พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 942 ความสุขของคุณคือความสุขของผม
ตอนที่ 942
ความสุขของคุณคือความสุขของผม
“อย่างแกเนี่ยนะ เมียตัวเองยังตามกลับมาไม่ได้ ต้องมาพึ่งพาเมียฉันให้ไปช่วยขอสาวแต่งงาน ไม่รู้จักอับอายขายขี้หน้าบ้างหรือไง?” มู่อวี้เฉิงพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ เพียงรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันน่าหัวเราะมาก
ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายถูกเหยียบย่ำจนป่นปี้ ภรรยาตัวเองก็ควรจะตามง้อเอง มาให้คนอื่นช่วยตามง้อได้ยังไง?
ต้องให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปตามภรรยากลับมาให้ ไร้ความสามารถจริง ๆ
ใบหน้าของมู่อวี้เฉิงแทบจะปรากฏเป็นคำว่าไร้ความสามารถออกมาโดยตรง ดูไม่พอใจในตัวของฉินคั่วอย่างมาก
ก่อนหน้านี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สนใจเขาเลยเพราะมัวแต่กังวลเกี่ยวกับเรื่องของสองคนนี้
กู้ชิงเป็นเพื่อนสนิทภรรยาของเขาก็จริง เขาถึงยังพออดทนได้นิดหน่อย เพราะเห็นว่าเป็นเพศเดียวกันหรอก เขาจึงระงับความรู้สึกอิจฉาเอาไว้
แต่ฉินคั่วเป็นผู้ชาย! ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสนใจเขามากเป็นพิเศษ ความสนใจของเธอมุ่งเน้นไปที่พวกเขาสองคน และเธอก็กังวลอยู่เสมอว่าทั้งสองคนจะคืนดีกันหรือไม่
เดิมทีถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นของเขา แต่เขากลับถูกบีบบังคับให้มอบเธอให้คนอื่น ทำให้ความไม่พอใจที่มีต่อฉินคั่วแผ่ขยายออกมา
ตัวเองไร้ความสามารถ ยังต้องให้คนอื่นมาช่วยตามง้อภรรยาอีก มู่อวี้เฉิงพร่ำบ่นในใจด้วยความเคียดแค้น
แต่ฉินคั่วไม่ได้สนใจถ้อยคำถากถางของมู่อวี้เฉิงเลยแม้แต่น้อย ขอแค่ภรรยาของเขากลับมาอยู่ด้วยกันก็ดีมากแล้ว เรื่องระหว่างพวกเขาสองคนมันยากเกินไป และทั้งสองก็เคยคิดว่าจะต้องพรากจากกันไปตลอดชีวิต
พอได้กู้ชิงกลับมาอยู่ข้างกายอีกครั้ง ฉินคั่วก็รู้สึกว่าเขาช่างโชคดีเหลือเกิน
เขาไม่อยากนึกถึงช่วงเวลาที่ต้องสูญเสียกู้ชิงอีกต่อไป หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากถงเหมี่ยวเหมี่ยว พวกเขาทั้งสองคนก็คงจะไม่ได้กลับมาคืนดีกันแล้ว
พวกเขาคงจะยังทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่และไม่ยอมกลับมาคืนดีกัน
แม้ว่าเขาจะต้องอาศัยความช่วยเหลือจากคนอื่น แต่เขาก็น้อมรับมัน
ขอแค่เรื่องราวจบลงอย่างมีความสุขแล้วจะไม่สนใจกระบวนการทำไมล่ะ? ขอแค่กู้ชิงอยู่เคียงข้างเขา เขาก็ไม่สนใจว่าเขาทำอะไรลงไปหรือไปขอความช่วยเหลือจากใคร
เขาเห็นว่ามู่อวี้เฉิงไม่พอใจที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาช่วยเหลือเขา และอีกฝ่ายก็มองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ฉินคั่วก็รู้สึกไม่พอใจ
แค่เอาภรรยากลับมาได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว ทำไมจะต้องพูดถากถางกันด้วยล่ะ! มู่อวี้เฉิงคงยังไม่เคยผ่านเรื่องที่เขาเจอมาก่อนถึงได้พูดออกมาแบบนี้
