พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 978 อับอายอย่างบอกไม่ถูก
ตอนที่ 978
อับอายอย่างบอกไม่ถูก
ในขณะที่ลิ่นอวี๋เหยียนกำลังตื่นเต้นอยู่กับการอุ้มสาวน้อย มู่หงจวิ้นก็เดินเข้ามา
มู่หงจวิ้นเห็นว่าลิ่นอวี๋เหยียนดูมีความสุขกับการอุ้มหลานมากจึงอดยิ้มไม่ได้ เขาเดินเข้าไปหาลิ่นอวี๋เหยียนแล้วพูดว่า “ดูคุณมีความสุขนะ นี่หลานสาวของปู่เหรอ? ขอปู่อุ้มหน่อยสิ!”
“ไป ๆ ๆ อย่ามาเกะกะแถวนี้ เกิดคุณทำหลานตกใจขึ้นมาจะทำยังไง!” ลิ่นอวี๋เหยียนพูดกับมู่หงจวิ้น
มู่หงจวิ้นได้ยินลิ่นอวี๋เหยียนพูดแบบนั้นก็วางมือลงอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
“พวกลูกสองคนตัดสินใจเลือกชื่อให้หลานหรือยังล่ะ?” มู่หงจวิ้นกระแอมไอเบา ๆ เพื่อปิดบังความอับอายและหันไปถามลูกชายกับลูกสะใภ้
“ยังไม่ได้คิดเลยค่ะ ไหน ๆ พ่อกับแม่ก็อยู่ที่นี่แล้ว ให้พ่อแม่ช่วยตั้งชื่อแหละเนอะ!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงักไปเมื่อได้ยินคำถามของมู่หงจวิ้น แต่หลังจากได้สติเธอก็ส่ายหัว หันไปมองมู่อวี้เฉิงแล้วพูดขึ้น
หลังจากได้ยินคำพูดของภรรยา มู่อวี้เฉิงก็ก้มหน้าลงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้สึกว่าภรรยาพูดออกไปแล้วและเขาไม่สามารถหักหน้าภรรยาได้
นอกจากนี้พ่อแม่ของเขาค่อนข้างพึงพอใจกับการตัดสินใจดังกล่าว เขาจึงไม่สามารถทำให้พวกเขาผิดหวังได้ อีกอย่างมันไม่เกี่ยวกับเรื่องกำไรหรือขาดทุน ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะไม่พอใจแต่เขาก็ยังเห็นด้วย
“ก็ได้ งั้นให้พ่อแม่เลือกมาคนละหนึ่งชื่อแล้วกัน!”
ลิ่นอวี๋เหยียนมีความสุขมากเมื่อได้ยินถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงพูดแบบนั้น ทั้งสองจึงหารือเลือกชื่อให้ลูกสาวของ มู่อวี้เฉิงอย่างตื่นเต้น
ลิ่นอวี๋เหยียนเสนอชื่อมู่โหรวอัน ส่วนมู่หงจวิ้นเสนอ ชื่อมู่เสี่ยวซือ และพวกเขาทั้งสองก็โต้เถียงกันไม่จบไม่สิ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้
มู่อวี้เฉิงเฝ้าดูพ่อแม่ตัวเองแย่งกันตั้งชื่อให้ลูกสาว แล้วเห็นว่าลูกสาวตกใจกับเสียงต่อล้อต่อเถียงมากจนถึงขั้นร้องไห้ พ่อแม่เถียงกันไม่หยุดจนทำให้เขารู้สึกสงสารลูกสาวจับใจ เขาจึงเดินอุ้มลูกสาวไปยืนระหว่างกลางทั้งสองคน พร้อมตัดสินใจว่า จะให้ลูกสาวชื่อมู่เสี่ยวซือและบอกให้ทั้งสองหยุดเถียงกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกพึงพอใจมากเมื่อได้ยินชื่อของลูกสาว มู่เสี่ยวซือ ชื่อนี้ช่างไพเราะจริง ๆ เธอมองดูลูกสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของมู่อวี้เฉิงด้วยความรัก และยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข!
