พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 943 รู้สึกเสียใจจากใจจริง
ตอนที่ 943
รู้สึกเสียใจจากใจจริง
“ฉันจำได้ว่าเราไม่ได้ไปเยี่ยมแม่มานานแล้ว งั้นหลังจากเรื่องทุกอย่างคลี่คลายลงแล้วเราหาเวลาไปเยี่ยมแม่กันเถอะ!” ทันใดนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พูดขึ้น เสียงของเธอดังก้องไปทั่วห้อง ทำลายความเงียบสงัดที่มีอยู่
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและหลังจากจัดการงานที่ยุ่งเหยิงเสร็จ จู่ ๆ เธอก็นึกถึงลิ่นอวี๋เหยียนขึ้นมาได้
ความกตัญญูหลั่งไหลออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ กระตุ้นให้เธออยากจะไปเยี่ยม
มู่อวี้เฉิงเงยหน้าจากงานของเขาและมองดู ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความประหลาดใจ “ทำไมจู่ ๆ ถึงคิดจะไปเยี่ยมแม่?”
เธอยิ้มบาง ๆ วางของในมือลงและเดินเข้าไปหาชายตรงหน้า เอามือโอบกอดรอบคออีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล “ก็เราไม่ได้ไปเยี่ยมมาสักพักแล้ว แวะไปดูหน่อยจะได้ดูกตัญญูขึ้นมาบ้างไง”
“แม่ยังอยากได้การเอาใจใส่จากคนอื่น เราจะทำแต่งานแล้วเมินแม่ไม่ได้หรอกนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำสีหน้าซุกซน
“น่าเสียดายช่วงนี้ผมคงออกไปไหนด้วยไม่ได้หรอก คุณไปเยี่ยมแทนผมทีแล้วกัน” มู่อวี้เฉิงหันมากอดเธอไว้ในอ้อมแขน เขามีงานยุ่งจนล้นมือจึงเกรงว่าจะไม่สามารถไปกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้
ทั้งสองกอดกันกลมดิก เพลิดเพลินกับช่วงเวลาว่าง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบจัดการงานของเธอให้เสร็จเพราะตั้งใจจะออกไปเยี่ยมลิ่นอวี๋เหยียนในช่วงบ่าย และคิดจะพา เสี่ยวเป่าไปด้วย
ลิ่นอวี๋เหยียนมีความสุขมากเมื่อเห็นหลานชายเดินเข้ามา
หลังจากลิ่นอวี๋เหยียนเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับหลานชายสุดที่รักมาปรากฏตัวอยู่หน้าประตู เธอก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ความตื่นเต้นไหลออกมาจนท่วมท้น
ไม่สามารถปิดบังรอยยิ้มบนใบหน้าได้เลย
“แม่คะ พวกเรามาเยี่ยมค่ะ ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดถามด้วยสีหน้าอ่อนโยน
ต่อหน้าลูกน้อง เธออาจจะชอบทำสีหน้าเคร่งครัดและเด็ดขาด แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องกลับมาเยี่ยมพ่อแม่ การทำหน้าตาอ่อนโยนและแสดงความมีน้ำใจย่อมเป็นสิ่งสำคัญ
“ยังพอได้ ยังพอได้” ลิ่นอวี๋เหยียนตอบรับเสียงสั่น สายตาเต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจในตัวของหลานชาย
เธออุ้มหลานชายคนเก่งไว้ในอ้อมกอด ลูบผมนุ่ม ๆ อย่างอ่อนโยนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงดีใจว่า “ไม่เจอกันตั้งนานหลายชายย่าโตขนาดนี้แล้วเหรอ เจอหน้าหนูทีไรย่ามีความสุขทุกทีเลย”
เสี่ยวเป่าเงยหน้าขึ้นมามอง แล้วตบหลังลิ่นอวี๋เหยียน เบา ๆ ราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อย “คุณย่าอย่าร้องไห้สิฮะ ช่วงที่ผมไม่ได้เจอคุณย่า ผมก็คิดถึงคุณย่ามาก ๆ เหมือนกัน”
เขาพูดแล้วทำมือเป็นวงกลมขนาดใหญ่ “ผมคิดถึงคุณมากเท่านี้เลยฮะ”
ลิ่นอวี๋เหยียนรู้สึกตลกขึ้นมาทันทีและมองดูเสี่ยวเป่าด้วยความรัก
“เราอย่ามัวมายืนอยู่หน้าประตูเลย เข้าไปนั่งข้างในกันดีกว่า ในบ้านอุ่นกว่าเถอะ” ลิ่นอวี๋เหยียนจูงมือเสี่ยวเป่าเดินเข้าไปข้างในอย่างกระตือรือร้นและพูดทิ้งท้ายบอกถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เสี่ยวเป่าปากหวานมากเป็นพิเศษ เขาเรียกคุณย่าด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเสมอ ขนาดลิ่นอวี๋เหยียนเดินเข้าไปหั่นผลไม้ในห้องครัว เขาก็เดินตามหลังเธอเข้าไปด้วย
เขาคอยเรียกคุณย่าจากทางซ้ายทีขวาที เรียกจน ลิ่นอวี๋เหยียนใจอ่อนยวบ
กระทั่งผลไม้ถูกยกออกมาเสิร์ฟบนโต๊ะ เสี่ยวเป่าก็เป็นคนแรกที่จิ้มผลไม้ขึ้นมา แต่เขากลับไม่ได้จิ้มมันใส่ปากตัวเอง เขายกตัวสูงขึ้นเล็กน้อยและยกผลไม้ขึ้นมาจ่อปากลิ่นอวี๋เหยียน เขาประพฤติตัวดีและน่ารักมาก คอยจ้องมองเธอด้วยสายตาคาดหวัง “คุณย่า ลองชิมดูก่อนสิฮะ ผมกับหม่ามี้ช่วยกันเลือกผลไม้มาอย่างดีเลยนะ ผลไม้ลูกโตและหวานมาก แต่ผมจะให้คุณย่าลองชิมก่อน”
คำพูดเหล่านั้นเหมือนกับกระแสความอบอุ่นที่ไหลเวียนเข้ามาในหัวใจของลิ่นอวี๋เหยียน ไม่มีลูกหลานของเพื่อนคนไหนใส่ใจเธอได้กับลูกหลานของตัวเธอเองแล้ว
เพื่อนของเธอมักจะมาพูดโอ้อวดว่าหลานชายของหล่อนทำตัวน่ารักมากแค่ไหน แต่ในสายตาของเธอ มีแค่หลายชายของเธอเท่านั้นที่แสนดีที่สุดในโลก
มีหลานชายที่กตัญญูแบบนี้ เธอก็รู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไรต้องเสียใจแล้ว
“หลานรัก รู้ได้ยังไงว่าจะต้องให้ย่ากินก่อน?” เมื่อเผชิญหน้ากับหลานชายที่รักและมีเหตุผล ลิ่นอวี๋เหยียนก็ถามคำถามนี้ออกไป
เสี่ยวเป่ารีบตอบกลับทันที โดยยกหน้าเล็ก ๆ ขึ้นมาแล้วพูดว่า “หม่ามี้เป็นคนสอนผมฮะ หม่ามี้บอกว่าเวลาจะกินอะไรต้องรู้จักแบ่งปันคนอื่นด้วย ต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ผู้ใหญ่ก่อน และต้องรู้จักกตัญญูกับคุณย่าฮะ”
เสี่ยวเป่ากะพริบตาปริบ ๆ แล้วยืดหลังตรง “กตัญญูรู้คุณคือความดีอันดับแรก ต้องรู้จักเคารพผู้ใหญ่และรักเด็ก พอโตขึ้นผมจะหาเงินมาเยอะ ๆ เอามาซื้อของดี ๆ ให้คุณย่าฮะ”
แม้ว่าคำพูดของเขาจะดูเด็กไปหน่อย แต่คำว่ากตัญญูกลับเปล่งประกายออกมาทั้งภายในและภายนอก
ถึงจะยังเด็กอยู่แต่ก็คิดถึงอนาคตแล้ว
ลิ่นอวี๋เหยียนเช็ดดวงตาที่เปียกชื้นและพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น “จ้า! จ้า! จ้า! ย่าจะรอให้หนูซื้อของมาให้ย่านะ”
