พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 886 ไม่พอใจเธอ
ตอนที่ 886
ไม่พอใจเธอ
“มากินมาลูก หม่ามี้ปอกแอปเปิลให้แล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดขณะวางแอปเปิลที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ไว้ตรงหน้าเสี่ยวเป่า
เสี่ยวเป่าเงยหน้าขึ้น กะพริบตามองถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่นาน “ขอบคุณฮะหม่ามี้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเสี่ยวเป่าและคำพูดของจ้าวเทียนก็แวบเข้ามาในใจเธอทันที
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอมัวทำอะไรอยู่? เธอทำงานหนักมากจนละเลยบุคคลสำคัญไป
หากเธอไม่สามารถควบคุมงานของตัวเองได้ เธอจะดูแลคนในครอบครัวได้ยังไง?
เธอหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เสี่ยวเป่าถูกลักพาตัวไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกระวนกระวายมาก
เสี่ยวเป่านั่งกินแอปเปิลด้วยอาการเหม่อลอยเล็กน้อย และมักจะหันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นครั้งคราว
เธอสังเกตเห็นท่าทางแปลก ๆ ของเสี่ยวเป่า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบลงไปนั่งข้างเตียงพยาบาลและรีบถามอย่างระมัดระวัง “ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าลูก? เจ็บตรงไหนมั้ย?”
เสี่ยวเป่าส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าเล็ก ๆ ของเขาละเอียดอ่อนราวกับตุ๊กตาที่ถูกแกะสลักอย่างประณีต ดูน่ารักมาก
“ไม่ ไม่เป็นอะไรฮะ”
เสี่ยวเป่ามักจะประพฤติตนดีอยู่เสมอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเข้าไปกอดเขาแล้วพูดว่า “หม่ามี้ไม่มีคุณสมบัติจะเป็นแม่คนเลย ถ้าหนูรู้สึกไม่สบายตรงไหนต้องบอกหม่ามี้นะโอเคมั้ย?”
“อืม! หม่ามี้ไม่ต้องห่วงฮะ พี่พยาบาลถามผมหลายครั้งแล้ว ตอนนี้ผมไม่เป็นอะไร!” เสี่ยวเป่าตอบ
หลังจากนั้นได้ยินเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกโล่งใจ และหยิบกระดาษทิชชูเปียกขึ้นมาเช็ดแก้มให้เขา “งั้นเดี๋ยวหม่ามี้ลงไปซื้อข้าวข้างล่างก่อนนะ อยากกินอะไรมั้ย?”
“ผมยังไม่หิวเลย หม่ามี้… นั่งพักอีกสักพักสิฮะ” เสี่ยวเป่าขมวดคิ้วแล้วพูดด้วยความกังวลใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปากแล้วนั่งลง
เสี่ยวเป่ากัดแอปเปิลทีละน้อย ทว่าดวงตาแวววาวสดใสของเขายังคงจ้องมองมาที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“มีอะไรหรือเปล่า? เห็นมองหม่ามี้ตลอดเลย มีอะไรติดอยู่บนหน้าหม่ามี้เหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจับแก้มตัวเองแต่กลับไม่พบอะไรติดอยู่บนใบหน้า
เสี่ยวเป่าวางส้อมในมือลงและหยุดกินแอปเปิลชั่วคราว เขาโน้มตัวไปข้างหน้าและเอื้อมมือเล็ก ๆ ออกไปสัมผัสใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“หม่ามี้ต้องรีบไปทำงานได้แล้วนะ มีงานหลายอย่างในบริษัทรออยู่ หม่ามี้อยู่กับผมมาหลายวันแล้ว ผมอยู่คนเดียวได้ฮะ”
บางครั้งคำพูดที่ไม่ได้ตั้งใจของเด็ก ๆ ก็สามารถกระตุ้นอารมณ์ผู้ฟังได้เป็นอย่างดี
แม้ว่าเสี่ยวเป่าจะยังเด็กมาก แต่เขาก็ช่างสังเกตมากเช่นกัน
“เจ้าเด็กโง่ งานไม่สำคัญเท่ากับลูกหรอก ไม่อยากให้หม่ามี้อยู่กับหนูตลอดเวลาเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแล้วยิ้ม
เสี่ยวเป่าฉลาดและเป็นคนมีน้ำใจมาโดยตลอด และเขามองออกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังคิดอะไร
“หม่ามี้มันจบลงแล้ว ตอนนี้ผมสบายดี หม่ามี้ไม่ห่วงพนักงานในบริษัทเหรอ?” เสี่ยวเป่าพูดถามแล้วอมยิ้ม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “…”
คำพูดดังกล่าวสามารถปลอบประโลมเธอได้เป็นอย่างดี
แต่ไม่เห็นจำเป็นจะต้องขับไล่เธอออกไปอย่างใจร้อนเลย สถานการณ์ในที่ทำงานเทียบอะไรกับสถานการณ์ที่นี่ไม่ได้เลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอื้อมมือออกไปสัมผัสผมนุ่ม ๆ ของเสี่ยวเป่า
“เสี่ยวเป่าไม่ต้องห่วงนะลูก ระหว่างนี้หม่ามี้จะอยู่เป็นเพื่อนหนูเอง เสี่ยวเป่าก็เก่งมากเหมือนกัน”
หลังจากได้ยินถ้อยคำชมเชยจากถงเหมี่ยวเหมี่ยว เสี่ยวเป่าก็ได้รับความทะนงตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากและรีบเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
“เที่ยงแล้ว ถึงจะไม่หิวก็ต้องกินอะไรสักหน่อย นอนรอหม่ามี้อยู่ในนี้ก่อนนะ หม่ามี้จะไปดูว่าวันนี้มีอะไรอร่อย ๆ บ้าง โอเคมั้ย?”
เสี่ยวเป่าพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า “ตกลงฮะ!”
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้รับคำตอบ เธอก็ลุกขึ้นและกำลังจะเดินออกไป แต่กลับนึกไม่ถึงว่าทันทีที่เธอกำลังแตะกลอนประตู บานประตูจะถูกเปิดออกก่อน และคนที่มาเยือนก็คือ ลิ่นอวี๋เหยียน
“จะมาทำไมไม่บอกก่อนล่ะคะ? กินข้าวเที่ยงมาหรือยังคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามด้วยรอยยิ้ม
ลิ่นอวี๋เหยียนยิ้มเยาะและค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้อง “เธอคิดว่าฉันจะกินลงเหรอ? เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นขนาดนี้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้จะพูดอะไรไปครู่หนึ่งและขมวดคิ้วแน่น
ถึงอย่างนั้นใบหน้าดุดันของลิ่นอวี๋เหยียนกลับดูอ่อนโยนขึ้นทันทีที่เห็นเสี่ยวเป่า
เธอสัมผัสใบหน้าของเขาด้วยท่าทางทุกข์ใจ “หลานรักของย่า กลัวหรือเปล่า?”
เสี่ยวเป่าไม่ได้เกลียดคุณย่า แต่เขาแค่ไม่ชอบที่คุณย่าพูดจาไม่ดีใส่หม่ามี้ เขาจึงทำหน้าตาบูดบึ้งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า “ขอบคุณฮะคุณย่า ผมสบายดี”
“ถ้าสบายดีงั้นย่าก็วางใจได้แล้วใช่มั้ย?” ลิ่นอวี๋เหยียนพูดถามแล้วยิ้มเบา ๆ
เสี่ยวเป่ารีบส่ายหัวทันทีแต่ยังคงพูดตอบอย่างสุภาพ “ขอบคุณฮะคุณย่า”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนอยู่ข้าง ๆ พวกเขา ยืนเงียบราวกับไม่มีตัวตนและไม่ได้ออกไปข้างนอก จากนั้นสักพักหนึ่งเธอก็พูดขึ้นว่า “แม่ งั้นหนูลงไปซื้อของก่อนนะคะ”
เธอพูดและเตรียมตัวจะลงไปที่ชั้นล่าง แต่ก่อนที่จะก้าวไปถึงประตู เธอก็ได้ยินเสียงตำหนิดังมาจากทางด้านหลัง
“เดี๋ยวก่อน ไม่ต้องลงไปซื้อหรอก” ลิ่นอวี๋เหยียนพูดพลางลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวทีละก้าวด้วยสีหน้าที่ไม่พึงพอใจ
“อธิบายให้ฉันฟังสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“หนูไม่มีอะไรจะอธิบายค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ว่าเธอไม่มีอะไรจะพูด และลิ่นอวี๋เหยียนก็มาที่นี่แล้ว
อีกฝ่ายคงจะเตรียมตัวอย่างดีก่อนจะมาที่นี่ เธอจึงไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้ และลิ่นอวี๋เหยียนก็น่าจะเข้าใจ
“อา” ลิ่นอวี๋เหยียนยิ้มเยาะ มองดูเธอด้วยสายตาดูถูกดูแคลน “ก็เพราะเธอเป็นคนแบบนี้ไงแล้วจะให้ฉันรู้สึกสบายใจได้ยังไง?”
