พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 945 เรื่องเล็กน้อย
ตอนที่ 945
เรื่องเล็กน้อย
เช้าวันรุ่งขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกไปทำงานที่บริษัทตามปกติ
ทว่าอารมณ์ของเธอในวันนี้แตกต่างไปจากปกติ อาจกล่าวได้ว่าแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
เหตุผลไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่เป็นเพียงเพราะการสร้างภาพยนตร์
เธอกำลังมองดูเอกสารในมือระหว่างเดินเข้าไปในห้องทำงาน ขณะนั้นกู้ชิงเดินเข้ามาหาและดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะเข้าใจกันโดยปริยาย พวกเธอเงยหน้าขึ้น สบตากันและกล่าวทักทายกัน
“คุณถง อรุณสวัสดิ์ค่ะ!” กู้ชิงโบกมือทักทาย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและยิ้มอย่างมีชีวิตชีวา
“กู้ชิง อรุณสวัสดิ์” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มตอบรับเช่นกัน
แต่คนที่มีสายตาเฉียบคมย่อมมองออกว่าวันนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีอารมณ์ที่ผิดแปลกไปกว่าปกติ ราวกับว่าเธอไม่ได้ดูมีความสุขเหมือนเช่นเคย เหมือนมีเรื่องบางอย่างติดค้างอยู่ในใจ
กู้ชิงเป็นคนรอบคอบเสมอ พอเห็นแบบนั้นก็รีบถามว่า “คุณถง เกิดอะไรขึ้นคะ กังวลอะไรอยู่หรือเปล่า ดูไม่ค่อยมีกะจิตกะใจเลย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า อันที่จริงเธอนึกไม่ถึงว่าอารมณ์ของเธอจะแสดงออกมาชัดเจนขนาดนี้ เธอจึงตอบกลับว่า “ใช่ แต่ฉันไม่ได้กังวลอะไรหรอก แค่จู่ ๆ ก็มีเรื่องบางอย่างที่ต้องทำให้เสร็จน่ะ ฉันกำลังคิดว่าจะทำยังไงให้มันสำเร็จดี”
“เรื่องอะไรเหรอคะ?” กู้ชิงเลิกคิ้ว ถามด้วยความสงสัย
เรื่องการสร้างภาพยนตร์ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเก็บงำเป็นความลับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเล่าเรื่องทั้งหมดโดยไม่ลังเล บอกกู้ชิงว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานนี้บ้าง
“เมื่อวานฉันไปหาแม่มาแล้วแม่ขอให้ฉันทำอะไรบางอย่าง แม่อยากให้ฉันช่วยถ่ายหนัง เพื่อจะได้เก็บบันทึกเรื่องราวไว้เป็นที่ระลึกน่ะ”
หลังจากได้ยินคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยว กู้ชิงก็ยืนนิ่งกับที่
ถ่ายภาพยนตร์เหรอ?
อุตสาหกรรมในแวดวงของพวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการถ่ายทำภาพยนตร์เลย แล้วจะสร้างภาพยนตร์ได้ยังไง?
กู้ชิงแทบไม่อยากจะเชื่อคำพูดนั้น เธอยืนจ้อง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจนลืมที่จะหันหน้าหนีไปไหน สักพักใหญ่เธอก็พูดติดอ่างขึ้นมาว่า “อ๊ะ? ถ่ายหนังเหรอคะ? จริงหรือหลอกคะ?”
คำถามชุดใหญ่ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ อันที่จริงมันฟังดูไร้สาระเล็กน้อย
การสร้างภาพยนตร์เป็นเรื่องที่ยากมากและใช่ว่าทุกคนจะทำมันได้สำเร็จ ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่มั่นใจว่าเธอมีคุณสมบัติเหมาะสมกับงานนี้หรือไม่ และจะสามารถสร้างภาพยนตร์ได้สำเร็จหรือเปล่า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มบาง ๆ แล้วจับมือพากู้ชิงเดินเข้าไปนั่งในห้องทำงาน ก่อนจะพูดอธิบายเรื่องนี้ให้กู้ชิงฟังอย่างจริงจัง แต่ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรบางอย่างออกและมีเรื่องอยากจะขอให้กู้ชิงช่วย
“เมื่อวานตอนฉันได้ยินเรื่องนี้ก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกัน แต่แม่ล้มป่วยมานานแล้ว นานทีจะมีความอยากทำอะไรจริงจังสักที ฉันก็รู้สึกว่าควรจะช่วยเธอทำมันให้สำเร็จ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้แล้วยังคงจดจำมันได้แม่น อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าแล้วพูดมันออกมา
“ถ้าคุณพูดแบบนั้นฉันก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของคุณอยู่ค่ะ แต่ฉันคิดว่ามันค่อนข้างที่จะทำมันให้สำเร็จ แต่ถ้าคุณอยากจะทำมันจริง ๆ แน่นอนว่าฉันก็จะสนับสนุนคุณค่ะ” กู้ชิงยกมือขึ้นมาตบบ่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างอ่อนโยน ปลอบโยนและให้ความมั่นใจกับเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มแล้วพูดขอบคุณ “ขอบคุณนะ ที่จริงฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเลย ไม่รู้ว่าตัวเองมีเหมาะสมจะทำหนังหรือเปล่า แต่ฉันก็อยากลองดูสักตั้ง ส่วนจะสำเร็จหรือไม่นั้นคิดว่ามันไม่สำคัญเท่าไหร่ สิ่งสำคัญคือกระบวนการต่างหาก ถึงสุดท้ายมันจะไม่สำเร็จฉันก็พร้อมยอมรับ อย่างน้อยฉันก็ได้พยายามทำเพื่อเป้าหมายนั้นแล้ว และแม่ก็จะได้เห็นความตั้งใจของฉันด้วย อย่างน้อยแม่ก็จะได้รู้ว่าฉันพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเติมเต็มความปรารถนาของเธอ”
