พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 990 ภาพลักษณ์พังทลายลง
ตอนที่ 990
ภาพลักษณ์พังทลายลง
หลังจากมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวหารือกันได้แล้ว พวกเขาก็ตัดสินใจจะส่งโจวฮุ่ยเคอไปโรงเรียนกับเสี่ยวเป่าในวันพรุ่งนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแต่งตัวให้โจวฮุ่ยเคืออย่างสละสลวย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูลูกสาวคนสวยแล้วพูดชื่นชมจากใจจริง “ลูกสาวหม่ามี้สวยจัง พวกเด็กผู้ชายจะต้องพากันชอบหนูแน่!”
คำชมเชยของถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง และหยุดลงเมื่อใบหน้าของโจวฮุ่ยเคอเปลี่ยนเป็นสีแดง
นอกเหนือจากความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกสาวแล้ว มู่อวี้เฉิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งยังมอบหมายงานต่าง ๆ ให้เสี่ยวเป่าด้วย
“วันนี้เป็นวันแรกที่เสี่ยวฮุ่ยจะไปโรงเรียน ลูกเป็นพี่ชาย เพราะงั้นลูกจะต้องปกป้องน้อง อย่าให้ใครมารังแกน้องเด็ดขาด จำไว้!” มู่อวี้เฉิงพูดบอกเสี่ยวเป่าอย่างจริงจัง
“แด๊ดดี้ ไม่ต้องห่วงฮะ ผมไม่ยอมให้ใครมารังแก เสี่ยวฮุ่ยต่อหน้าผมหรอก!” เสี่ยวเป่าพูดอย่างแน่วแน่ คำพูดเต็มไปด้วยความมั่นใจ
มู่อวี้เฉิงมองดูลูกชายที่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมด้วยความพึงพอใจ ตบไหล่เขาแล้วพูดว่า “เหมือนแด๊ดดี้สมัยหนุ่ม ๆ เลย”
เสี่ยวเป่าเห็นพ่อเริ่มหลงตัวเองก็แอบเม้มปากและแอบบ่นในใจ
มู่อวี้เฉิงมองดูท่าทางของลูกชายแล้วรู้ว่าเขาไม่เชื่อ เขาจึงกำลังจะสาธยายวีรกรรมอันกล้าหาญในอดีตให้ลูกชายฟัง แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร เสียงของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ดังขึ้น
“เสี่ยวเป่า เสร็จหรือยัง ไปกันได้แล้ว!”
หลังจากได้ยินเสียงของถงเหมี่ยวเหมี่ยว มู่อวี้เฉิงก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะเล่าเรื่องราวในอดีตให้ลูกชายฟังและเร่งเร้าลูกชายให้ออกไป
มู่อวี้เฉิงออกมาส่งภรรยาและลูกทั้งสองขึ้นรถยนต์ จากนั้นก็หันหลังกลับออกไป
เมื่อวานนี้พวกเขาส่งคนมาจัดการเรื่องสมัครเรียนแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงบอกให้เสี่ยวเป่าพาโจวฮุ่ยเคอไปเข้าเรียนโดยตรง ส่วนเธอจะตรงไปที่ห้องทำงานของครูประจำชั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้ามาในห้องครูประจำชั้น พบปะกับครูประจำชั้นของลูกชายและเริ่มพูดคุยโดยตรง
“คุณนายมู่จะมาทั้งที ทำไมไม่บอกกันล่วงหน้าล่ะคะ” ครูประจำชั้นของเสี่ยวเป่าเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้ามาจึงรีบพูดขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูครูประจำชั้นและพูดอย่างใจเย็น “เกรงใจกันเกินไปแล้วค่ะคุณครู วันนี้ฉันมาส่งลูกสาวบุญธรรมน่ะค่ะ เธอเพิ่งจะมาเรียนเป็นวันแรก และเป็นนักเรียนในห้องคุณครูด้วย หลังจากนี้ฉันขอฝากคุณครูช่วยดูแลเธอหน่อยนะคะ”
