ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 180 สีหน้าที่หาดูได้ยาก
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 180 สีหน้าที่หาดูได้ยาก
บทที่ 180 สีหน้าที่หาดูได้ยาก
นายหญิงเหวยมองหลิงซีเหยียนที่นอนอยู่บนเตียง ด้วยสีหน้าพึงพอใจ
จากนั้นก็เอ่ยขึ้นเสียงเบา “ซีเหยียน ตอนนี้เจ้าตั้งครรภ์ ต้องดูแลตัวเองอย่างดี ข้าจะไปที่ครัว สั่งให้ทำอาหารบำรุงในช่วงนี้”
ว่าจบก็หันมองทางเหวยจือหล่างที่อยู่ด้านข้าง เอ่ยกับลูกชายอย่างจริงจัง “ลูกสะใภ้ตั้งครรภ์แล้ว ตอนนี้แม่ดีใจยิ่งนัก เจ้าตามแม่ไปที่ศาลบรรพชน เราจะได้จุดธูปบูชาบรรพบุรุษ ให้ท่านพ่อของเจ้าและทุกท่านอวยพรให้ลูกเจ้าด้วย บอกข่าวดีกับพวกเขา ว่าในที่สุดตระกูลเหวยก็จะมีทายาทแล้ว”
เหวยจือหล่างพยักหน้ารับ “ขอรับท่านแม่”
หญิงชรามองซ่งชิงหลันอย่างลึกซึ้ง ดวงตาของนางสะท้อนความรู้สึกออกมา ทำท่าจะพูดบางอย่าง แต่ก็เปลี่ยนใจหันหลังกลับไปโดยไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา
ตอนนั้นเองที่หลิงซีเหยียนเอ่ยเรียกจากบนเตียง “ชิงหลัน…”
เมื่อซ่งชิงหลันได้ยินจึงรีบเข้าไปหาพี่สาว แล้วถามด้วยความเป็นห่วง “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านพี่ซีเหยียน ไม่สบายตรงใดหรือไม่?”
เหวยจือหล่างเองก็เข้ามาอย่างเป็นห่วง แล้วจับมือภรรยาเอาไว้ “ซีเหยียน เจ้าเป็นอันใดไป”
หลิงซีเหยียนส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม สบตาซ่งชิงหลันด้วยความรู้สึกขอบคุณ วางมือลงบนหน้าท้องตนเองเบา ๆ “ชิงหลัน ขอบคุณเจ้ามาก หากไม่ได้เจ้า กลัวว่าทั้งชีวิตนี้ข้าก็คงจะไม่ได้มีลูกอย่างคนอื่นเขา…”
“ท่านพี่ซีเหยียน เราพี่น้องกัน ท่านไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้าเลยเจ้าค่ะ ร่างกายของท่านไม่ได้แข็งแรง และตอนนี้กำลังตั้งครรภ์อยู่ด้วย เกรงว่าต่อไปทุกอย่างจะค่อนข้างลำบาก ท่านต้องพักผ่อนให้มาก เพื่อให้ทารกแข็งแรง ข้าจะให้ชิงจูต้มยาให้ท่านบำรุงร่างกาย จะได้ตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย”
ฝ่ายเหวยจือหล่างเอง ก็มองซ่งชิงหลันด้วยความซาบซึ้ง “แม่นางซ่ง ต้องขอบคุณเจ้ามากจริง ๆ”
หญิงสาวพยักหน้ารับ จากนั้นก็เดินไปที่โต๊ะด้านข้าง
จากนั้นชิงจูเข้ามาพร้อมกระดาษ หมึก พู่กัน อย่างรู้งาน
ซ่งชิงหลันเขียนใบสั่งยาอย่างรวดเร็ว และยังเขียนสิ่งที่ต้องดูแลหลิงซีเหยียนเป็นพิเศษในแต่ละวัน โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน จากนั้นก็มอบให้ชิงจู
แล้วกำชับสาวใช้อย่างจริงจัง “เจ้าไปซื้อยาตามนี้ให้ท่านหญิงของเจ้า และข้าได้เขียนเรื่องที่ต้องดูแลเป็นพิเศษทั้งหมดไว้ในนี้แล้ว ต้องใส่ใจเรื่องอาหารทุกมื้อเป็นอย่างดี ระมัดระวังให้มาก…ยังมีอีกเรื่องที่สำคัญ…”
ชิงจูตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ พยักหน้าตามอย่างแข็งขัน และเมื่อได้ยินคำพูดของซ่งชิงหลัน ก็ถามต่ออย่างรวดเร็ว “แม่นางซ่ง มีสิ่งใดอีกหรือเจ้าคะ?”
ซ่งชิงหลันมองไปรอบ ๆ ขยับเข้าไปใกล้ชิงจู พูดด้วยเสียงเบา “จากนี้ไป อาหารทุกจานและยาทุกหม้อ เจ้าต้องปรุงด้วยตัวเองเท่านั้น อย่าให้พี่ซีเหยียนกินอาหารจากคนอื่น ระวังให้ดีเข้าใจหรือไม่?”
ชิงจูได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจทุกอย่างในทันที
นางเข้าใจด้วยว่าหมายถึงให้ระวังท่านหญิงจากผู้ใด
ชิงจูพยักหน้าอย่างหนักแน่น แล้วรับคำ “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะแม่นางซ่ง”
“ดีมาก อย่างนั้นก็รีบไปร้ายขายยาเถิด”
“เจ้าค่ะ” หลังจากพูดเช่นนั้น ชิงจูก็ออกไปพร้อมใบสั่งยา
ซ่งชิงหลันกลับไปที่เตียงก็พบว่าหลิงซีเหยียนหลับไปแล้ว
เหวยจือหล่างหันมาพูดเสียงเบากับหญิงสาว “ซีเหยียนหลับอยู่”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า แล้วตอบรับเสียงเบาเช่นกัน “อย่างนั้นข้าต้องขอตัวกลับก่อนเจ้าคะ”
“เช่นนั้นข้าจะไปส่ง” ว่าจบเหวยจือหล่างก็ดึงผ้านวมขึ้นห่มให้หลิงซีเหยียน แล้วเดินออกจากห้องพร้อมกับซ่งชิงหลัน
ระหว่างที่ทั้งสองเดินไปทางประตูบ้านด้วยกัน จู่ ๆ ท่านผู้ว่าก็เอ่ยขึ้น “น้ำใจของแม่นางซ่งยิ่งใหญ่เสียจริง ข้าไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร หากแม่นางขาดเหลือสิ่งใดเพียงบอกข้ามา”
ซ่งชิงหลันส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ท่านพี่ซีเหยียนและข้าเป็นดั่งพี่น้อง พวกเราถูกชะตากันอย่างมาก ข้ามีความสุขที่ได้ช่วยเหลือนางเจ้าค่ะ เพียงแต่…”
ระหว่างที่พูดหญิงสาวก็พลันขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยเสียเบา “นายท่านเหวย ท่านพี่ซีเหยียนร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว และยังเป็นโรคหอบหืด ตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์ ร่างกายของนางจะต้องรับภาระอย่างหนักแน่นอน ท่านต้องรับปากข้าว่าจะดูแลนางอย่างดี ต้องให้แน่ใจว่าทั้งมารดาและบุตรจะปลอดภัยทั้งคู่”
สีหน้าของเหวยจือหล่างก็จริงจังขึ้นเช่นกัน เขาตอบรับอย่างมั่นใจ “ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว”
ขณะนั้นเอง สีหน้าของซ่งชิงหลันก็มืดมน นางเอ่ยอย่างไม่สบายใจ “ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้กำลังบานสะพรั่ง ท่านพี่ซีเหยียนนั้นเป็นโรคหอบหืด เห็นทีท่านต้องเอาดอกไม้ทั้งหมดในบ้านออกไป”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ท่าทางของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความสับสนงุนงง “ข้ารู้ว่าซีเหยียนเป็นโรคหอบหืด และที่จวนผู้ว่าปลูกแต่ไม้ใบมาตลอด ไม่เคยมีดอกไม้สักดอก แม่นางซ่งไม่ได้กังวลมากเกินไปใช่หรือไม่?”
“แล้วเหตุใดข้าจึงได้กลิ่นหอมของดอกไม้กันเล่า” ซ่งชิงหลันชี้ไปทางลาน ที่ทั้งคู่เดินผ่านอย่างรวดเร็ว
ท่าทางของเหวยจือหล่างตึงเครียดขึ้นมาทันที เขาหันไปถามพ่อบ้านที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เกิดอันใดขึ้นกันแน่”
พ่อบ้านเป็นกังวลจนใบหน้าของเขาชื้นเหงื่อ และรีบอธิบายขึ้น “นายท่าน นี่คือสวนของแม่นางป๋ายขอรับ เมื่อไม่กี่วันก่อนนางบอกว่าสวนตรงนี้ดูน่าเบื่อเกินไป จึงสั่งให้คนเอาดอกไม้มาลงดิน…”
“ไร้สาระ!” เหวยจือหล่างขึ้นเสียงอย่างเยือกเย็น “นางไม่เข้าใจกฎของคฤหาสน์นี้ แล้วเจ้าไม่ได้อธิบายแก่นางอย่างนั้นหรือพ่อบ้าน?”
พ่อบ้านเช็ดเหงื่อที่หน้าผากแล้วรีบอธิบาย “ข้าน้อยเตือนแม่นางไปแล้วขอรับ แต่แม่นางป๋ายบอกว่าเรือนของนางอยู่ห่างจากเรือนของท่านหญิง ไม่น่าจะมีเกสรดอกไม้ลอยไปถึงได้ ยิ่งกว่านั้น นางเป็นคนของนายหญิงอาวุโส เมื่อแม่นางป๋ายมาที่นี่ นายหญิงอาวุโสก็สั่งให้ข้ารับใช้ และเชื่อฟังคำสั่งของแม่นางป๋าย…ดังนั้น…”
เหวยจือหล่างหรี่ตาลงอย่างโกรธเกรี้ยว แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ที่นี่จวนผู้ว่า เป็นคฤหาสน์สกุลเหวย ไม่ใช่สกุลป๋าย สั่งให้คนมาเอาดอกไม้พวกนี้ออกไปทันที หากเกิดเหตุใดขึ้นกับภรรยาข้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด ข้าก็จะไม่ปล่อยไว้ทั้งนั้น”
“ขอรับ นายท่าน” ชายชราตัวสั่น เพราะเห็นว่านายท่านเหวยกำลังโกรธมาก รีบพยักหน้าระรัวแล้วรับคำ “ข้าน้อยจะรีบไปจัดการทุกอย่างประเดี๋ยวนี้ขอรับ”
เมื่อเห็นพ่อบ้านจากไปอย่างรวดเร็ว เหวยจือหล่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก หันมาทางซ่งชิงหลันแล้วพูดต่อ “ต้องขอบคุณแม่นางซ่งจริง ๆ ที่เตือนข้า”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
หญิงสาวเหลือบมองลานหน้าเรือนที่ป๋ายเสี่ยวม่านอาศัยอยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความกังวลออกทางสีหน้า
นางสบตาท่านผู้ว่า แล้วพูดอย่างจริงจัง “นายท่านเหวย ขออภัยจริง ๆ ที่ข้าต้องพูดเช่นนี้ แต่ด้วยนิสัยใจคอของแม่นางป๋ายแล้ว ข้าไม่ไว้ใจนางเลยแม้แต่น้อย และไม่อาจวางใจให้นางอยู่ในบ้านเดียวกับท่านพี่ซีเหยียนได้ แม้เพียงหนึ่งวันก็ตาม ดังนั้นท่านต้องดูแลท่านพี่ซีเหยียนอย่าให้คลาดสายตานะเจ้าคะ”
เหวยจือหล่างหยักหน้ารับ “ข้าเข้าใจเรื่องนั้นดี”
จากนั้นพ่อบ้านใหญ่ประจำจวนผู้ว่า ก็ดำเนินการอย่างเฉียบขาด พาคนงานสองสามคนเข้าไปที่สวนของป๋ายเสี่ยวม่าน แล้วออกคำสั่ง “พวกเจ้า รีบเอาดอกไม้พวกนั้นออกไปให้หมด อย่าให้เหลือไว้แม้แต่ดอกเดียวเชียว เร็วเข้า”
คนงานทั้งหมดเข้าใจถึงความสำคัญของงานนี้เช่นกัน จึงรีบทำตามคำสั่งอย่างขันแข็งและว่องไว
ด้านป๋ายเสี่ยวม่านที่กำลังลองชุดใหม่จากร้านเสื้อชิงเยว่ในเรือน เมื่อได้ยินเสียงเอะอะด้านนอกจึงคิดสงสัย และพูดกับม่ายตงที่อยู่ข้างกาย “ไปดูทีสิว่าเสียงอันใดดังอยู่ข้างนอก”
“เจ้าค่ะ ข้าน้อยจะรีบไปดูประเดี๋ยวนี้” สาวใช้รีบออกไปตามตำสั่งทันที
ม่ายตงได้รับคำสั่งจากนายหญิงเหวยให้คอยรับใช้ป๋ายเสี่ยวม่าน
นางรู้ว่านายหญิงอาวุโสตั้งใจจะผลักดันให้แม่นางป๋ายได้เป็นอนุของนายท่าน ดังนั้นนางจึงเอาใจใส่ป๋ายเสี่ยวม่านอย่างดี เพราะเมื่อนายของตนได้เป็นอนุจริง ๆ นางก็จะได้อำนาจในฐานะคนสนิทด้วยเช่นกัน