เส้นทางการตามจีบภรรยาของเขามันราบรื่นมาก เขาถึงไม่สามารถควบคุมความอิจฉาริษยาในใจได้
ทั้งสองยืนประจันหน้ากัน ถึงแม้ว่าจะยืนอยู่ฝั่งเดียวกันแต่ระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นกว้างมาก
ทั้งสองฝ่ายต่างมองหน้ากันด้วยสายตารังเกียจ พลางพึมพำอยู่ในใจว่า ถ้าภรรยาของฉันไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทกับภรรยาแก ฉันคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้กับแกหรอก
หลังจากกู้ชิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินออกมา ทั้งสองคนก็ไปกินอาหารเย็นที่ร้านอาหารด้วยกัน
ระหว่างกินอาหารเย็น มู่อวี้เฉิงแสดงความรักด้วยการคีบอาหารจานโปรดใส่ลงไปในจานของถงเหมี่ยวเหมี่ยวและจงใจพูดขึ้นเบา ๆ ว่า “เมนูโปรดของคุณ ผมตั้งใจสั่งมาให้เป็นพิเศษเลยนะ”
หลังจากพูดจบ เขาก็เงยหน้ามองดูฉินคั่วด้วยสีหน้า ยียวนกวนประสาท
ฉินคั่วหงุดหงิดแต่ยังคงไม่ยอมแพ้ จัดการคีบกุ้งนึ่งมาวางตรงหน้าตัวเอง ปอกเปลือกกุ้งด้วยมืออย่างว่องไว “ชิงชิง ผมปลอกเปลือกกุ้งให้แล้วนะ จากนี้ถ้าจานไหนต้องใช้มือแล้วผมใช้มือแทนให้เอง!”
หลังจากพูดจบ เขาก็หันไปมองมู่อวี้เฉิงด้วยสายตาท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว
ชายทั้งสองคนทำตัวเหมือนเด็กน้อยที่กำลังต่อสู้กันบนโต๊ะอาหาร เพียงเพื่อต้องการแสดงความรักกับภรรยาของตน
“ชิงชิงกินซุปสิ ซุปร้านนี้ทำออกมาดีเลยนะ ช่วยบำรุงร่างกายด้วย คุณทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว ตอนนี้ต้องบำรุงร่างกายสักหน่อย” ฉินคั่วยกซุปมาวางลงตรงหน้ากู้ชิงและช่วยเป่าคลายร้อนอย่างอ่อนโยน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูฉากตรงหน้าและพูดติดตลกว่า “แล้วฉันยังจะต้องกินอะไรอีกล่ะ? แค่นี้ก็อิจฉาจนอิ่มเอมแล้ว”
มู่อวี้เฉิงไม่อยากยอมแพ้ เขาจะปล่อยให้ภรรยาตัวเองอิจฉาคนอื่นได้ยังไง?
เขาหยิบช้อนขึ้นมาตักจ้วงโจ๊กทะเลแล้วเป่าเบา ๆ หลังจากทดสอบอุณหภูมิแล้วเขาก็พูดเกลี้ยกล่อมให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลองชิมมัน “อุ่นกำลังพอดีเลย ลองกินดูสิจะได้อุ่นท้อง”
ทั้งสองฝ่ายต่างแข่งขันกันอย่างไม่ยอมแพ้ แสดงท่าทางราวกับว่าเป็นทาสเมีย
“แกจะมาเลียนแบบฉันทำไม!” มู่อวี้เฉิงพูดขึ้นด้วยความโกรธสุดขีด
แต่ฉินคั่วไม่ใช่คนที่จะถูกรังแกง่าย ๆ เขารีบตอบโต้ออกไปว่า “ฉันไปจะเลียนแบบแกทำไม ว่าที่เจ้าสาวฉันก็อยู่ที่นี่ด้วย ฉันแค่ทำเรื่องธรรมดาหรอกเว้ย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะ ชี้นิ้วไปที่สองคนแล้วพูดกับกู้ชิงว่า “ดูพวกเขาสองคนสิ จะตลกกันเกินไปแล้ว”
กู้ชิงทำปากยื่น แม้ว่าจะทำท่าทางไม่พอใจแต่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขกลับปิดไม่มิด “พวกเขาสองคนทำตัวเหมือนเสี่ยวเป่าไปได้ เด็กจริง ๆ เลย”
ฉินคั่วแกล้งทำเป็นเสียใจและดึงชายเสื้อของกู้ชิง “คุณไม่ชอบที่ผมเป็นแบบนี้เหรอ?”