ฟังดูแล้วทุกอย่างที่หลานชายตัวน้อยพูดขึ้นล้วนมาจากการสั่งสอนของถงเหมี่ยวเหมี่ยว หากจะบอกว่าไม่ซาบซึ้งคงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ต้องบอกว่าเป็นเพราะถงเหมี่ยวเหมี่ยว หลานชายของเธอถึงได้น่ารักและมีเหตุผลขนาดนี้ อีกฝ่ายเลี้ยงดูสั่งสอนเขามาอย่างดีจริง ๆ
ลิ่นอวี๋เหยียนรู้สึกเสียใจจากใจจริง
โชคดีที่ทั้งสองคนยังอยู่ตรงนี้ด้วยกัน ไม่ได้แยกจากกันไปไหน
โทรทัศน์ที่เปิดอยู่กำลังฉายรายการสนุกสนาน ยิ่งเมื่อข้าง ๆ มีหลานชายกับลูกสะใภ้ที่น่ารักนั่งอยู่ด้วย ความสุขก็เอ่อล้นออกมาจากใจ
เห็นได้ชัดว่ามันเป็นวันธรรมดาทั่วไป แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนวันตรุษจีน
ลูกสะใภ้ของเธอเป็นคนช่างใส่ใจมากและอุตส่าห์เสียสละเวลามาเยี่ยมเธอ แต่มู่อวี้เฉิงที่ไร้ความสามารถกลับไม่รู้จักกลับมาเยี่ยมผู้เป็นแม่บ้างเลย
“เปรียบเทียบเธอกับอวี้เฉิงแล้ว แม่อยากจะทุบเขาจริง ๆ เธอยังอุตส่าห์หาเวลามาเยี่ยมแม่ ส่วนเขาเอาแต่ขลุกตัวอยู่กับงาน” พอพูดถึงมู่อวี้เฉิง ลิ่นอวี๋เหยียนก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที แต่ก็โชคดีที่มู่อวี้เฉิงผู้ไม่ได้เรื่องคนนี้ดันให้กำเนิดหลานชายที่น่ารักและกตัญญูออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะแอบขำ เธอพยายามกลั้นขำแล้วพูดว่า “ใช่ค่ะยุ่งมาก ไว้คราวหน้าแวะมาที่นี่เมื่อไหร่ต้องสั่งสอนบทเรียนให้เขาบ้างแล้วค่ะ”
ลิ่นอวี๋เหยียนถามถงเหมี่ยวเหมี่ยว “แม่เอาแต่คุยกับ เสี่ยวเป่า ไม่ได้สนใจเธอเลย ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยักไหล่ แม้ว่ารอยยิ้มบนใบหน้าจะดูเหนื่อยหน่าย แต่ก็ยังไม่สามารถปิดบังความสุขที่เต็มเปี่ยมในหัวใจได้ “ก็ยังถือว่าดีอยู่ค่ะ อาจจะมียุ่งเรื่องงานบ้างแต่ก็ยังจัดการได้อยู่”
“อวี้เฉิงก็ใส่ใจมาก สรรหาของขวัญมามอบให้ทุกวันหยุด” คำพูดดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสุขและความภาคภูมิใจที่ได้รับจากความรัก
พอได้ยินว่าเสี่ยวเป่ากับลูกสะใภ้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ลิ่นอวี๋เหยียนก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“ขอแค่พวกเธอสองคนสบายดี แม่ก็หายห่วงแล้ว”
ลิ่นอวี๋เหยียนจ้องมองไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยว สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใย “ทำไมถึงรู้สึกว่าเธอผอมลงอีกแล้วล่ะ? มัวยุ่งกับงานจนไม่ได้กินข้าวกินปลาเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบโบกมือปฏิเสธและพูดอธิบายว่า “เปล่าค่ะ หนูก็ยังกินปกตินะคะ”
จากนั้นเธอก็มองดูรูปร่างของตัวเอง “บางทีอาจจะเป็นเพราะว่างานยุ่งมาก ถึงได้ดูผอมลงด้วยค่ะ”
“ถึงพวกเธอหนุ่มสาวจะเป็นพวกชอบรักษาหุ่น แต่แม่ว่าควรจะกินให้มันเยอะ ๆ กว่านี้หน่อย ไม่ต้องไปลดน้ำหนักหรอก” ลิ่นอวี๋เหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังกังวลมาก