ฉันมีพี่ชาย 7 คน - บทที่ 610 งานแต่ง (จบ)
บทที่ 610 งานแต่ง (จบ)
งานแต่งของหนวนหน่วนกับเซี่ยจิ่งเซิงถูกจัดขึ้นตอนเธออายุยี่สิบสองในช่วงฤดูร้อน
ไม่กี่เดือนก่อนงานแต่ง เธอพาเซี่ยจิ่งเซิงกับเล่อเล่อไปหาโอทิสเพื่อบอกข่าวดีให้มันได้รับรู้
ไม่รู้ว่าโอทิสจะฟังเข้าใจไหม เด็กน้อยที่เคยเฝ้าเลี้ยงดูเติบใหญ่จนกลายเป็นสาวขนาดนี้แล้ว ไม่นานก็ต้องมอบเธอให้คนอื่นดูแลปกป้อง และเป็นคู่ชีวิต
วันรุ่งขึ้น หนวนหน่วนตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและไม่เห็นโอทิส ก็คิดว่าโอทิสน่าจะออกไปล่าสัตว์ แต่เมื่อมันกลับมา หนวนหน่วนมันกลับมาพร้อมดอกไม้แสนสวยช่อใหญ่
เธอสานตะกร้าดอกไม้จากเถาองุ่นและวางไว้ที่นี่ จนตอนนี้ตะกร้าเต็มไปด้วยดอกไม้แสนสวยนานาชนิด
ดอกไม้จัดวางเอาไว้ไม่ค่อยเป็นระเบียบสักเท่าไหร่นัก แต่กลับเป็นความยุ่งเหยิงที่งดงาม
ข้างหลังโอทิส มีฝูงลิงและนกนานาชนิด รวมถึงนกกระเรียนขาวสองตัวที่บินร่อนลงมาแล้ววางมงกุฎดอกไม้บนหัวของเธอ
หนวนหน่วน “!!!”
เซี่ยจิ่งเซิงไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นภาพนี้ ทั้งสองจึงต่างตกตะลึง
สัตว์ที่นี่คุ้นเคยกับหนวนหน่วนแทบทุกตัว บางตัวรู้จักกันมานาน บางตัวเคยได้รับการช่วยเหลือจากหนวนหน่วน
หลังจากเป็นสัตวแพทย์ ทุกครั้งที่หนวนหน่วนมาหาโอทิส เธอจะสำราจว่ามีสัตว์บนภูเขาตัวไหนที่ต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ ทำให้หลายปีมานี้เธอได้ช่วยชีวิตสัตว์เอาไว้มากมาย
ไม่คิดเลยว่า ตอนนี้ หลังจากบอกโอทิสว่าเธอกำลังจะแต่งงาน ในวันต่อมาเหล่าผองเพื่อนสัตว์ทั้งหลายก็มาหา และนำของขวัญมาให้ด้วย
หนวนหน่วนมองโอทิสและตะกร้าดอกไม้ที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาแดงก่ำ
เธออ้าแขนออกพลางสวมกอดโอทิส สะอึกสะอื้นด้วยความตื้นตันใจ
“ขอบคุณมากเลยนะโอทิส”
ถึงแม้มันจะเป็นเพียงสัตว์ แต่หนวนหน่วนคิดกับมันเสมือนเป็นพ่อคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่เจอกันตอนเด็ก ก็เฝ้าดูแลกันมาตลอด
เสือขาวโน้มตัวไปข้างหน้า ร่างของหนวนหน่วนแทบจะจมลงไปในขนสีขาวของมัน
มันส่งเสียงครางในลำคอขณะคลอเคลียสาวน้อย
หลังจากหนวนหน่วนผละออกไป มันก็ดึงสงต้า เปิดทางให้ลูกเสือตัวน้อยที่กำลังสับสนงุนงงสองตัวเดินออกมาจากด้านหลัง
ตัวหนึ่งสีขาวเหมือนมัน ส่วนอีกตัวเป็นลายสีเหลืองทอง มีเพียงขนสีขาวปอยหนึ่งบนหน้าผาก ลูกเสือตัวน้อยอ้วนท้วนน่ารักมาก
หนวนหน่วนเบิกตากว้างทันที เกิดอะไรขึ้น ลูกเสือพวกนี้มาจากไหน โอทิสไปพามาเหรอ
โอทิสวางลูกเสือตัวสีขาวไว้ตรงหน้าเธอ จากนั้นก็คาบลูกเสือสีเหลืองเอาไว้ในปากตัวเอง
หนวนหน่วน “ค…ใครน่ะ?”
โอทิสมองเธอ พลางส่ายหางเล็กน้อย
“ลูกแกเหรอ!”
