พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 982 รับมือไม่ไหว
ตอนที่ 982
รับมือไม่ไหว
รถยนต์กำลังขับเคลื่อนตัวไปบนทางหลวงอย่างช้า ๆ เนื่องจากเธอยังอายุน้อยและใช้พลังงานในวันนี้ไปมาก มู่เสี่ยวซือจึงตาปรือและเริ่มง่วงนอน ใบหน้าอ่อนหวานตกลงมาแนบชิดกับลำแขนของมู่อวี้เฉิง กลิ่นนมอันเป็นเอกลักษณ์และอุณหภูมิร่างกายของเด็กน้อยทำให้มู่อวี้เฉิงรู้สึกว่าเด็กน้อยในอ้อมแขนของเขาช่างน่ารักเหลือเกิน จนเขารู้สึกอบอุ่นหัวใจ
มู่อวี้เฉิงมีความสุขมากและจ้องมองเด็กน้อยในอ้อมแขนโดยไม่กะพริบตา ใบหน้าที่มักจะดูเคร่งขรึมกับคนภายนอก บัดนี้กลับคลี่ยิ้มอย่างน่าเหลือเชื่อ
บางทีเจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดอาจจะกำลังฝันถึงอะไรอยู่ถึงได้ทำปากขมุบขมิบ ปากเล็ก ๆ คายฟองอากาศออกมาและฟองนั้นก็แตกสลายดัง “ป๊อบ” ทันทีที่เจอกับอากาศ มู่อวี้เฉิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและหัวเราะออกมาดังลั่น
“เสี่ยวซือ เสี่ยวซือตัวน้อยของแด๊ดดี้…” มู่อวี้เฉิงอดใจไว้ไม่อยู่และโน้มตัวลงไปใกล้ เอาใบหน้าอิงแอบเจ้าตัวเล็กอย่างอ่อนโยน โชคดีที่เจ้าตัวเล็กกำลังนอนหลับสบายและแค่เตะขา สั้น ๆ มาทางมู่อวี้เฉิงเท่านั้น ไม่ได้ตื่นขึ้นมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่อีกทางหนึ่งเฝ้าดูความอบอุ่นจากฉากตรงหน้า และเผลอเอนศีรษะเข้าไปหามู่อวี้เฉิงโดยไม่รู้ตัว
มู่อวี้เฉิงหัวใจพองโตและรู้สึกพึงพอใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เขาผละมือออกข้างหนึ่งและเอื้อมไปกอดถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ ครอบครัวสามคนกอดกันกลมเกลียว ดูอบอุ่นอย่างมาก
จากนั้นเขาก็ถอนหายใจยาว“รู้มั้ย? วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขรู้สึกอบอุ่นหัวใจที่สุดในชีวิตเลย ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณคุณ”
เขาจูบหน้าผากนวลขาวของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างอ่อนโยน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เป็นประกาย ดวงตาที่จ้องมองเขาดูเหมือนจะมีคำพูดมากมายซ่อนอยู่ในนั้น
“มีอะไร?” มู่อวี้เฉิงเห็นว่าเธอไม่พูดอะไรจึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
“ไม่มีอะไร!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่งยิ้มให้เขา มองสบสายตาเขาและจูบอย่างเร่าร้อน เนื่องจากพวกเขาเกรงว่าจะรบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้าหญิงตัวน้อยจึงดำเนินการอย่างอ่อนโยนมากเป็นพิเศษ และส่งผลให้การเดินทางกลับไปยังบริษัทสุขสำราญมากขึ้น
ไม่รู้ว่ารถยนต์เคลื่อนตัวมาถึงบริษัทตั้งแต่เมื่อไหร่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองเด็กน้อยที่กำลังหลับใหลอยู่และ มู่อวี้เฉิงที่ส่งสายตาอาลัยอาวรณ์มาให้ ก่อนจะยิ้มและพูดว่า “ฉันไปทำงานก่อนนะ ฝากซือซือไว้กับคุณพี่เลี้ยงด้วยแล้วกัน!”
“ครับเมีย!” มู่อวี้เฉิงพูดติดตลกโดยเลียนแบบมาจากบทละครในโทรทัศน์ จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ และทั้งสองก็จำใจแยกทางจากกัน
กระทั่งรองเท้าส้นสูงคู่สวยเดินย่างก้าวเข้ามาในบริษัท ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พบว่าทุกคนมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลก ๆ ราวกับว่าพวกเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับเธอแต่ก็ลังเล แม้จะรู้สึกแปลกใจแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่ได้คิดอะไร รอลิฟต์อย่างใจเย็นเพื่อขึ้นไปที่ห้องทำงานของเธอ
“ยินดีต้อนรับกลับ!” ทันทีที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้าวขาออกมาจากลิฟต์ เสียงดังกล่าวก็ดังลอดเข้ามาในหู ทำให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสะดุ้งตกใจและเผลอก้าวถอยหลัง แต่กลับถูกผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังช่วยประคองเอาไว้
“ยินดีต้อนรับกลับค่ะ!” กระทั่งได้ยินเสียงหัวเราะครื้นเครง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตระหนักได้ว่าเสียงที่เหมือนระเบิดเมื่อสักครู่นี้คือพลุสายรุ้งกระดาษ ลูกน้องของเธอที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีกำลังยืนรอเธออยู่หน้าประตูลิฟต์ โดยรอคอยให้เธอเดินออกมาอย่างใจจดใจจ่อ
“เกิดอะไรขึ้น?” เมื่อเห็นสีหน้ายิ้มแย้มและท่าทางเป็นมิตร ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อยากจะเอาคืนด้วยการแสร้งทำเป็นหงุดหงิดและพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ไม่ทำงานทำการกันหรือไง มัวมาทำอะไรอยู่? ฮะ?”