เมื่อครูประจำชั้นได้ยินคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ชะงักไปชั่วขณะและรีบพูดขึ้นว่า “คุณนายมู่ หมายถึงโจวฮุ่ยเคอที่เพิ่งย้ายมาใช่มั้ยคะ”
“ใช่ค่ะ โจวฮุ่ยเคอเป็นลูกบุญธรรมของฉันกับอวี้เฉิง วันนี้เธอมาเรียนวันแรก รบกวนคุณครูช่วยดูแลเธอหน่อยนะคะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูครูประจำชั้นของลูกขายแล้วยิ้ม
แน่นอนว่าครูประจำชั้นตอบตกลงอย่างง่ายดาย และห้องทำงานก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชั่วขณะหนึ่ง
อีกด้านหนึ่ง เสี่ยวเป่าพาโจวฮุ่ยเคอเข้ามาในห้องเรียนและแนะนำให้เพื่อนร่วมชั้นของเขารู้จัก
โดยบอกว่าโจวฮุ่ยเคอเป็นน้องสาวของเขา ใครที่กล้ารังแกเธอจะคือว่ารังแกเขาด้วย
แต่ทว่าเพื่อนร่วมชั้นบางกลุ่มกลับชอบทำตัวกล้าหาญและท้าทายอำนาจอยู่เสมอ จู่ ๆ ผู้ชายกลุ่มก็ลุกขึ้นและพูดล้อเลียน
“น้องสาวอะไร นายแซ่มู่ ส่วนเธอแซ่โจว จะเป็นน้องสาวนายได้ยังไง!” เด็กชายคนหนึ่งร้องตะโกนด้วยความเย่อหยิ่ง
และเด็กชายคนอื่นก็เริ่มเห็นด้วย
“ใช่ ๆ ใครก็รู้ว่าที่นายพูดโกหกทั้งเพ!”
“น้องสาวอะไร ฉันเดาว่าเจ้าสาวเด็กมากกว่า!” เด็กชายเดินออกมาและชี้ไปที่โจวฮุ่ยเคอ
โจวฮุ่ยเคอทั้งตื่นตระหนกและอับอายในเวลาเดียวกัน เธออยากจะอธิบายให้พวกเขาฟังแต่ไม่รู้จะพูดอะไรและเธอกังวลมากจนเกือบจะร้องไห้ออกมา
เมื่อเสี่ยวเป่าเห็นว่าน้องสาวของตัวเองถูกล้อเลียนและเห็นว่าโจวฮุ่ยเคอกำลังจะร้องไห้ เขาก็โกรธมากและตะเบงเสียงใส่คนพวกนั้น
“หยุด ฉันบอกว่าเป็นน้องสาวก็เป็นน้องสาวสิ! เธอเป็นน้องสาวของฉัน ถ้าใครกล้าทำน้องสาวฉันร้องไห้ฉันไม่เอาไว้แน่!” เสี่ยวเป่ายกกำปั้นขึ้นมา กวาดสายตามองพวกเขาแล้วพูดบอก
เพื่อนร่วมห้องเหล่านั้นไม่ได้หวาดกลัวกับถ้อยคำคุกคามของเสี่ยวเป่าเลยและยังคงพูดล้อเลียนต่อไป
เสี่ยวเป่าเห็นว่าพวกเขาไม่เลิกต่อล้อต่อเถียงสักทีจึงโกรธจัดมาก และปรี่เข้าไปต่อยเด็กชายที่ตะโกนเสียงดังมากที่สุด
เด็กชายถูกต่อยอย่างแรงจนจมูกมีเลือดออก เขาล้มลงกับพื้นและเริ่มร้องไห้
“โอ้ย จมูกฉัน เจ็บ เจ็บมาก!” เด็กชายส่งเสียงร้องครวญครางอยู่บนพื้น
เสี่ยวเป่าเหลือบมองเขาแล้วไม่พูดอะไร หันกลับมามองเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูดว่า “ไหนใครพูดล้ออีก ลองดูสิ ฉันจะส่งพวกแกไปโรงพยาบาลให้”
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นต่างมองดูเด็กชายผู้เย่อหยิ่งเมื่อสักครู่นี้ล้มลงไปกองกับพื้นและร้องไห้ จากนั้นพวกเขาก็ไม่กล้าปริปากพูดอะไรอีก เพราะกลัวว่าเสี่ยวเป่าจะทำแบบเดียวกันกับพวกเขา
เมื่อเสี่ยวเป่าเห็นว่าไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจของเขาอีก เขาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ คิดในใจว่ากลยุทธ์ที่พ่อสอนมานั้นมีประโยชน์จริง ๆ ตอนนี้ไม่มีใครกล้ามารังแกน้องสาวของเขาอีกต่อไปแล้ว!
