พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 929 ไม่เข้าตาเธอ
ตอนที่ 929
ไม่เข้าตาเธอ
คำค้นหายังคงมาแรงอยู่ในลำดับสูงสุด ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งเลื่อนดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ของมู่อวี้เฉิง ยิ่งดูมากเท่าไหร่ก็ยิ่งใจเต้นแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ข่าวขึ้นครองอยู่บนอันดับหนึ่งในเวยป๋อและไม่ตกลงมาเลย ลำดับดังกล่าวทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นตระหนกเล็กน้อย
ผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านข้างมองดูท่าทางของเธอแล้วทำทีจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่กลับไม่พูดออกมา มู่อวี้เฉิงปล่อยให้เธอเลื่อนดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อแล้วพลางยิ้มมุมปาก
“จะทำไงดี?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกท้อแท้รีบปิดคอมพิวเตอร์ลง “เมื่อวานฉันดื่มเยอะไปหน่อยเลยพลาดไปหลายเรื่องเลย พวกปาปารัสซี่แอบถ่ายรูปไปหมดแล้วแน่ ๆ จะทำยังไงดี”
“ลู่หมิง!” แต่ก่อนที่มู่อวี้เฉิงจะพูดอะไร ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตัดสินใจอะไรบางอย่างและหันไปพูดกับผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านข้าง “รีบติดต่อนักข่าวที่ไว้วางใจได้สักคน แล้วบอกว่าพวกเราจะจัดงานแถลงข่าว”
“ครับคุณผู้หญิง!” ลู่หมิงตกใจเล็กน้อยและเตรียมตัวจะไปจัดการเรื่องนี้ทันที
“พอแล้ว!” มู่อวี้เฉิงยิ้มแล้วโอบกอดถงเหมี่ยวเหมี่ยว พลางส่งสัญญาณทางสายตาให้ลู่หมิงเข้าใจ ลู่หมิงจึงพยักหน้าตอบรับแล้วรีบเดินออกไปจากห้อง
“อวี้เฉิง!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเรียกชื่อเขาด้วยความหงุดหงิด “ข่าวมันดังขนาดนี้แล้ว รีบไปจัดการให้มันซาลงซะสิ!”
มู่อวี้เฉิงมองดูท่าทางโกรธเกรี้ยวของหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยดวงตาหลงใหล เขากอดคนในอ้อมกอดแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้ริมฝีปากของเธอ พลางกระซิบเบา ๆ ว่า “ทำไมละ คุณเป็นผู้หญิงของผมนะ ไม่อยากได้รับสถานะนี้เหรอ? หรือว่าอยู่กับผมแล้วรู้สึกเสียเปรียบขึ้นมา? หืม?”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ลมหายใจร้อนผ่าวตกกระทบลงบนใบหน้าของเธอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแทบจะหมดแรงในทันที มือขาวนวลเอื้อมลงไปจับแขนของเขาเอาไว้เพื่อพยุงตัวเอง
“ปล่อยให้มันติดเทรนด์ไปก่อนเถอะ!” มู่อวี้เฉิงก้มลงมามองเธอแล้วยิ้ม ทำให้เธอรู้สึกเขินอาย
“ยิ่งแก้ตัวจะยิ่งยุ่งเปล่า ๆ ปล่อยให้ข่าวมันซาลงก่อนแล้วค่อยอธิบายทีหลังดีกว่า”
“คุณ!” เดิมทีถงเหมี่ยวเหมี่ยววางแผนจะถามเรื่องนี้กับมู่อวี้เฉิง แต่สุดท้ายก็ต้องเงียบลง
พอถูกอีกฝ่ายล้อเลียนแบบนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา เธอกระทืบเท้าและส่งสายตาโกรธเคืองให้ มู่อวี้เฉิงจนเขาถึงกลับเสียหลัก
“ผู้ชายคนนี้! นี่มันจริง ๆ เลย!”
เมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเตรียมจะจากไป มู่อวี้เฉิง ก็ตกใจจนรีบถามว่า “จะไปไหน? ผมไปส่ง! โกรธจริงเหรอ?”
