ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 178 ชื่อเสียงโด่งดังเป็นแน่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 178 ชื่อเสียงโด่งดังเป็นแน่
บทที่ 178 ชื่อเสียงโด่งดังเป็นแน่
บ้านของซ่งชิงหลันกับตระกูลสร้างเป็นโครงขึ้นมาแล้ว ทำให้มองเห็นได้คร่าว ๆ ว่าจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร
นางนำรูปวาดฝีมือตนเองมาเทียบกับสิ่งที่เห็น แล้วรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
และอดชื่นชมความสามารถงานช่างของหลี่โก่วจือเป็นไม่ได้ แม้ไม่มีเครื่องมือล้ำสมัยและตัวช่วยทางเทคนิคอย่างในสมัยใหม่ แต่ยังดูใกล้เคียงด้วยการใช้เพียงสองมือและเครื่องมือธรรมดา ๆ เขาสามารถสร้างบ้านที่โครงสร้างซับซ้อนเพียงนี้ได้ ถือว่าน่าทึ่งทีเดียว
ภูมิปัญญาการช่างของคนโบราณนี้ช่างน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ใช่เพียงพอยอมรับได้
อีกอย่าง หลี่โก่วจือเป็นช่างที่ซื่อสัตย์ สิ่งสำคัญในการทำงานของเขาคือ หากนายจ้างไม่พอใจเพียงเล็กน้อย เขาจะแก้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าอีกฝ่ายจะพึงพอใจ
เรียกได้ว่าเป็นเพราะเหตุนี้ ทุกคนถึงได้เรียกหาเขาเมื่อต้องการสร้างบ้านสักหลัง
ช่างวัยกลางคนมายืนข้างซ่งชิงหลัน พลางยิ้มจริงใจและเอ่ยถาม “เป็นอย่างไรบ้าง น้องซ่ง หากไม่พอใจส่วนใดพูดมาได้เลย เราจะแก้ให้ประเดี๋ยวนี้”
นางยิ้มขณะตอบ “นายช่างหลี ข้าพึงพอใจมากเจ้าค่ะ ข้าว่าในเมืองหลวงนี้ ท่านอาจเป็นเพียงคนเดียวที่มีฝีมือสร้างบ้านตามที่ข้าต้องการเจ้าค่ะ”
ได้ยินเช่นนี้ เขาก็ยิ้มเขิน ในใจรู้สึกปลาบปลื้มไม่น้อย
เขามองคนงานที่ทำงานอยู่ แล้วเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “น้องซ่ง ข้าไม่ได้จะโอ้อวด แต่ฝีมืองานช่างของคนงานเราเป็นที่หนึ่ง ต่อให้เทียบกับนายช่างราชสำนักก็สู้ได้อย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องบอกตามตรงว่าหลี่โก่วจือคนนี้ขอชื่นชมเจ้า ข้าทำงานมาหลายปี เป็นครั้งแรกที่ได้สร้างบ้านแบบของเจ้า สร้างเสร็จแล้วผู้คนคงตื่นตะลึงเป็นแน่!”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ต้องขอบคุณท่านในเรื่องนี้ด้วยเจ้าค่ะ นายช่างหลี่ ท่านตั้งใจสร้างบ้านหลังนี้ วันใดวันหนึ่งหากเสร็จสิ้น ย่อมเป็นเรื่องดีทั้งกับท่านและข้า”
ถ้อยคำของหลี่โก่วจือไม่ใช่เพียงคำยกยอ เขาล่วงรู้ว่าผู้ใดที่พบเห็นจะพูดถึงบ้านหลังนี้อย่างไรเมื่อมันถูกสร้างเสร็จสมบูรณ์
ถึงคราวนั้นกลุ่มนายช่างของเขาจะพลอยมีชื่อเสียงไปด้วย เพียงพอให้โจษจันกันไปอีกนาน และภายภาคหน้างานรับเหมาก่อสร้างก็จะมีมาไม่ขาดสาย
เพราะเหตุนี้ เขาถึงได้ชื่นชมวิสัยทัศน์มองการณ์ไกลของซ่งชิงหลันอย่างไรเล่า
เขาพยักหน้าก่อนเอ่ยตอบ “น้องซ่ง ไม่ต้องเป็นห่วง! เราจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังอย่างแน่นอน!”