“ชอบ ชอบที่สุดเลย!” กู้ชิงหัวเราะ
“พอเห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกดีจัง ไม่ต้องมานั่งทะเลาะขัดแย้งกัน ทุกอย่างดูสวยงามไปหมด” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยความรู้สึกประทับใจ
กู้ชิงพยักหน้าเบา ๆ เป็นเพราะความช่วยเหลือของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำให้พวกเขากลับมาคืนดีกัน เธอจึงยกแก้วขึ้นแล้วพูดว่า “ขอบคุณนะ”
แก้วไวน์สองใบชนเข้าหากันจนเกิดเสียงกระแทกดังขึ้น เพื่อนทั้งสองคนต่างพึ่งพากันอย่างมั่นคง
ความสุขที่แท้จริงอาจเป็นแบบนี้ สามารถสัมผัสได้จากทุกสิ่งอย่างที่อยู่รอบตัว
มีคนรัก ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงอยู่เคียงข้าง ชีวิตเต็มไปด้วยความสุขสุด ๆ ทุกวันผ่านไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข ใครบ้างละจะไม่อิจฉาและโหยหาสิ่งเหล่านี้
โชคดีที่สิ่งที่พวกเขาใฝ่ฝันคือสิ่งที่พวกเขามีในตอนนี้
หลังจากมื้ออาหารเย็นจบลง ทั้งสองคู่ก็แยกย้ายกันกลับออกไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเฝ้าดูแผ่นหลังของกู้ชิงกับฉินคั่วที่เดินเคียงข้างกันออกไปอย่างอบอุ่น จนเธอรู้สึกได้ถึงความสุขที่ปรากฏขึ้นในหัวใจ
การได้เห็นความรักของเพื่อนเติบโตขึ้นและจบลงอย่างสวยงาม มันทำให้เธอมีความสุขมากอย่างไม่ต้องพูดถึง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยื่นมือออกไปจับแขนมู่อวี้เฉิง ยิ้มแล้วพูดกับเขาว่า “พอเห็นว่าทุกคนรอบตัวฉันมีความสุข ฉันก็มีความสุขตามไปด้วย ฉันรู้สึกว่าไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว บางทีความสุขที่เรียบง่ายน่าจะเป็นแบบนี้แหละ!”
เธอไม่สามารถปกปิดรอยยิ้มบนใบหน้าได้เลย ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยความสุขและความรู้สึกที่ปลอดภัย
ทุกคนรอบตัวเธอได้พบเจอกับความสุขของตัวเอง และได้อยู่กับคนที่รัก
มู่อวี้เฉิงมองเห็นความสุขบนใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาจึงเอื้อมมือออกไปกอดเธอและกระซิบข้างหูเธอเบา ๆ ว่า “แต่การได้เห็นคุณมีความสุขมันคือความสุขที่สุดในชีวิตผมแล้ว ความสุขของคุณก็คือความสุขของผม”
ทั้งสองประสานสายตากัน เผยความรักอันลึกซึ้งออกมา คืนนี้พระจันทร์ดูสวยมาก แสงจันทร์นวล ๆ สาดส่องลงมาที่ทั้งคู่ซึ่งกำลังกอดกันแน่น เป็นเหมือนผ้าอันเบาบางที่กำลังปกคลุมพวกเขาอยู่
บรรยากาศรอบตัวนำพาและดูคลุมเครือมาก พวกเขาทั้งสองมองตากัน หากไม่จูบกันในตอนนี้คงจะเสียบรรยากาศ เปล่า ๆ
มู่อวี้เฉิงก้มหน้าลงเล็กน้อย ประกบริมฝีปากอันอบอุ่นและกอดถงเหมี่ยวเหมี่ยวไว้ในอ้อมแขน