“ฉันก็จะไปทำงานไง!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขา และทำท่าทางให้เขาตามมา
“ไหน ๆ ก็ถูกถ่ายรูปไปแล้ว ไม่ไปด้วยกันเลยล่ะ ดีเหมือนกันผมจะได้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับคุณอีก!” มู่อวี้เฉิงยิ้มแล้วโอบเอวบางของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้โดยที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ปฏิเสธ
บริษัทของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ รถยนต์คันสีดำดูเรียบง่ายเคลื่อนตัวไปบนทางด่วนอย่างช้า ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพลิดเพลินกับการมองดูวิวนอกหน้าต่าง หลังจากผ่านไปไม่นานทั้งสองคนก็มาถึงทางเข้าบริษัท
คุณสุภาพบุรุษเดินไปเปิดประตูรถให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างสุภาพ แต่หลังจากเธอยื่นเท้าออกมาจากรถยนต์ สายตาของผู้คนรอบข้างก็จ้องมองมาที่พวกเขาสองคน
พวกเขารู้อยู่แก่ใจว่าคนพวกนี้คงได้ข่าวมาจากที่ไหนสักแห่งแล้วอยากจะมามองดูด้วยตาตัวเอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกหงุดหงิดและในขณะที่ใครหลายคนไม่ทันสังเกตเห็น เธอเอื้อมมือออกไปหยิกเอวผู้ชายคนข้าง ๆ ใบหน้าหล่อเหลาถึงกับยิ้มค้าง รีบคว้ามือที่ก่อกบฏไว้อย่างแม่นยำ
“ที่รัก อย่าทำแบบนี้ คนมองอยู่เยอะ!” ใบหน้าหล่อเหลาขยายใหญ่ขณะเขยิบเข้ามาใกล้ใบหูของเธอ มันดูคลุมเครือมากจนได้รับความสนใจจากสายตารอบข้าง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องเขาเขม็งแต่เขากลับกอดเธอแน่นขึ้น พวกเขาสองคนพัวพันกันไปมาจนกระทั่งจู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“โอ้ ที่แท้ก็หนุ่มสาวคู่นี้เอง!” ทั้งสองหันไปมองตามเสียงและเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย
“ผู้จัดการเกาเหรอคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เรียบร้อยและทักทายอย่างสุภาพ
ผู้จัดการเกาเป็นคนที่เธอรู้จักดีในบริษัท เขาเป็นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจและมีความน่าเคารพนับถือในบริษัท โดยเฉพาะงานด้านบรรจุภัณฑ์และการบริหารดำเนินงานของแผนกส่วนใหญ่จะต้องพึ่งพาเขา พอเห็นทั้งสองคนกอดกันแนบแน่น เขาจึงพูดแซวอย่างติดตลก
“เมื่อวานคุณถงดูกล้าหาญมากเลยนะ ดู ๆ พวกคุณสองคนน่าจะรักกันมากจริง ๆ”
“อืม… ก็ประมาณนั้นค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอายนิดหน่อย ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีเพราะว่ามู่อวี้เฉิงยังคงตัวติดเธออยู่ เธอสังเกตเห็นสายตาคลุมเครือของอีกฝ่ายจึงรีบบอกลา และทั้งสองก็เดินขึ้นลิฟต์ไปบนอาคาร
“เป็นอะไรไป?” มู่อวี้เฉิงก้มมองหน้าแดงแปร๊ดของหญิงสาวในอ้อมกอด เขาบีบแก้มเธอเบา ๆ ต่อหน้าคนอื่น ก่อนจะทำเป็นยืนนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กระทั่งประตูเปิดออก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เห็นกู้ชิงยืนอยู่ข้าง ๆ ประตูลิฟต์ วันนี้เธอสวมใส่ชุดสูทสีเทาเงินแบบทางการ ดวงตาดูบวมเล็กน้อย สีสันจากเครื่องสำอางรอบดวงตาดูชัดขึ้นผิดปกติราวกับกำลังปกปิดอะไรบางอย่าง และสวมใส่แว่นตากรอบทองที่ไม่มีค่าสายตา พอเห็นสองคนที่คุ้นเคยเดินออกมา กู้ชิงก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย
“มาทำงานแล้วยังไม่ยอมแยกจากกันอีกเหรอคะ พวกคุณสองคนนี่ตัวติดกันจริง ๆ”
ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวร้อนฉ่าขึ้น เธอเหลือบมองมู่อวี้เฉิงแล้วรีบเดินไปข้างหน้า จับมือกู้ชิงแล้วเดินไปยังจุดที่ไม่มีคนอยู่
“ทำไมคะ ข่าวออกโครม ๆ ขนาดนั้นยังกลัวเราพูดกันอีกเหรอ?” กู้ชิงไม่ได้ขัดขืน เพียงแค่ยิ้มเยาะเบา ๆ แล้วสะบัดลม ปล่อยให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลากเธอไปตามที่ต้องการ
“ทำไม? คนอื่นพูดยังไงไม่สำคัญหรอก แต่เธอจะต้องมาล้อฉันด้วยเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปล่อยมืออีกฝ่ายแล้วถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แต่ใบหน้ากลับแดงระเรื่อ
กู้ชิงยักไหล่อย่างไม่แยแสและพูดอย่างเย่อหยิ่ง “ก็ในข่าวซุบซิบพูดถึงเรื่องพวกคุณเป็นวงกว้างเลย มีหลายเวอร์ชั่นด้วยนะ!”
“หยุดพูดถึงมันเถอะ!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกุมขมับ รู้สึกอึดอัดกับคำพูดของกู้ชิง เธอหันไปมองกู้ชิงที่มีท่าทางภาคภูมิใจแล้วถามต่อว่า “ดูท่าเธออารมณ์ดีนะ เรื่องที่เกิดขึ้นกับฉินคั่วน่ะ จัดการเสร็จแล้วล่ะสิ?”
“อย่าพูดถึงเขาเลย!” ทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น สีหน้าของ กู้ชิงก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา “ก็แค่คุณชายเอาแต่ใจ มีอะไรให้ฉันนึกถึง?”
“ดูท่าทางเธอสิ คงจะเริ่มใจอ่อน กับเขาแล้วสิท่า? ไม่งั้นจะมานั่งทำหน้าตาบูดบึ้งแบบนี้ให้ใครดูล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ยอมปล่อยเธอเช่นกัน พอเห็นท่าทางลังเลของเธอก็รีบพูดขึ้นต่อว่า “พูดกันตามตรงเหมือนฉันช่วยป้องกันให้เธออยู่นะ ไม่งั้นคนที่ติดเทรนด์วันนี้คงจะเป็นเธอไปแล้ว ไม่ใช่ฉัน”
“อะ… อะไรนะ!” กู้ชิงถึงกับพูดตะกุกตะกัก จากนั้นก็หวนนึกถึงท่าทางครอบงำของฉินคั่วในงานเลี้ยง ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง แต่ทันใดนั้นก็ดูเหมือนว่าเธอจะคิดอะไรบางอย่างออก
กู้ชิงพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองแล้วหันหน้าหนีสายตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยว ก่อนจะพูดอย่างเย็นชาว่า “มันจะมีอะไรได้! คนนิสัยอย่างเขาไม่มีทางให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแน่นอน คุณพูดผิดแล้วล่ะ”
“งั้นเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูกู้ชิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย