พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 968 ไม่อยากทะเลาะด้วย
ตอนที่ 968
ไม่อยากทะเลาะด้วย
“แม่! มาจริง ๆ เหรอครับ?”
คราวเมื่อลิ่นอวี๋เหยียนโทรศัพท์มาบอกว่าจะเดินทางมาที่โรงพยาบาล มู่อวี้เฉิงก็คิดว่าเธอแค่พูดเล่น ไม่นึกว่าลิ่นอวี๋เหยียนจะมาที่นี่จริง ๆ หนำซ้ำยังพาหมอผู้เชี่ยวชาญมาด้วย
“ทำไม? ลูกสะใภ้ฉันท้องทั้งคน จะมาดูหน่อยไม่ได้หรือไง?” ลิ่นอวี๋เหยียนไม่สนใจลูกชายของเธออีกต่อไปและหันไปส่งยิ้มให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว จับมือเธอขึ้นมาตบเบา ๆ อย่างทะนุถนอม
“อย่าเพิ่งยืนสิ นั่งลงก่อนนั่งลง อวี้เฉิงหลบไป มาเกะกะเวลาพักผ่อนเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ได้” จากนั้นมู่อวี้เฉิงก็ถูกแม่ตัวเองผลักออกไป และเห็นว่าแม่เฝ้าดูเอาใจใส่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากราวกับกลัวว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่สบาย
ลิ่นอวี๋เหยียนพาหมอผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสุขภาพร่างกายให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างเต็มรูปแบบ
“ว่าไงนะครับ?” มู่อวี้เฉิงหยิบเอกสารการตรวจร่างกายขึ้นมาดู กวาดสายตามองอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วขมวดคิ้ว
“สุขภาพร่างกายของคุณหนูสะใภ้ยังมีบางตัวที่ไม่ถึงเกณฑ์ชี้วัด อาจเป็นเพราะว่าร่างกายอ่อนแอเล็กน้อย ผมแนะนำว่าช่วงตั้งครรภ์ควรจะพักผ่อนให้เพียงพอ ควรใส่ใจเรื่องการฟื้นฟูร่างกายให้มากกว่านี้ หลีกเลี่ยงการปะทะทางด้านอารมณ์และอย่าทำงานหักโหมจนเกินไปครับ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำวินิจฉัยดังกล่าว เธอจ้องมองเอกสารและตั้งใจฟังคำแนะนำของคุณหมอ
ขณะเดียวกันลิ่นอวี๋เหยียนรู้สึกดีที่เธอพาคุณหมอมาตรวจร่างกายของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่อย่างนั้นอาจเกิดความเสี่ยงขึ้นในอนาคตได้
“อวี้เฉิง ได้ยินที่หมอบอกมั้ย ต้องดูแลร่างกาย เหมี่ยวเหมี่ยวให้ดีนะ จะทำเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว!”
มู่อวี้เฉิงมองดูข้อมูลบ่งชี้ที่ไม่ตรงตามเกณฑ์มาตรฐานและเริ่มคิดเกี่ยวกับมัน
“ครับแม่ ผมรู้แล้ว”
“เหมี่ยวเหมี่ยว! เธอก็รู้แลตัวเองให้ดีด้วย ถ้าอยากกินอะไรก็บอกให้พ่อครัวทำให้ ถ้าทำไม่ได้ก็บอกแม่มา พักงานที่บริษัทเอาไว้ก่อนแล้วกลับมาดูแลตัวเองให้ดี!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าตอบรับด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ เธอเคารพและรักแม่สามีมาก เธอจึงตั้งใจฟังที่อีกฝ่ายพูด
หลังจากกลับมาถึงบ้าน มู่อวี้เฉิงเดินก้าวขาทีละก้าวอย่างระมัดระวัง กลัวว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไปโดนหรือชนอะไรเข้า
คนรับใช้ทั้งหลายต่างระมัดระวังมากเป็นพิเศษ แม้แต่เจ้าลูกชายตัวน้อยยังคอยรักษาความห่างจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวสามก้าวอยู่เสมอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็นภาพตรงหน้าแล้วยิ้มอย่างทำอะไรไม่ถูก คำวินิจฉัยของหมอค่อนข้างเกินจริงเกินไป แต่ทว่าความห่วงใยจากคนรอบข้างกลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
มู่อวี้เฉิงประคองถงเหมี่ยวเหมี่ยวมานั่งลงบนโซฟา จากนั้นก็ส่งถ้วยน้ำอุ่นให้เธออย่างระมัดระวัง
“เหมี่ยวเหมี่ยว หมอบอกว่าห้ามคุณทำงานหนักจนกว่าคุณจะคลอดลูก ระหว่างทางกลับบ้าน ผมนั่งคิดมาตลอดทางว่าควรจะให้คุณพักงานก่อนดีมั้ย ตอนนี้คุณรับมือไม่ไหวหรอก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มเบา ๆ “หมอแค่พูดขู่ให้มันดูน่ากลัวน่ะ จะต้องระวังขนาดนั้นเลยเหรอ ตอนนี้ฉันยังพอรับมือไหวอยู่ ไม่ต้องกังวลไปหรอก”
นึกไม่ถึงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะพูดปฏิเสธออกมาโดยตรง จนมู่อวี้เฉิงที่ยังพูดไม่จบถึงกับพูดไม่ออก
“แต่…”
“เอาล่ะ ๆ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ร่างกายฉันฉันรู้ตัวเองดี! คุณไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรหรอก” หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแบบนี้ มู่อวี้เฉิงก็ไม่รู้จะพูดอะไร ดังนั้นเขาจึงนั่งเงียบมาตลอดทั้งมื้อเย็น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองออกว่ามู่อวี้เฉิงกำลังโกรธอยู่ แต่เอาจริงเธอคิดว่าคุณหมอพูดเกินจริงไปหน่อย ทำให้ปัญหาทุกอย่างถูกโยนใส่มู่อวี้เฉิงคนเดียว จนเธอเองก็รู้สึกไม่ดีเช่นกัน
แม้ว่าตอนนี้มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะทำสงครามเย็นใส่กันอยู่ แต่การกระทำทุกอย่างของมู่อวี้เฉิงก็ละเอียดอ่อนกว่าคนรับใช้เสียอีก
น้ำที่เขาเสิร์ฟให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั้นเป็นน้ำอุ่นเสมอ บนโต๊ะอาหารมีอาหารที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชื่นชอบรายล้อมอยู่รอบ ๆ แม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นในบ้านยังถูกห่อด้วยผ้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลูบไล้ผ้าปูโต๊ะ ผ้าปูโต๊ะได้รับการตกแต่งอย่างประณีตจนเธอเดาไม่ออกเลยว่านี่เป็นฝีมือของมู่อวี้เฉิง
เธอถอนหายใจอย่างทำอะไรไม่ถูก เธอรู้ว่ามู่อวี้เฉิงทำแบบนี้ก็เพื่อตัวเธอเอง แต่เธอก็รู้สึกกังวลใจเช่นกัน
“พอเถอะ อย่าโกรธกันเลย” กระทั่งตกช่วงกลางคืน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยอมถอยทัพโดยการจับข้อมือของมู่อวี้เฉิงเอาไว้ เธอไม่อยากให้มันยืดเยื้อจึงยอมอ่อนข้อลง
“ผมไม่ได้โกรธ แต่หมอบอกว่าตอนนี้คุณต้องดูแลร่างกายตัวเองให้ดี อย่าทำงานหนักเกินไป แต่คุณเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง จ้องแต่จะคิดเรื่องที่บริษัทตลอดทั้งวัน แล้วจะไม่ให้ผมกังวลได้ยังไง?” คำพูดรัว ๆ ของมู่อวี้เฉิงทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึง แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเห็นด้วย
“ก็ได้ ๆ ฉันรู้แล้ว ฉันจะระวังตัวเอง คุณอย่าโมโหสิ ฉันไม่อยากทะเลาะกับคุณ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลอกตาแล้วพูดต่อว่า “ถ้าคุณโกรธ ฉันก็จะไม่มีความสุข ถ้าฉันไม่มีความสุขลูกของเราก็จะไม่มีความสุขเหมือนกัน…”
มู่อวี้เฉิงไม่อาจทนต่อท่าทางออดอ้อนของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ เขายอมอ่อนข้อลงและยังคงเรียกร้องข้อเสนอต่าง ๆ “ก็ได้แต่คุณต้องไม่ทำงานหนักจนเกินไป และถ้ามีเรื่องไม่สบายใจตรงไหนก็บอกมาเลย ห้ามเก็บเอาไว้ในใจคนเดียว ตอนนี้คุณต้องฟังที่หมอบอก ห้ามกินของที่ไม่ควรกินและต้องดูแลร่างกายตัวเองให้ดีด้วย!”
เมื่อเห็นว่ามู่อวี้เฉิงพูดย้ำเตือนเป็นชุดราวกับคนแก่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เริ่มปวดหัว
“โอเค ๆ ๆ ฉันจะทำตามที่คุณบอกทุกอย่าง!”
จากนั้นมู่อวี้เฉิงถึงยิ้มออกมา เขาซบแก้มซ้ายอิงแอบบนหน้าท้องของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพึมพำว่า “นี่คือลูกของเรา ผมจะไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอะไรแม้แต่น้อย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม ลูบหัวมู่อวี้เฉิงแล้วพูดว่าอืมเบา ๆ
นับตั้งแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งท้อง ใครหลายคนที่รู้เรื่องนี้ก็ส่งคำอวยพรมาให้พวกเขา
เสี่ยวเป่าคอยอยู่เคียงข้างถงเหมี่ยวเหมี่ยวทุกวัน โดยคอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของถงเหมี่ยวเหมี่ยวตามคำแนะนำของแด๊ดดี้
“หม่ามี้ หม่ามี้! แด๊ดดี้บอกว่านี่คือน้องสาวใช่มั้ยฮะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงลูกหัวเสี่ยวเป่าและพยักหน้าตอบอย่างอ่อนโยน
เสี่ยวเป่ายิ้มกว้างและกระโดดโลดเต้น วิ่งไปทั่วห้องโถง
“เย้! เย้! ผมได้เป็นพี่ชายแล้ว! ผมมีน้องสาว ฮ่าฮ่าฮ่า!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูลูกชายด้วยความรัก ลูบท้องเบา ๆ ด้วยความอ่อนโยน
หลังจากนั้นไม่นาน กู้ชิงก็มาเยี่ยมถงเหมี่ยวเหมี่ยวพร้อมกับของขวัญในมือ
“นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้หลานเพิ่มอีกคนเร็วขนาดนี้!” ซ่งฉิงพูดหยอกล้อขณะมองดูใบหน้ายิ้มแย้มของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอเองก็มีความสุขมากเหมือนกัน
“เลิกแกล้งหนูได้แล้วค่ะ ว่าแต่ช่วงนี้แม่กับคุณเหยียนเป็นยังไงบ้างคะ? มีความคืบหน้าอะไรหรือเปล่า?”
นึกไม่ถึงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะถามเรื่องก่อนหน้านี้ ทำให้ใบหน้าของซ่งฉิงร้อนผ่าวเล็กน้อยแต่ยังคงตอบกลับอย่างดื้อรั้น “จะเป็นยังไงได้ล่ะ ก็เป็นอย่างนั้นแหละ ยังไงซะก็ได้อยู่ด้วยกันแล้ว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ดีว่าซ่งฉิงปากไม่ตรงกับใจ ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกดีที่ได้ยินคำตอบดังกล่าว เพราะมันหมายความว่า เหยียนห่าวชิงกับอีกฝ่ายกลับมาคืนดีกันแล้ว เป็นแบบนี้ได้เธอก็รู้สึกโล่งใจ
ดวงตาจดจ่อไปที่แสงแดดด้านนอกหน้าต่างบานสูง ภายในใจหวังว่าทุกอย่างจะพัฒนาไปในทางที่ดีและสวยงาม