แต่ทันใดนั้น เสียงร้อนใจดังขึ้นจากด้านหลังในจังหวะนี้ “แม่นางซ่งเจ้าคะ!”
ซ่งชิงหลันหันไปเห็นชิงจู ที่วิ่งหน้าตาตื่นมาในสภาพเหงื่อแตกพลั่ก
นางขมวดคิ้วพลางถาม “ชิงจู เหตุใดเจ้าถึง…”
นางไม่ทันพูดจบก็ถูกสาวใช้ถลามาจับมือ ก่อนบอกทั้งยังหายใจไม่ทัน “แม่นางซ่ง…เร็วเข้า… มากับข้า! นายหญิง…นายหญิงเกิดอุบัติเหตุเจ้าค่ะ!”
ทันทีที่ได้ยินว่าเกิดเรื่องกับหลิงซีเหยียน ซ่งชิงหลันก็เปลี่ยนสีหน้าโดยพลัน นางรีบยัดพิมพ์เขียวให้หลี่โก่วจือและเดินออกไปพร้อมบอก “อย่างนั้นก็ไปกันเลย! ไปจวนผู้ว่าประเดี๋ยวนี้ ค่อยคุยกันระหว่างทาง”
พวกนางพูดคุยกันระหว่างเดินออกไปจากบริเวณบ้าน
ซ่งชิงหลันกระโจนขึ้นรถลา คว้าเชือกคุมบังเหียนอย่างคล่องแคล่ว ก่อนเอ่ยกับชิงจูที่ยังยืนอยู่ที่พื้น “ยืนทำสิ่งใด ขึ้นมาเร็วเข้า!”
“อ๊ะ…อืม…เจ้าค่ะ…” สาวใช้ชะงักกับท่าทีสุขุม คำสั่งเฉียบขาดของนางชวนอึ้งเสียจนทำตัวไม่ถูกไปชั่วครู่
สิ้นคำขานรับนางก็รีบขึ้นรถลา ก
ทันทีทีขึ้นมาได้ ซ่งชิงหลันเริ่มขับเคลื่อนรถลาออกเดินทางอย่างรวดเร็ว
“อ๊ะ!” ชิงจูไม่ทันตั้งตัว นางจึงเสียหลักเซล้มลง
ซ่งชิงหลันหันมองนางขณะขับรถลาไปด้วย ก่อนถามด้วยความเป็นห่วง “ชิงจู เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เป็นอันใดหรือไม่?”
นางส่ายหน้าและตอบ “ไม่เจ้าค่ะ…ข้าไม่เป็นไร”
“อืม” ซ่งชิงหลันหรี่ตามอง “อย่างนั้นเจ้าก็จับไว้ให้แน่น”
ว่าจบก็ขี่ลารีบมุ่งหน้าไปยังจวนผู้ว่า
ชิงจูที่นั่งอยู่ในรถเห็นภาพท้องถนนสวนผ่านไปด้วยความเร็วสูง นางอดยกมือปิดปากด้วยความตกตะลึงไม่ได้พลางนึกในใจ แม่นางซ่งผู้นี้ช่างห้าวหาญกว่าสตรีทั่วไปเสียจริง!