กู้ชิงพยักหน้า รู้สึกว่าคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวสมเหตุสมผลมาก
เมื่อพูดถึงตรงนี้ กู้ชิงก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พูดถึงเรื่องการถ่ายทำภาพยนตร์แล้ว ถึงแม้ว่ากู้ชิงเองจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้โดยตรง แต่เธอก็มีเส้นสายที่กว้างขวางและรู้จักกับผู้กำกับที่มีชื่อเสียงมากอยู่คนหนึ่ง
ดังนั้นกู้ชิงจึงเผลอตบต้นขาตัวเองแล้วพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “ฉันเพิ่งนึกออก! ฉันคิดว่าฉันน่าจะช่วยคุณถ่ายทำหนังได้นะคะ แต่ก่อนฉันเคยเจอผู้กำกับคนหนึ่งในงานเลี้ยง เขาทำหนังหลายเรื่องออกมาดังมาก ๆ ฉันคิดว่าคุณก็น่าจะเคยดูหนังของเขามาหลายเรื่องเหมือนกัน มีหลายเรื่องที่ทำเงินได้เกินพันล้านเลยล่ะ! ถ้าคุณต้องการ ฉันช่วยคุณติดต่อเขาได้นะคะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเธอเบิกกว้างและพูดด้วยความเหลือเชื่อ “จริงเหรอ เธอรู้จักผู้กำกับที่มีชื่อเสียงแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?”
กู้ชิงพยักหน้าแล้วยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนจะพูดบอกว่า “แน่นอนสิคะ จริง ๆ ฉันแค่บังเอิญรู้จักเขาน่ะ แต่ก่อนที่ฉันจะช่วยคุณ ฉันขอเตือนอะไรคุณสักอย่างก่อนว่าถึงผู้กำกับคนนี้จะฝีมือดีมาก แต่เขาก็เป็นคนใจร้อนมากเหมือนกัน”
กู้ชิงเม้มปาก ตอนที่เธอเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนั้น เธอบังเอิญโชคดีเห็นผู้กำกับคนดังกล่าวทะเลาะกับคนอื่นอยู่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงักไปเมื่อได้ยินคำเตือน แต่เธอกลับไม่มีท่าทีจะย่อถอยแม้แต่น้อย เธอยิ้มแล้วพูดว่า “เข้าใจแล้ว แต่อย่างที่บอกว่าถ้าเขามีความสามารถมาก การมีอารมณ์ร้อนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก ถ้าเขาช่วยฉันทำหนังได้จริง ๆ ฉันก็คิดว่าฉันน่าจะทนอารมณ์ของเขาไหว กู้ชิง เธอช่วยแนะนำเขาให้ฉันรู้จักหน่อยได้มั้ย?”
กู้ชิงพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า “ได้ค่ะ มันก็แค่เรื่องเล็กน้อยสำหรับฉัน”
“ขอบคุณนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกขอบคุณกู้ชิงจริง ๆ ดังนั้นคำขอบคุณของเธอจึงฟังดูจริงใจมาก เต็มไปด้วยความรู้คุณและกตัญญู
ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยเรื่องผู้กำกับคนนี้ กู้ชิงก็ไม่รอช้ารีบสั่งข้อความไปหาผู้กำกับคนนั้นทันที
หลังจากพูดอธิบายเจตนาแล้ว กู้ชิงก็นัดเขามากินอาหารด้วยกันเพื่อให้ทุกคนได้พบปะกันอย่างเป็นทางการ
ผู้กำกับเห็นว่าช่วงนี้ไม่ได้มีอะไรยุ่งเป็นพิเศษจึงตอบตกลงทันที เขาได้ฟังความตั้งใจของพวกเธอทั้งหมดแล้วและตัดสินใจจะไปดู
ผู้กำกับคนนี้คือผู้กำกับกู้ เขามีฝีมือและความสามารถที่อยู่ระดับแนวหน้าของวงการ แต่ผู้กำกับที่มีความสามารถสูงมักจะมีนิสัยที่หยิ่งยโสโอหัง และเขาก็มีชื่อเสียงเรื่องอารมณ์ร้อนมาก
ไม่รู้ว่ามีนักแสดงกี่คนที่ถูกเขาด่าทอสาดเสียจนเสียหน้าระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์ของเขา แต่นักแสดงพวกนั้นกลับไม่กล้าตอบโต้กลับเลย
กู้ชิงจัดแจงนัดเจอผู้กำกับและรีบวิ่งไปแจ้งข่าวสารให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่ในห้องทำงาน
“คุณถง ฉันเพิ่งส่งข้อความไปนัดผู้กำกับให้คุณค่ะ เขาแซ่กู้ ฉันเพิ่งนัดเขากินข้าวเย็นวันนี้ เดี๋ยวเราไปด้วยกันเลยนะคะ” กู้ชิงเคาะประตูห้องทำงานของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เดินเข้ามาและพูดรายงาน
พอถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินคำพูดของกู้ชิง ดวงตาของเธอก็เป็นประกายทันที เธอนึกไม่ถึงว่ากู้ชิงจะมีความสามารถในการทำงานขนาดนี้ ทั้งสองเพิ่งพูดคุยกันเรื่องนี้ไปเองและกู้ชิงก็สามารถนัดหมายผู้กำกับได้แล้ว