พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 979 ศัตรูสู่ที่รัก
ตอนที่ 979
ศัตรูสู่ที่รัก
ท้ายที่สุดมู่อวี้เฉิงก็ตกอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบ
มู่อวี้เฉิงกระแอมไอและหันหน้าไปพูดถาม ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ว่า “ทำไมคุณกลับมาไวจัง?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเมื่อเห็นมู่อวี้เฉิงเป็นอย่างนี้ เธอตอบว่า “ที่บริษัทไม่มีอะไรต้องทำแล้ว ฉันคิดถึงลูกก็เลยกลับมาบ้านน่ะ”
“อีกอย่างถ้าไม่กลับมาฉันคงไม่ได้เห็นคุณอยู่ในสภาพนี้ ใครจะคิดว่ามู่อวี้เฉิงผู้เย็นชาและชอบข่มเหงคนอื่นจะกลายมาเป็นทาสของลูกสาว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดหยอกล้อ
แต่ทว่ามู่อวี้เฉิงกลับไม่ได้คิดว่ามันน่าอับอายเลย กลับรู้สึกภาคภูมิใจมากกว่า
“ผมไม่เห็นว่าตามใจลูกแล้วมันจะผิดตรงไหน อีกอย่างเธอเป็นลูกสาวของเรา เราก็ควรจะเอาอกเอาใจลูกสิ!” มู่อวี้เฉิงพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว กอดเอาไว้และจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเขินเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาจ้องมองเธอ “ระวังหน่อย ลูกยังอยู่ที่นี่!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทุบหน้าอกแกร่งเบา ๆ และพูดบอกทั้งที่หน้าแดงระเรื่อ
“ลูกเราทั้งนั้น ดูพ่อแม่กอดกันจะเป็นไรไป” มู่อวี้เฉิงโน้มตัวเข้าไปใกล้ใบหูถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดประโยคคลุมเครือ
“อะไรนะ! ไอคนบ้า ปล่อยฉัน!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหน้าแดงทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอพยายามดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนของมู่อวี้เฉิง พยายามหันหนีแต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่เต็มใจปล่อย
ท่าทางเขินอายของถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำให้มู่อวี้เฉิงรู้สึกจั๊กจี้ใจ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถรุกล้ำเธอต่อหน้าลูก ๆ ได้ เพราะการแสดงนิสัยเสียต่อหน้าลูกเป็นสิ่งที่ไม่ดี ดังนั้นเขาผละออกจากถงเหมี่ยวเหมี่ยว จับมือเธอและอุ้มพาลูกสาวไปที่โซฟา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปล่อยให้มู่อวี้เฉิงเดินจูงมือเธอไปอย่างไม่ขัดขืน แต่เมื่อเธอเหลือบมองลูกชายที่อยู่ข้างหลังมู่อวี้เฉิงและเห็นว่าเขากำลังโกรธจัด เธอก็ตระหนักได้ว่าเขากำลังอิจฉา เธอหลุดหัวเราะออกมา ปล่อยมือจากมู่อวี้เฉิงและเดินเข้าไปหาลูกชาย
“เสี่ยวเป่าเป็นอะไรไป ไหนใครทำให้ลูกชายหม่ามี้อารมณ์เสีย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้าไปหาเสี่ยวเป่า บีบแก้ม เล็ก ๆ ที่บวมตุ่ยขึ้นเพราะความโกรธ แล้วพูดถามด้วยรอยยิ้ม
“ฮื้ม หม่ามี้แด๊ดดี้ไม่รักผมแล้ว” เสี่ยวเป่ามองดูแม่อย่างไม่พอใจ เขาปัดมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังบีบหน้าเขาออก หันหน้าหนีไปด้านข้างและพูดอย่างโกรธเคือง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นลูกชายเป็นแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโมโหและตลกในเวลาเดียวกัน เจ้าตัวแสบอยากมีน้องสาวเอง แท้ ๆ แต่พอมีน้องสาวแล้วกลับไม่ชอบน้องเสียอย่างนั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงลูบหัวเขาแล้วพูดว่า “ไหนลูกบอกว่าอยากมีน้องสาวไง? ตอนนี้มีน้องสาวแล้วทำไมดูไม่มีความสุขเลยล่ะ?”