เสือขาวตัวใหญ่พยักหน้า มันมองเสือน้อยสองตัวที่อยู่บนพื้นด้วยสายตาเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย
ไม่เห็นจะเลี้ยงง่ายเหมือนหนวนหน่วนเลย
“แล้วแม่ของพวกมันล่ะ?”
หนวนหน่วนย่อตัวนั่งลง พลางสัมผัสหัวของเสือน้อยทั้งสองอย่างเบามือ
หัวของเสือน้อยก้มโค้งแตะจมูกลงบนมือของหนวนหน่วน ดวงตาสีเข้มคู่หนึ่งจ้องมองเธออยู่ไม่ถึงสองวินาที ก่อนเข้าไปคลอเคลียมือนั้น
นุ่มมากเลย!
หนวนหน่วนยิ้มกว้างกว่าเดิม
เสือสองตัวนี้ไม่มีแม่ เพราะแม่ของพวกมันตายไปแล้ว
หนวนหน่วนใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าจะเข้าใจสิ่งที่โอทิสต้องการจะสื่อ
ตอนที่ลูกเสืออายุยังไม่ถึงสองเดือน แม่ของพวกมันออกไปล่าสัตว์ในป่า แล้วเกิดปะทะกับหมูป่าฝูงหนึ่ง มันฆ่าแม่หมูป่าและหมูป่าที่โตเต็มวัยอีกสองตัว แต่สุดท้ายก็ถูกพ่อหมูป่าขวิดตกหน้าผา เสียชีวิตคาที่
ลูกเสือตัวน้อยทั้งสองร้องโหยหวนด้วยความหิวโหย แล้วโอทิสก็ไปพบเข้าตอนที่ลาดตระเวนในอาณาเขตพอดี เสือน้อยสองตัวนี้มีกลิ่นอายของตัวมันเอง มันจึงไปล่ากวางและลูกวัวมาให้ลูกเสือกินประทังชีวิต หลังจากดมกลิ่นไปเรื่อย ๆ มันก็ได้พบซากเสือโคร่งที่ใต้หน้าผา
สุดท้ายตอนนี้ โอทิสที่เป็นเสือตัวผู้ จึงต้องเลี้ยงลูกทั้งสองด้วยตนเอง
แต่ลูกทั้งสองตัวของมันมีพลังเหลือล้น เล่นเสียงดังทุกวัน จนมันอยากจะเอาหนวนหน่วนที่เรียบร้อยแสนดีมาเลี้ยงแทน เพราะโอทิสค่อนข้างรำคาญพวกมันเล็กน้อย
ถ้าสนใจจะพาพวกมันไปเดินเล่นก็ได้นะ แต่ถ้าเบื่อแล้วก็เอามาส่งคืนให้เพื่อนบ้านแทนละกัน
ใช่แล้ว เจ้าหมีตัวใหญ่เกินมนุษย์มนา สงต้านั่นแหละ ไม่เต็มใจก็ไม่ได้ด้วย เพราะถ้าไม่เต็มใจมันก็จะโดนตี
ตอนที่หนวนหน่วนกับเซี่ยจิ่งเซิงมา เสือน้อยทั้งสองตัวก็ไปอยู่กับสงต้า โอทิสจำได้ว่าหนวนหน่วนชอบพวกสัตว์ขนยาว เลยพาพวกมันมาเล่นกับเธอ
หนวนหน่วนและเซี่ยจิ่งเซิงที่กำลังพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว “…”
เจ้าพ่อคนนี้เลี้ยงลูกได้ไม่น่าไว้ใจสุด ๆ เลย
แต่ถึงอย่างไร ในโลกของสัตว์ เสือตัวผู้ไม่ได้มีหน้าที่ในการเลี้ยงดูลูกอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เสือเท่านั้น แต่สัตว์ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น
แม้แต่เสือตัวเมีย ตอนที่ลูกยังเล็กก็ยังยอมให้อยู่ภายใต้ความอบอุ่นของแม่อยู่หรอก แต่พอพวกมันโต ถึงจะเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมแค่ไหน แต่ยังไงก็ต้องขับไล่ให้พวกมันออกไปเติบโตด้วยตัวเองอยู่ดี ไม่ว่าจะอยู่หรือตายก็ไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป
หนวนหน่วนกอดลูกเสือทั้งสองตัวไว้แนบอก แม้จะรู้สึกสงสารแค่ไหน แต่ก็ต้องยอมปล่อยพวกมันไป
ถึงโอทิสจะเป็นเสือใจร้อน แต่ก็ไม่เคยทอดทิ้งลูกน้อยทั้งสอง