“เกิดเรื่องขึ้นก็มากพอแล้ว ยังจะให้ชาวบ้านเขามารับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นอีก” ลิ่นอวี๋เหยียนจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชา
“หนูจัดการเรื่องนี้ไม่ดีเองค่ะ และปกป้องเสี่ยวเป่าไว้ไม่ได้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต้องการโต้เถียงกับลิ่นอวี๋เหยียน
แม้ว่าเธอจะเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างแล้ว แต่ลิ่นอวี๋เหยียนยังคงไม่พอใจในตัวเธออยู่มาก เพราะฉะนั้นต่อให้เธออธิบายอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์
“เธอก็รู้ว่ามันเป็นความผิดของเธอ โตขนาดนี้แล้วยังดูแลลูกไม่ได้ ไม่มีคุณสมบัติเลยจริง ๆ” ลิ่นอวี๋เหยียนเริ่มรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
ความไม่พอใจต่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวทวีคูณถึงสุดขีด
“อย่ามาว่าหม่ามี้นะ” เสี่ยวเป่าขมวดคิ้วและพูดกับ ลิ่นอวี๋เหยียนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หม่ามี้เป็นคนดี คุณย่าห้ามว่าหม่ามี้”
ลิ่นอวี๋เหยียนหยุดพูดและหันกลับไปมองทันทีที่ได้ยินเสียงของเขา หลานชายเธอยังอยู่ที่นี่
รอยยิ้มอันอ่อนโยนจึงเข้ามาแทนที่ความดุดันบนใบหน้าทันที จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปหาเขา “เสี่ยวเป่า ย่ารู้ว่าหนูจะต้องกลัวมากแน่ ๆ ต่อจากนี้ไปมาอยู่กับย่าดีมั้ยจ๊ะ?”
ลิ่นอวี๋เหยียนไม่ต้องการให้เสี่ยวเป่าอยู่กับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอีกต่อไป
“แม่คะ ตอนนี้เสี่ยวเป่าเพิ่งจะหายดี ให้ย้ายไปที่อื่นคงไม่เหมาะหรอกค่ะ รอให้เสี่ยวเป่าหายดีก่อนแล้วหนูจะพาเสี่ยวเป่าไปเยี่ยมที่บ้านเก่านะคะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำราวกับไม่ได้ยินคำพูดของเธอและส่งยิ้มให้ลิ่นอวี๋เหยียนเบา ๆ
ลิ่นอวี๋เหยียนเหลือบมองเธอด้วยสายตาแหลมคม “ฉันว่าถ้าเสี่ยวเป่ายังอยู่กับเธอต่อไปเดี๋ยวก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ฉันไม่สบายใจ มาอยู่กับตระกูลมู่ไม่ดีตรงไหน?”
“อีกอย่างมีเรื่องมากมายในบริษัทที่ยังรอให้เธอเข้าไปจัดการอยู่ เธอมีเวลามากมายขนาดนั้นเชียวเหรอ?”
“แต่…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วและไม่สามารถหาคำพูดมาโต้แย้งได้ชั่วขณะ