“ฮึ่ม ก็น้องสาวไม่ได้เรื่องเลย มีน้องสาวแล้ว แด๊ดดี้กับหม่ามี้ก็ไม่อยู่กับผมเลย แด๊ดดี้หม่ามี้ไม่รักผมแล้ว!” เสี่ยวเป่าดึงมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกแล้วตะโกนเสียงดังลั่น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปวดหัวมากเมื่อเห็นลูกชายเป็นแบบนี้ ได้แต่มองขอความช่วยเหลือจากมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงอุ้มลูกสาวแล้วเดินเข้ามาหาเสี่ยวเป่า เมื่อเห็นว่าเสี่ยวเป่ากำลังอาละวาดเขาก็ไม่ได้พูดปลอบลูกชาย เพียงแต่บอกว่า “เสี่ยวเป่า ลูกไม่ใช่ลูกผู้ชายเหรอ? ทำไมแค่นี้ยังทนไม่ได้? ไหนบอกว่าต่อให้หม่ามี้จะมีน้องชายหรือน้องสาวก็จะคอยปกป้องน้องแทนหม่ามี้ไง? แล้วทำไมตอนนี้ถึงไม่ชอบน้องสาวล่ะ!”
เสี่ยวเป่ารู้สึกผิดมากเมื่อได้ยินมู่อวี้เฉิงพูดแบบนั้น เขาน้ำตาคลอเบ้าและพูดตอบว่า “แต่ แต่ แต่น้องแย่งแด๊ดดี้หม่ามี้ไปจากผม แด๊ดดี้หม่ามี้ไม่เล่นกับผมเลย ผมอยากมีน้องสาวแล้วก็อยากให้แด๊ดดี้กับหม่ามี้อยู่กับผมด้วย!”
เมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นเสี่ยวเป่าร้องไห้ เธอก็รีบดึง เสี่ยวเป่าเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน “ลูกรัก อย่าร้องไห้เลยนะ แด๊ดดี้กับหม่ามี้จะไม่รักหนูได้ยังไง! แด๊ดดี้กับหม่ามี้รักหนูมาก แต่หนูเห็นไหมว่าตอนนี้น้องยังเล็กอยู่ ต้องให้แด๊ดดี้หม่ามี้คอยดูแล! ถ้าเราไม่ดูแลน้อง น้องจะน่าสงสารมากนะ!”
เสี่ยวเป่าค่อย ๆ หยุดร้องไห้ กอดถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วเบะปากเล็กน้อย “แต่ผมก็น่าสงสารเหมือนกัน! พอมีน้องแล้ว แด๊ดดี้ไม่สนใจผมเลย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินลูกชายพูดแบบนั้นก็หันไปมองมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองมา แม้จะรู้สึกไร้เรี่ยวแรงแต่เขาก็ยังคงลงไปนั่งยอง ๆ แล้วพูดปลอบลูกชายว่า “แด๊ดดี้ไม่ได้ไม่สนใจลูก แต่หม่ามี้ไม่อยู่บ้าน แด๊ดดี้ก็ต้องคอยดูแลน้อง ลูกเป็นพี่ชายแล้วนะ ไหนว่าจะคอยปกป้องน้องไม่ใช่เหรอ? งั้นต่อจากนี้ไปลูกกับแด๊ดดี้มาคอยดูแลน้องด้วยกัน!”
เสี่ยวเป่าดีใจมากเมื่อเห็นว่าพ่อไม่ได้มีเจตนาจะทอดทิ้งเขาและต้องการให้เขาดูแลน้องสาวด้วยกัน “งั้นก็ตกลงฮะ! แด๊ดดี้ห้ามโกหกนะ!”