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและหลังจากนั้นไม่นาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อยู่เดือนเสร็จ หลังจากตั้งชื่อให้ลูกสาวแล้ว มู่อวี้เฉิงก็กลายมาเป็นคุณพ่อที่คอยดูแลลูกอย่างเต็มที่ ในระหว่างนั้นลิ่นอวี๋เหยียนมักจะแวะมาเยี่ยมบ่อย ๆ และเธอเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถดูแลลูกในระหว่างที่อยู่เดือนได้ เธอจึงพาเสี่ยวเป่าไปอยู่ที่บ้านของเธอสักพัก
ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่เดือนเสร็จแล้วและก็ถึงเวลาที่จะพาลูกกลับบ้าน กระทั่งทั้งสี่คนกลับมาถึงบ้าน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็บอกมู่อวี้เฉิงว่าเธออยากจะกลับไปทำงานและสัญญาว่าจะไม่ทำงานหนัก
“อวี้เฉิง ฉันคลอดลูกและอยู่เดือนเสร็จแล้ว อยู่บ้านทั้งวันมันน่าเบื่อ ฉันขอกลับไปทำงานได้มั้ย แต่ว่าฉันสัญญาว่าจะไม่ทำงานหนักเกินไป” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูมู่อวี้เฉิงด้วยดวงตากลมโตและทำท่าทางออดอ้อนราวกับจะร้องไห้ถ้าเขาปฏิเสธ
มู่อวี้เฉิงมองดูภรรยาที่ทำท่าทางออดอ้อนแล้วก็รู้สึกแปลกใจ เขารู้สึกว่าหลังจากที่ภรรยาคลอดลูกแล้ว เธอดูเปลี่ยนไปมาก ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยทำท่าทางแบบนี้เลย
แม้จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ารักแต่เขาก็รู้สึกปวดหัวในเวลาเดียวกัน เพราะแบบนี้เขาคงปฏิเสธเธอไม่ได้เลย แต่มองไปที่ภรรยาที่ดูเหมือนจะเบื่อบ้านเขาก็คิดว่าเธอคงไม่ได้ทำอะไรหนักเกินไป และตอนนี้ร่างกายของเธอก็น่าจะฟื้นฟูแล้ว เขาจึงยอมรับคำขอของเธอ
แต่ก็ยังเตือนให้เธอดูแลตัวเอง อย่าทำงานหนักเกินไป
หลังจากได้รับการยินยอมจากสามีแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยิ้มดีใจ พร้อมกับจูบเขาที่แก้มแล้วบอกว่าเป็น “รางวัล” ก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
มู่อวี้เฉิงที่ถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังสัมผัสแก้มที่ภรรยาจูบแล้วยิ้มหวาน เธอเปลี่ยนไปมากจริง ๆ! เธอไม่เคยเป็นฝ่ายริเริ่มทำเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย! แต่เมื่อมองดูแผ่นหลังของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่รีบวิ่งหนีไปด้วยความอับอาย มู่อวี้เฉิงก็คิดกับตัวเองในใจว่าแบบนี้ก็ดีแล้ว อย่างน้อยเธอก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาหน่อย!
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวแต่งตัวและจัดกระเป๋าเสร็จแล้ว เธอก็รีบเดินทางไปที่บริษัท เธอได้ยินคำอวยพรต่าง ๆ นานานับตั้งแต่วินาทีที่เธอลงมาจากรถยนต์ และถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตอบกลับพวกเขาด้วยรอยยิ้ม
แต่ทว่าสิ่งนี้กลับทำให้เหล่าพนักงานประหลาดใจ ต้องบอกถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก ค่อนข้างเข้มงวดและไม่ค่อยยิ้มแย้มเลย แม้แต่ตอนที่เธออารมณ์ดีเธอก็มักจะยิ้มเจื่อน ๆ แต่ตอนนี้เธอกลับยิ้มตอบรับทุกคนจึงทำให้พนักงานรู้สึกเหลือเชื่อกันมาก!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกพึงพอใจกับชีวิตปัจจุบันของเธอมาก เธอมีสามีที่เอาใจใส่ มีลูกที่น่ารักสองคน และยังมีพ่อแม่สามีที่คอยดูแลอย่างดี ทุกอย่างในชีวิตเธอเพียบพร้อมมากจนเธอรู้สึกดีและมีความสุขในทุก ๆ วัน!