เขาหันกลับไปมองโจวฮุ่ยเคอด้วยสายตาภาคภูมิใจราวกับว่ากำลังรอรับคำชมเชย แต่หลังจากรอมาสักพักก็ยังไม่ได้ยินคำพูดใด ๆ
เสี่ยวเป่าอดไม่ได้ที่จะจ้องมองโจวฮุ่ยเคอ แต่กลับเห็น โจวฮุ่ยเคอจ้องมองเขามาด้วยความงุนงง เสี่ยวเป่าจึงคิดกับตัวเองว่าน้องสาวน่าจะตกตะลึงในความเท่ของเขาจึงเสียสติไปพักหนึ่ง
แต่ในความเป็นจริงนั้น โจวฮุ่ยเคอนึกไม่ถึงว่าพี่ชายของเธอจะเป็นคนรุนแรงถึงขนาดนี้
ต่อมาเธอเห็นเสี่ยวเป่าจ้องมองมาราวกับว่ากำลังรอคอยคำชมเชยจากเธอ เธอก็รู้สึกว่าภาพลักษณ์ของพี่ใหญ่ที่แสนอ่อนโยนและสง่างามในใจเธอได้พังทลายลง
กระทั่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวคุยกับครูประจำชั้นเสร็จ เธอก็รอกลับบ้านพร้อมกับลูกสาวตัวน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นเสี่ยวเป่าพาโจวฮุ่ยเคอเดินกลับมาก็รีบเข้าไปถามโจวฮุ่ยเคอ “เสี่ยวฮุ่ย ไม่ถูกใครรังแกใช่มั้ย!”
แต่ทันทีที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดจบ เสี่ยวเป่าก็ชิงตอบก่อน “จะมีได้ไงล่ะฮะหม่ามี้ ผมคอยปกป้องเสี่ยวฮุ่ยอยู่ทั้งคน ใครจะรังแกน้องได้”
เสี่ยวเป่าจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟังด้วยความตื่นเต้น เล่าว่าตอนเข้าไปในห้องเรียน เพื่อนคนอื่นพูดจาดูถูกและล้อเลียนเขาว่ายังไงบ้าง และเขาได้แก้ปัญหาอย่างเด็ดขาดยังไงบ้าง
ตอนที่คนอื่นพากันสงสัยในตัวของเสี่ยวฮุ่ย เขาได้แสดงอำนาจโดยต่อยคนที่พูดจาหยาบคายจนล้มลงกับพื้น แสดงอำนาจเหนือใครทั้งปวงในห้องเรียน ทำให้คนอื่นหวาดกลัวไม่กล้าเข้ามาล้อเลียนเสี่ยวฮุ่ยอีก
เสี่ยวเป่าเล่าเรื่องทั้งหมดแต่ก็ยังไม่หนำใจ อยากจะเล่าเรื่องราวเพิ่มเติม แต่ทางฝั่งโจวฮุ่ยเคอเห็นพี่ชายพูดไม่หยุดก็รู้สึกหมดหนทาง รีบยกมือขึ้นมากุมหน้าตัวเอง
ก็เล่นไปต่อยเพื่อนในห้องแบบนั้นจะมีใครกล้าเข้ามาหาล่ะ! มีอะไรให้ดีใจนักหนา! รู้ไหนว่าวันนี้ไม่มีเพื่อนในโรงเรียนคนไหนกล้าเข้ามาหาเธอเลย!
โจวฮุ่ยเคอนึกถึงเรื่องนี้แล้วอยากจะจับพี่ชายของเธอโยนทิ้งไป แต่เพื่อรักษาภาพลักษณ์ความเป็นกุลสตรีต่อหน้าพ่อแม่ เธอจึงต้องอดกลั้นความคิดที่น่าดึงดูดนี้เอาไว้