“แด๊ดดี้จะโกหกทำไม! หนูก็เป็นลูกแด๊ดดี้เหมือนกัน!” มู่อวี้เฉิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าในที่สุดเขาก็สามารถพูดเกลี้ยกล่อมเจ้าตัวแสบได้ พอลูกชายถามคำถามมาเขาก็ยิ้มตอบรับและตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าสามีดูแลลูก ๆ ได้ดีก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
…
หากชายชราได้ดื่มไวน์สักแก้ว วันเวลาก็ผ่านไปหนึ่งปีภายในชั่วพริบตา
มู่เสี่ยวซืออายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์แล้ว มู่หงจวิ้นกับ ลิ่นอวี๋เหยียนจึงหารือกันและตัดสินใจจะจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดปีแรกของหลานสาวให้ใหญ่โต
วันเกิดของมู่เสี่ยวซือใกล้เข้ามาแล้วและงานเลี้ยงฉลองก็ใกล้เข้ามาเช่นกัน ในฐานะแม่ผู้ให้กำเนิดของมู่เสี่ยวซือ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะต้องไปเข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ด้วย ดังนั้นเธอจึงลากมู่อวี้เฉิงออกไปซื้อของ โดยหวังว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะทำให้ทุกคนตกตะลึง
ในที่สุดวันจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของมู่เสี่ยวซือก็มาถึง ครอบครัวที่มีชื่อเสียงโด่งดังหลายครอบครัว รวมถึงญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงของมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงเดินลงมาจากชั้นบน วันนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูสวยเป็นพิเศษ ส่วนมู่อวี้เฉิงก็ดูสง่างามหล่อเหลาเอาการ คนที่อยู่ในงานเลี้ยงเห็นมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินลงมาก็มีสี่คำผุดเข้ามาในหัว ว่านี่คือ “กิ่งทองใบหยก” ชัด ๆ พอมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนอยู่ข้างกันแล้ว ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าสวรรค์ส่งให้มาคู่กันแน่นอน!
ทุกคนต่างรู้ดีว่าในอนาคตจะมีคุณนายหญิงอีกคนที่ไม่สามารถทำให้ขุ่นเคืองได้ วันนี้พวกเขาจึงใช้ประโยชน์จากงานเลี้ยงวันเกิดลูกสาวของถงเหมี่ยวเหมี่ยวประกาศก้าวแก่ทุกคนให้รู้จักคุณนายเล็กของตระกูลมู่อีกคน
ในวันเกิดของมู่เสี่ยวซือ กู้ชิงได้พาลูกชายมาร่วมงานเลี้ยงเช่นกัน ลูกชายของกู้ชิงชื่อว่าฉินจื่อ เด็กน้อยทั้งสองคนเริ่มเล่นต่อสู้กันทันทีที่พบหน้า และกู้ชิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ต่างมองดูอย่างสนุกสนานอยู่ด้านข้าง
กู้ชิงยิ้มแล้วพูดว่า “เด็กสองคนนี้โตขึ้นไปจะต้องเป็นแบบศัตรูสู่ที่รักแน่เลย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มแล้วพยักหน้า เธอมองเด็กสองคนเล่นกันอย่างสนุกสนานแล้วรู้สึกขบขันเล็กน้อย จนหลุดยิ้มออกมา
ในทางกลับกัน มู่อวี้เฉิงรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากเมื่อเห็นว่ามู่เสี่ยวซือ ลูกสาวของเขากำลังเล่นอยู่กับเด็กผู้ชาย เขามองดูแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างถูกพรากออกไป ยิ่งดูมากเท่าไหร่ก็ยิ่งไม่สบายใจมากเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปอุ้มลูกสาวและเดินออกไป
ปล่อยให้ฉินจื่อนั่งร้องไห้เสียงดังอยู่ตรงนั้น!