ไม่นานพวกนางก็มาถึงประตูจวนผู้ว่า
ซ่งชิงหลันรีบลงจากรถและบอกกับยามเฝ้าประตู “ฝากดูรถลากของข้าด้วย”
สิ้นเสียงนางก็รีบจ้ำอ้าวเข้าไปในจวนแล้ว
ไม่ทันอีกฝ่ายได้ตอบกลับนางก็หายลับไปทันใด ทำให้พวกเขางุนงงไปชั่วขณะ
ทว่าพวกเขายังกุลีกุจอทำตามคำสั่ง อย่างแรกคือ เพราะรู้อยู่แล้วว่าซ่งชิงหลันเป็นสหายของนายหญิง อันดับต่อมาคือท่าทีของนางดูเคร่งเครียด
ซ่งชิงหลันคุ้นเคยกับจวนผู้ว่าดี นางสาวเท้าเดินนำหน้าโดยมีชิงจูตามหลัง
นางมุ่งหน้าไปยังเรือนที่หลิงซีเหยียนอาศัยอยู่
ทันทีที่เปิดประตูก็พบเหวยจือหล่างกับนายหญิงอาวุโสภายในห้อง
ซ่งชิงหลันชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นร่างอ่อนแรงบนเตียง ก่อนเรียกด้วยความเป็นห่วง “ท่านพี่ซีเหยียน…”
เหวยจือหล่างอึ้งไปเช่นกัน เขามองนางพลางถาม “แม่นางซ่ง เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน?”
นายหญิงอาวุโสส่งสายตาเดียดฉันท์มองนาง และเอ่ยอย่างเย็นชา “ข้ารับใช้ที่จวนเป็นอันใดกันไปหมด เหตุใดปล่อยให้คนทะเลอทะล่าเข้ามาในจวนง่าย ๆ”
วงศ์ตระกูลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนาง คนอย่างซ่งชิงหลันที่อยู่ย่านหย่งเหอ ต่อให้ร่ำรวยก็ยังไม่เข้าตานาง
เหวยจือหล่างใจเสียเพราะอาการป่วยกะทันหันของหลิงซีเหยียนเป็นทุนเดิม เมื่อได้ยินคำพูดของนายหญิงอาวุโสก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ จึงเอ่ยเสียงค่อย “ท่านแม่ นางเป็นเพื่อนของซีเหยียนขอรับ”
นางเม้มปากและตั้งท่าจะพูดบางอย่าง ทันใดนั้นชิงจูก็ก้าวเข้ามา
เหวยจือหล่างมองสาวใช้และถามด้วยความวิตก “เจ้าไม่ได้ไปตามหมอหรือ เหตุใดไปตั้งนานสองนาน แล้วหมออยู่ที่ใด?”
อีกฝ่ายเหนื่อยหอบหายใจไม่ทันจนพูดไม่ออก
นางเอื้อมมือชี้ซ่งชิงหลัน และบอกอย่างทุลักทุเล “อยู่…ตรงนี้…เจ้าคะ…”
เหวยจือหล่างกับนายหญิงเหวยมองซ่งชิงหลันเป็นตาเดียว
นายหญิงเหวยจ้องและตวาดใส่ชิงจู “ไม่ได้เรื่อง ข้าบอกให้เจ้าไปตามหมอ พาสตรีผู้นี้มาเพื่อสิ่งใด! เรื่องเพียงนี้ยังจัดการไม่ได้ อยากถูกเฉดหัวออกจากบ้านหรืออย่างไร”
สีหน้าสาวใช้ฉายแววสลดหดหู่พร้อมน้ำตาคลอ นางบอกเสียงค่อย “นายหญิงบอกให้ข้าน้อยไปตามแม่นางซ่งมาเจ้าค่ะ นายหญิงไว้ใจเพียงแม่นางซ่งเท่านั้น”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา เหวยจือหล่างก็ใจกระตุกคล้ายนึกบางอย่างขึ้นได้
เขาหันไปบอกกับซ่งชิงหลันด้วยท่าทีจริงจัง “ต้องรบกวนแม่นางซ่งมาถึงที่นี่แล้ว”
นายหญิงเหวยที่อยู่ด้านข้างเผยท่าทีไม่อยากเชื่อ นางหันไปกระซิบสั่งสาวใช้ด้านหลังที่คอยปรนนิบัติตนอยู่ “รีบไปตามหมอหลี่เร็วเข้า”
“เจ้าค่ะ” สาวใช้พยักหน้าและวิ่งออกไปทันที