“คุณถง อย่าแกล้งกันสิค่ะ!” คนพูดคือเด็กหัวกะทิคนหนึ่งของบริษัท เธอรู้จักถงเหมี่ยวเหมี่ยวดีและรู้ใจ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากที่สุด พอเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำหน้าแบบนี้เธอก็ยังยักคิ้วให้คนอื่นและพูดติดตลกว่า “คุณถงไม่มาทำงานตั้งหลายวัน พอกลับมาทำงานก็ให้คุณมู่ดูแลลูกสาวแทน พวกเราเห็นงานเลี้ยงวันเกิดแล้วค่ะ น้องเจ้าเนื้อ น่าฟัดเป็นเด็กดีมาก น่ารักสุด ๆ เลย”
“คุณถงเมื่อไหร่จะพาน้องมาเล่นกับพวกเราสักทีคะ?” หลังจากเธอพูดแบบนั้น ใครหลายคนก็พูดส่งเสริมทันที ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมักจะใจดีและมีน้ำใจกับลูกน้องมาก ทำให้เธอเป็นที่รักของลูกน้องทั้งหลาย
กระทั่งคนคนนั้นพูดจบ ทุกคนก็เห็นด้วยในทันที หญิงสาวในบริษัทที่เพิ่งเดินเข้ามารวมตัวก็พยักหน้างึกงักราวกับไก่จิกข้าว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกรับมือกับความกระตือรือร้นของทุกคนไม่ไหว แต่ก็ยังยิ้มอย่างใจดีและพูดว่า “ทุกคน ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากพามา แต่ตอนนี้น้องพักผ่อนอยู่ ถ้ามีโอกาสฉันจะพาซือซือมาเล่นกับทุกคนแน่นอน”
“พอแล้ว ๆ” พอเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มอึดอัด เหล่าเกาที่ยืนยิ้มและเงียบมาตลอดทางก็พูดช่วยเธอ “อย่าทำให้เธอลำบากใจเลย เธอเพิ่งจะรักษาตัวเสร็จ พวกคุณมายืนล้อมถามนู้นถามนี้ ไม่ทำงานกันหรือไง”
“อ่า แล้วเค้กเมื่อกี้ล่ะ? เอามาตัดแบ่งให้เธอซะ มีของกินแล้วพวกคุณจะได้เงียบปากกันสักที”
เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่อาวุโสระดับสูงของบริษัทพูดอย่างนั้น เหล่าคนหนุ่มสาวทั้งหลายก็ยิ้มเขิน ๆ และรีบไปเอาเค้กออกมาวางเตรียมให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่งสายตาขอบคุณเหล่าเกา ยิ้มแย้มและตัดเค้กแบ่งให้กับทุกคน
จนกระทั่งมาถึงโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้เปิดใช้งานมานาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตั้งสติให้ดีแล้วค่อย ๆ เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาจัดการกับไฟล์ต่าง ๆ
เนื่องจากหยุดพักฟื้นไปนาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเลย กว่าจะรู้สึกตัวอีกครั้ง เข็มนาฬิกาบนโต๊ะก็เลื่อนไปที่เลขสี่แล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขยี้ตาที่แห้งผากเล็กน้อย ขณะที่กำลังจะลุกจากเก้าอี้ เธอก็ได้ยินเสียงฮือฮามาจากด้านนอก
“เกิดอะไรขึ้น?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปิดประตูออกไปด้วยความสงสัย แต่กลับต้องเห็นสามีตัวเองผู้ซึ่งเป็นประธานบริษัทกำลังปกป้องลูกน้อยอย่างระมัดระวังและยิ้มแสดงใบหน้าอย่างภาคภูมิใจ
ดูเหมือนว่าเด็กน้อยในอ้อมแขนจะตื่นขึ้นมาแล้ว และกำลังทำเสียงอืออา ยืดมือออกไปข้างหน้าเพื่อคว้าไก่ตัวสีเหลืองในมือเหล่าเกา
“น่ารักจัง!” ผู้คนรอบข้างต่างยิ้มอย่างหลงใหล ขณะที่ชายร่างใหญ่กำยำต่างก็พยายามเคลื่อนไหวอย่างเบามือและเบาเท้า ราวกับกลัวว่าจะรบกวนเด็กน้อยตรงหน้า แต่เด็กน้อยกลับไม่เกรงกลัวใคร พอเห็นว่าจับไก่ตัวสีเหลืองไม่ได้ ก็เบะปากเอื้อมมือออกไปข่วนจมูกอีกฝ่าย ท่าทางน่ารักของเธอทำให้ทุกคนถึงกับขบขันและรู้สึกหัวใจละลายทันที
“คุณถงมาแล้ว!” ใครบางคนที่มีสายตาเฉียบคมพูดทักทายทันทีที่เห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้ามา ทุกคนจึงเงยหน้าขึ้นและหลีกทางให้เธอ เธอเห็นว่าสามีมีสีหน้าภาคภูมิใจ สุด ๆ แต่กลับทำตัวราวกับเป็นหมาป่ากระดิกหางเมื่อเห็นหน้าภรรยา ทำให้ภาพลักษณ์เย็นชาและเฉยเมยของท่านประธานพังทลายลง
“ที่รัก ผมมารับกลับบ้าน!” หมาป่าตัวใหญ่กระดิกหางไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยวราวกับต้องการขอคำชมเชย
“โอเค ๆ ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากส่งเสี่ยวซือให้เหล่าเกา “คุณตามฉันมานี่!”
เมื่อเห็นว่าท่าทางของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย มู่อวี้เฉิงก็ต้องยอมเสียสละลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนให้กับอ้อมแขนของเหล่าเกาอย่างไม่เต็มใจแล้วเดินตามภรรยาเข้าไปในห้องทำงาน