี่ยวเหมี่ยว มีสิทธิ์อะไรมาอวดดีต่อหน้าฉัน อย่างเธอก็ได้แค่นี้แหละ เจ็บปวดหัวใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกชายมากมั้ยล่ะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ รู้มั้ยว่าตอนนั้นเขาร้องห่มร้องไห้เอาแต่เรียกเชื่อเธอ เห็นภาพนั้นแล้วฉันมีความสุขจริง ๆ ยิ่งเห็นเธอทุกข์ใจยิ่งสะใจ”
จ้าวเทียนยังไม่ทันพูดจบก็ถูกถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบหน้าอย่างแรง “จ้าวเทียน ภูมิใจนักเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปลดปล่อยพลังอันแข็งแกร่งออกมา และพูดถามหล่อนด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ตอนนี้เธอก็ไม่ต่างอะไรกับหมาหรอก คิดว่าตัวเองเป็นใคร?”
คำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำให้จ้าวเทียนแทบคลั่ง “แกพูดอะไร ถงเหมี่ยวเหมี่ยว แกจะมาอวดดีอะไรนักหนา แกทำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ลูกชายของแกก็จะตายไปแล้วล่ะสิ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ตกลงไปในทะเลขนาดนั้น ต่อให้เป็นพระเจ้าก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้หรอก”
จ้าวเทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง สีหน้าหล่อนแตกต่างไปจากต่อแรกอย่างสิ้นเชิง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งหล่อนจะกลายมาเป็นแบบนี้
“พล่ามพอหรือยัง? เสี่ยวเป่ายังไม่ตาย กลับกันเพราะเธอ คนที่เธอรักที่สุดกำลังได้รับผลกระทบกับเรื่องนี้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองจ้าวเทียนด้วยสายตาเย็นชาและไม่แยแส
“แกพูดอะไร” จ้าวเทียนชะงัก
“ฉันบอกแกแล้วไง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแกคือนักโทษ เพราะแก คนที่อยู่รอบข้างแกจะต้องถูกลงโทษไปด้วย อย่าคิดว่าตัวเองจะรอดพ้นล่ะ” จ้าวเทียนตะเบ็งเสียงอย่างบ้าคลั่งก่อนที่คนข้างหลังจะเข้ามาจับตัวหล่อนเอาไว้
“แกไม่คิดว่าที่อุบัติเหตุของลูกชายมันเกี่ยวข้องกับแกบ้างเหรอ?” จ้าวเทียนพูดแล้วก็หัวเราะลั่น
“เพราะความประมาทของแกทำให้ทุกอย่างกลายเป็นแบบนี้ ถึงจะช่วยชีวิตเขาไว้ได้ แต่มันก็จะกลายเป็นความทรงจำฝังใจเขาอยู่ดี เพราะงั้นอย่ามาอวดดีต่อหน้าฉันนักเลย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินเช่นนั้น ความเย็นชาในดวงตาก็แผ่ขยายออกมา ร่างกายเปล่งประกายความอาฆาตออกมาอย่างรุนแรง
จ้าวเทียนรู้สึกพอใจมากที่เห็นเธอหงุดหงิดกว่าเดิม เพราะทั้งหมดนี่คือสิ่งที่หล่อนคาดหวังไว้
หล่อนมีความสุขที่ได้เห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวทุกข์ทรมาน
“ที่นี่รู้หรือยัง? ว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดของแก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองจ้าวเทียนแล้วเงียบอยู่นาน
“ทั้งหมดนี้เป็นเพราะแก!” จ้าวเทียนตะโกนเสียงดัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่พูดอะไร เพียงแค่ก้มหน้าลงด้วยดวงตาเศร้าหมอง
มู่อวี้เฉิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง ขมวดคิ้วแน่นและตวาดว่า “หุบปาก”
จ้าวเทียนที่ได้สัมผัสความน่าสะพรึงกลัวมาหลายวันรีบปิดปากเงียบทันทีที่ได้ยินเสียงของมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงจ้องมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความกังวล ดวงตาฉายแววเป็นทุกข์ “ไม่ใช่ความผิดของคุณ…”
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ส่ายหัว
จ้าวเทียนพูดถูก เธอทำผิดพลาดเอง แต่ไม่ถึงขนาดที่คนนอกอย่างหล่อนจะมาเป็นผู้ตัดสินได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสยะยิ้มมุมปาก “ถ้าดูจ้าวเทียนกับฉันแล้ว เธอดูน่าเวทนากว่าฉันมาก ตกต่ำขนาดนี้จะกลับมาอยู่ที่สูงเหมือนเดิมได้เหรอ?”
“ว่าไงล่ะเลขาจ้าวผู้สูงส่ง?”
ใบหน้าของจ้าวเทียนมืดมนลงและจ้องมอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความโกรธ
เธอพูดถูก ตอนนี้หล่อนไม่สามารถกลับไปยืนที่เดิมได้อีกแล้ว
น้ำเสียงของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยอย่างชัดเจน
มู่อวี้เฉิงเอื้อมมือออกมาโอบกอดเธอเอาไว้ และจ้องมองจ้าวเทียนด้วยสีหน้าเย็นชา
จ้าวเทียนโกรธมากจนอยากจะพูดสาปแช่ง แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถทนฟังหล่อนได้อีกต่อไป
การที่เสี่ยวเป่าถูกลักพาตัวในครั้งนี้เธอก็มีส่วนผิด แต่ถึงอย่างนั้นมันยังไม่ใช่ความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของเธอ
…
หลังจากเหตุการณ์นี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ละทิ้งทุกอย่างที่เธอทำในขณะนั้น
เพราะในมุมมองของเธอตอนนี้ เสี่ยวเป่าสำคัญกว่างานและสิ่งต่าง ๆ มาก
เธอจึงใช้เวลาที่เหลืออยู่อยู่เฝ้าเสี่ยวเป่าในโรงพยาบาล
เดิมทีมู่อวี้เฉิงยืนกรานจะอยู่ที่นี่ด้วยแต่กลับถูก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขับไล่ออกไป ไม่รู้ว่าเขามีงานกองเป็นพะเนินมากแค่ไหน ถ้าต้องมาอยู่ในโรงพยาบาลด้วยกันก็เกรงว่ามันจะหนักหนากว่าเดิม
แน่นอนว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น และอีกอย่างเธอสามารถดูแลเสี่ยวเป่าได้คนเดียว