กระทั่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้าในสำนักงาน เธอก็ได้ยินพวกพนักงานคุยกันว่าเธอดูแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าเธอดูแตกต่างไปจากเดิมตรงไหน พวกเขาเพียงรู้สึกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวสวยขึ้นมากและดูอ่อนโยนกว่าเดิม บางทีอาจจะเป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงหลังคลอดลูกก็ได้!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินบทสนทนาของพวกพนักงานแต่กลับไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยิ้มอย่างใจเย็นราวกับมีดอกไม้นับพันวางกองอยู่ตรงหน้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจัดการงานที่ค้างคาอยู่ในห้องทำงานและรู้สึกว่าไม่มีอะไรมากที่ต้องจัดการ ภายในใจนึกห่วงลูกทั้งสองคนที่อยู่บ้าน เธอจึงไม่ได้นั่งทำงานที่บริษัทต่อ หันหลังกลับและเดินออกจากบริษัทไป
เมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่เธอเห็นคือมู่อวี้เฉิงกำลังดูแลมู่เสี่ยวซืออยู่ เขาคอยดูแลลูกสาวอย่างดีราวกับเป็นพี่เลี้ยงเด็ก คอยเปลี่ยนผ้าอ้อมป้อนนมให้ลูกสาว โดยที่ข้าง ๆ มีลูกชายยืนทำหน้าตาบูดบึ้งไม่พอใจอยู่ แต่มู่อวี้เฉิงกลับยังคงวุ่นวายอยู่กับลูกสาวที่นอนร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของเขา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจมาก เธออยากจะขอบคุณพระเจ้าที่มอบครอบครัวอันแสนอบอุ่นแบบนี้ให้เธอ ทำให้เธอมีความสุขในทุก ๆ วัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูมู่อวี้เฉิงที่กำลังยุ่งวุ่นวายแล้วอดจะหัวเราะไม่ได้ ในที่ทำงานเขามักจะหน้าตาจริงจังและเคร่งขรึม อารมณ์ก็แปรปรวนบ่อย ๆ เย็นชาราวกับเป็นน้ำแข็งนิรันดร์ แต่ใครจะคิดว่าเขาจะกลายเป็นแบบนี้ที่บ้าน เมื่ออยู่ต่อหน้าลูกสาวเขากลับยิ้มแย้มเล่นตลก เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกสาวอย่างคล่องแคล่ว ราวกับว่าเขาคือสุดยอดคุณพ่อที่พร้อมจะดูแลลูกสาวทุกอย่าง
ถ้าคนนอกมาเห็นคงจะคิดว่าเธอรังแกเขาแน่ ๆ และภาพลักษณ์ของเขาก็คงจะย่อยยับไปหมด!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูสภาพของมู่อวี้เฉิงแล้วอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ เธอค้นพบว่ามันน่าขบขันและสนใจมากเพราะมู่อวี้เฉิงไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
แม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะหัวเราะเยาะมู่อวี้เฉิงอยู่ในใจ แต่ใบหน้าของเธอกลับไม่แสดงความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เธอยืนพิงประตูและไม่ได้รบกวนฉากอันอบอุ่นตรงหน้า เพียงแค่ยิ้มและเฝ้าดูมันเงียบ ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนมองอยู่สักพักหนึ่งจนกระทั่งรู้สึกว่าเบื่อหน่ายก็เดินเข้าไปหา
ขณะนั้นมู่อวี้เฉิงหันกลับมาและเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวพอดี
สายตาของพวกเขาสบกัน และมู่อวี้เฉิงก็รู้สึกอับอายอย่างบอกไม่ถูก!