ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 11 ของสดใหม่ (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 11 ของสดใหม่ (รีไรท์)
บทที่ 11 ของสดใหม่ (รีไรท์)
ด้วยเพราะมีผู้คนมากหน้าหลายตาพากันพูดคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ซ่งชิงหลันที่ไม่เพียงแต่ทำการค้าขายดีเท่านั้น แต่นางยังมีความสุขไปกับภาพตรงหน้า
นัยน์ตาของซ่งชิงหลันปรากฏแต่ความมีชีวิตชีวา หากแต่นางมองไปยังเหล่าคนเฝ้าประตูเมือง ซึ่งอยู่ห่างไม่ไกลนักกำลังมองมาทางร้านอาหารเช้าของนาง ดังนั้นนางจึงทำเจียนปิ่งราวสี่ห้าชิ้นเพื่อนำไปมอบให้แก่พวกเขา
“ต้องขอโทษลูกค้าทุกท่านด้วย ข้าขอนำเจียนปิ่งพวกนี้ไปให้คนเฝ้าประตูเมืองก่อน เพราะพวกเขาทั้งกล้าหาญและปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่มีหยุดพักทั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อพวกเรา ในครานี้ เราจึงควรตอบแทนพวกเขาบ้าง”
“แม่นางซ่งพูดถูก เจ้าหน้าที่ในเมืองต้าเซี่ยของเราล้วนทำงานเพื่อประชาชน เราจะปล่อยให้พวกเขาอดอยากในวันที่อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ไม่ได้”
“แม่นางซ่งช่างเป็นคนดีจริง ๆ!”
“ชีวิตของแม่นางซ่งนั้นเจอแต่เรื่องเลวร้ายมากพอแล้ว หากเป็นเช่นนั้นเราคงปล่อยให้แม่นางขาดทุนมิได้ เชิญแม่นางซ่งนำเจียนปิ่งนี้ไปมอบให้คนเฝ้าประตูเมืองเถิด ส่วนค่าเจียนปิ่งนี้ข้าจะจ่ายให้เอง”
…
ซ่งชิงหลันถือเจียนปิ่งผลไม้ไปพร้อมกับซ่งชิงซี และซ่งชิงเป่ยที่ถือน้ำชาตามมา
“ท่านเจ้าหน้าที่ พวกท่านคงหิวกันแล้วกระมัง ข้าเป็นเจ้าของร้านอาหารเช้าที่เพิ่งเปิดกิจการวันนี้ อาหารเช้าเล็กน้อยนี้อาจไม่สมเกียรตินัก แต่ก็ขอมอบให้พวกท่านเพื่อประทังความหิวนะเจ้าคะ”
เจ้าหน้าที่หลายคนที่ได้กลิ่นหอมมาเป็นเวลานานต่างกลืนน้ำลาย
แต่ด้วยเพราะเป็นคนเฝ้าประตู ย่อมไม่อาจละเลยหน้าที่เพื่อไปซื้ออาหารได้ แต่ใครกันจะคาดคิดว่าเถ้าแก่เนี้ยจะเอามาให้พวกเขาเสียเอง
เจ้าหน้าที่ซึ่งมีร่างท้วมเล็กน้อยนามว่าหวังจู้ยกยิ้มอย่างสดใสและเอ่ย “ขอบคุณแม่นาง แม่นางช่างงดงามและจิตใจดีเสียจริง”
เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบเจียนปิ่ง แต่กลับถูกสวีเมิ่ง เจ้าหน้าที่ร่างผอมซึ่งอยู่ข้าง ๆ รั้งแขนเอาไว้ “นี่เป็นเวลาปฏิบัติหน้าที่ ใส่ใจกับภาพลักษณ์ของเจ้าเสียหน่อยเถิด”
“อืม”
หวังจู้เลียริมฝีปากของเขา ก่อนจะยืนตัวตรงอย่างไม่เต็มใจนัก
เมื่อถึงจุดหนึ่ง คนกลุ่มหนึ่งซึ่งยืนอยู่ข้างหลังซ่งชิงหลัน
ล้วนตะโกนออกมาพร้อมกัน
“พวกท่านต่างปฏิบัติหน้าที่กันอย่างหนัก เช่นนั้นแล้วเชิญกินอาหารเถิด!”
“ท่านเจ้าหน้าที่เชิญกินอาหาร!”