หากเป็นเสือตัวอื่น บางทีแค่เจอลูก มันอาจแกล้งทำเป็นไม่สนใจไปเลยก็ได้
ตอนนี้หนวนหน่วนมีความสุขมาก ไม่ว่าไปที่ไหนก็จะมีเจ้าตัวน้อยทั้งสองตามหลังอย่างกับลูกเป็ด
เซี่ยจิ่งเซิงยังขอให้คนนำขวดนมและนมผงมาให้ด้วย ด้วยเหตุนี้ พวกกวางที่ต้องหวาดกลัวกับการออกล่าจึงได้อยู่อย่างเป็นสุข เมื่อลูกเสือทั้งสองได้กินนม
นานวันเข้าความรู้สึกผูกพันก็เพิ่มมากขึ้น เมื่อถึงเวลาที่หนวนหน่วนจะต้องกลับ ลูกเสือทั้งสองก็ร้องวิ่งตามกันยกใหญ่ บางครั้งเพราะพยายามฝืนวิ่งเร็วเกินจนล้มกลิ้ง แต่ก็ยังพยายามลุกขึ้นอย่างไม่ย่อท้อ
จนหนวนหน่วนทนไม่ไหวอีกต่อไป
เธอพาเสือน้อยทั้งสองกลับไปด้วย รอจนกว่าจะหย่านมและกินเนื้อได้ จึงจะเอามาส่งคืนให้โอทิสสอนทักษะการล่า
หลังจากเยี่ยมเยียนเพื่อนสัตว์แล้ว เหลือเวลาอีกเพียงเดือนเดียวก็จะถึงวันแต่งงานของพวกเขา
หนวนหน่วนกับเซี่ยจิ่งเซิงไม่ได้ออกไปไหนอีก เพราะต้องอยู่เตรียมจัดงานแต่งที่บ้าน
เมื่อถึงวันถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ไม่ได้มีเพียงพวกเขาสองคนที่เข้าเฟรม แต่ยังมีสัตว์ที่บ้านมาร่วมถ่ายด้วย ภาพถ่ายที่ได้ออกมาทั้งสวยงามและแปลกใหม่ จนช่างภาพถึงกับเอ่ยว่านี่คือภาพถ่ายพรีเวดดิ้งที่แปลกใหม่ที่สุดที่พวกเขาเคยถ่ายมา
งานแต่งมาถึงตรงตามวันที่กำหนด บนเรือสำราญหรูเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก ลูกเสือทั้งสองตัวผูกโบหูกระต่ายดูหล่อเหลายืนขนาบข้างหนวนหน่วนในชุดแต่งงาน ประหนึ่งเด็กโปรยดอกไม้ นกยูงสองสามตัวแสนสวยยืนอยู่ตรงปลายชุด ขณะที่ก้าวไปข้างหน้า พวกมันก็ค่อย ๆ รำแพนขนหางแสนสวยท่ามกลางเสียงฮือฮาของบรรดาแขกที่มาร่วมงาน ภายใต้แสงไฟที่ตกกระทบพวกมันส่องประกายเสียจนให้ความรู้สึกชวนฝัน
“ว้าว!!!”
เสียงของแขกเหรื่อดังขึ้นด้วยความตื่นตาตื่นใจ พวกเขาไม่คิดเลยว่าแค่มาร่วมงานแต่งจะได้ชมสิ่งน่าอัศจรรย์ใจแบบนี้
งานแต่งงานนี้ช่างคุ้มจริง ๆ!
เด็ก ๆ เอ่ยชมไม่ขาดปาก มองลูกเสือตัวน้อยสลับกับพวกนกยูงเป็นพัก ๆ จนลับสายตา
“ว้าว! คุณแม่ สวยมากเลย!”
“นั่นเสือ! แล้วนั่นนกยูงรำแพนหาง!”
“ฮือ…งานแต่งนี้สวยเกินไปแล้ว ในอนาคตฉันเองก็อยากแต่งแบบนี้บ้าง!”
นี่คือเสียงคร่ำครวญจากบรรดาสาวน้อยที่ยังไม่แต่งงาน ใครบ้างจะไม่อยากจัดงานแต่งที่ไม่เหมือนใคร?
หนวนหน่วนพาพวกสัตว์กลับเข้าบ้าน ก่อนเดินไปหาเซี่ยจิ่งเซิงพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ
คู่บ่าวสาวราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด ทั้งสองคนสบตากันแล้วพากันหัวเราะร่าอย่างเปี่ยมสุข
เมื่อถึงเวลาแลกแหวน ทุกคนก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อพบว่าคนที่นำแหวนมาไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นหมาป่าหิมะขนสีขาวโพลน!