เจ้าหน้าที่ทั้งสี่พลันตื่นตกใจ
เนื่องด้วยฉากตรงหน้านี้ช่างงดงามยิ่งนัก ผู้คนต่างห่วงใยพวกเขาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ฉากเช่นนี้พวกเขาคงได้เห็นเพียงยามที่ทหารหรือนักรบย่างทัพกลับมาพร้อมชัยชนะอันยิ่งใหญ่ หรือยามที่ขุนนางชั้นผู้ใหญ่มาเยือนในที่ห่างไกลอย่างเช่นที่นี่
ไม่เคยคาดคิดว่าพวกเขาซึ่งเป็นเพียงผู้เฝ้าประตูเมือง ที่เป็นเพียงตำแหน่งเล็ก ๆ กลับได้รับการปฏิบัติแบบนี้เช่นกัน ทำให้พวกเขาพลันน้ำตาซึม
เมื่อผู้คนให้ทาน แล้วยังไม่ยอมทาน ย่อมถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ
แต่พวกเขาไม่ยอมกินมัน กลับยืนกรานที่จะจ่ายเงินให้ซ่งชิงหลัน
ซ่งชิงหลันเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ ที่ตรงนั้นมีคนกี่คนกัน? หากนางปฏิเสธที่จะรับเงิน ก็อาจเป็นการทำลายน้ำใจ แล้วทำให้พวกเขาดูเหมือนรับสินบนไปด้วย
แต่ไม่ว่าจะขุนนางในยุคไหน ก็ไม่มีอะไรมีค่าไปกว่าน้ำใจจากประชาชน
ยามนี้นางแอบหลงตัวเองอยู่น้อย ๆ ทั้งยังเชื่อว่าในวันนี้ เจ้าหน้าที่พวกนี้ต่างต้องจดจำนางได้
ในยามที่ผู้คนต่างเห็นแก่ตัว สำหรับซ่งชิงหลันที่มายังเมืองนี้เป็นคราแรก นางไม่มีแม้แต่เงินหรืออำนาจ นางย่อมต้องการมีความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าหน้าที่หรือแม้แต่ศาล เพื่อผลประโยชน์ในภายภาคหน้า
ทันทีที่ประตูเมืองเปิดออก ผู้คนต่างหลั่งไหลกันเข้ามาในเมือง แม้ว่าหน้าร้านของซ่งชิงหลันจะมีคนไม่มากนัก
แต่ก็มีผู้คนมาซื้อเจียนปิ่งกั่วจืออย่างไม่ขาดสาย
ที่ประตูเมือง เมื่ออู่ต้าหย่งหัวหน้าคนเฝ้าประตูเมืองมาถึง เขาพลันเตะไปที่หวังจู้ซึ่งกำลังกินเจียนปิ่งกั่วจือเป็นชิ้นที่สอง
“ผู้ใดให้พวกเจ้ากินอาหารในเวลาปฏิบัติหน้าที่กัน?”
หวังจู้รีบซ่อนมือซึ่งมีเจียนปิ่งอยู่ไปด้านหลัง “รายงานหัวหน้า มีคนราวร้อย…คน พวกเขาบอกว่าเราทำงานหนักเพื่อปกป้องเมือง ย่อมต้องได้กินอาหาร!”
“แล้วเหตุใดคนอื่นไม่กิน มีเพียงเจ้าที่ได้กิน”
“พวกเขากินกันหมดแล้วขอรับ”
อู่ต้าหย่งจ้องเขม็ง ก่อนเอ่ยอย่างไว้ท่าที “เจ้ากินสิ่งใด เอาออกมาให้ข้าดู”
เมื่อครู่เขาไม่ทันเห็น แต่กลิ่นหอมของมันดูน่ากินไม่น้อย
หวังจู้จึงนำเจียนปิ่งกั่วจือออกมาอีกครั้งราวกับว่าเป็นสมบัติล้ำค่า ก่อนจะยื่นให้เขา “หัวหน้า นี่เป็นสิ่งใหม่ขอรับ เรียกว่าเจียนปิ่งผลไม้!”
“อืม ชื่อก็ฟังดูแปลกใหม่ รสชาติเป็นอย่างไรเล่า?”
เมื่อได้ยินเยี่ยงนั้นหวังจู้ก็มีสีหน้ามึนเมาเคลิบเคลิ้มและกล่าวว่า “อธิบายได้ด้วยประโยคเดียวขอรับ สิ่งนี้มีอยู่เพียงบนสวรรค์ กินเพียงหนึ่งชิ้นย่อมไม่เพียงพอ”
ที่เขากล้าเอ่ยเช่นนี้ ด้วยเพราะไม่ใช่แม้แต่บริเวณใกล้เคียง แต่ในเมืองหลวงก็ไม่อาจหาอาหารเช้าเช่นนี้ได้
เขาสามารถรับประกันได้ว่าไม่ต้องพูดถึงพื้นที่ใกล้เคียงนี้ ทั่วทั้งเมืองหลวงก็หาอาหารเช่นนี้ไม่ได้