ช่วงเวลาที่หมาป่าหิมะตัวสูงใหญ่ปรากฏตัวที่ปลายพรมแดง ทำเอาทุกคนอ้าปากค้างแทบหยุดหายใจ
โชคดีที่เล่อเล่อเดินมาพร้อมกับกู้อัน จึงทำให้ทุกคนวางใจมากขึ้น
ทุกคนเฝ้าดูหมาป่าหิมะค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาคู่บ่าวสาว
ในขณะที่หนวนหน่วนและเซี่ยจิ่งเซิงกำลังแลกแหวนกัน เสียงร้องของวาฬที่เป็นเอกลักษณ์ก็ดังขึ้นมาจากที่ไกล ๆ โลมาและวาฬเพชฌฆาตกระโดดโผล่พ้นผิวน้ำเพื่อว่ายตามเรือ พวกมันส่งเสียงรับประสานกัน เหมือนกำลังเล่นซิมโฟนีอยู่ใจกลางทะเล
หนวนหน่วนยืนอยู่ตรงหัวเรือ ก่อนจะตะโกนออกไป “ขอบคุณ!”
“ฮู่ฮู่~”
“วู่วู่~”
ขณะที่เธอโยนช่อดอกไม้ลงทะเล วาฬเพชฌฆาตและโลมาก็เริ่มแย่งชิงกัน
ในที่สุด วาฬเพชฌฆาตผู้มีร่างกายแข็งแกร่งกว่าก็ได้คว้าชัยชนะไปครอบครอง ช่อดอกไม้อยู่ในปากวาฬเพชฌฆาต ด้วยความช่วยเหลือจากสมาชิกในฝูง มันจึงยืดลำตัวขึ้นพ้นผิวน้ำได้ถึงครึ่งตัว หนวนหน่วนพลันหัวเราะร่า
หนวนหน่วนจับชายกระโปรงด้วยมือข้างหนึ่ง และโบกมืออีกข้างให้เหล่าสัตว์ทะเลพร้อมทั้งรอยยิ้มอันสดใสอ่อนโยนท่ามกลางแสงแดด
พวกแขกที่อยู่บนเรือต่างร้องขึ้นด้วยความตื่นตาตื่นใจ
“นี่ไม่ใช่ลูกสาวตระกูลกู้แล้ว นี่มันเทพธิดาแห่งท้องทะเลชัด ๆ”
มีคนพูดออกมา
งานแต่งนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ คงไม่มีใครเลียนแบบได้ต่อให้อยากทำแค่ไหนก็ตาม
หลังจากวิดีโองานแต่งงานถูกเผยแพร่ออกไปทางอินเทอร์เน็ต ในวันรุ่งขึ้นผู้คนก็แตกตื่นกันใหญ่
ชาวเน็ตต่างพากันอิจฉา และบอกว่าอยากจัดงานแต่งแบบนี้ นี่มันยิ่งใหญ่กว่างานแต่งของพวกราชนิกุลซะอีก!
แต่การแต่งงานแบบนี้ ต่อให้รวยล้นฟ้าก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้
และแล้วตัวเอกของงาน หนวนหน่วนกับเซี่ยจิ่งเซิงก็กำลังเตรียมตัวไปฮันนีมูนกันแล้ว
เมื่อถึงเวลา หนวนหน่วนก็สวมกอดพี่ชายของเธอทีละคนก่อนจะพูดเย้าทีเล่นทีจริง
“หวังว่าตอนหนูกลับมาจะได้เห็นหน้าพี่สะใภ้นะคะ”
พวกพี่ชาย “…”
ดีจริง ๆ ถึงคราวน้องสาวยุให้พี่ชายแต่งงานแล้วใช่ไหม?
ก่อนขึ้นเครื่องบิน หนวนหน่วนที่กำลังจับมือของเซี่ยจิ่งเซิงก็หันหลังกลับมา มองเหล่าชายหนุ่มที่เติบโตมาด้วยกัน มุมปากของเธอยกยิ้มเผยให้เห็นรอยยิ้มอันแสนบริสุทธิ์สดใส เธอคงเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกใบนี้
ขอบคุณพวกพี่เลี้ยงดูหนูจนเติบใหญ่ และมอบชีวิตที่แสนสมบูรณ์แบบนี้ให้กับหนูนะคะ
-จบบริบูรณ์-
แมวส้มตัวอ้วน
งืออออ จบแล้ว แต่อย่างน้อยโอทิสก็มีลูก เสียดายที่ไม่ได้รู้ว่าพี่ชายได้แต่งงานกับใคร