ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 181 ใครทำให้เจ้าไม่พอใจ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 181 ใครทำให้เจ้าไม่พอใจ
บทที่ 181 ใครทำให้เจ้าไม่พอใจ
ไม่นานนัก ม่ายตงก็รีบกลับเข้ามาด้วยท่าทางกระวนกระวาย “แม่นางป๋ายเจ้าคะ มีเรื่องแล้วเจ้าค่ะ”
ป๋ายเสี่ยวม่านมองอย่างหงุดหงิด แล้วถามออกมา “เกิดเรื่องใดขึ้น รีบบอกมาเร็วเข้า”
ระหว่างที่พูดก็หยิบเอาปิ่นเสียบผมมาทาบที่ศีรษะ
ม่านตงกลืนน้ำลายลงคอ หยุดหายใจครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “พ่อบ้านพาคนมาเอาดอกไม้ทั้งหมดออกไปจากสวนเจ้าค่ะ”
“ว่าอย่างไรนะ!” ป๋ายเสี่ยวม่านเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ วางปิ่นในมือลงทันที พร้อมกล่าวด้วยความโกรธ “ไอ้พวกเดรัจฉาน กล้ามีเรื่องกับข้าอย่างนั้นหรือ คอยดูเถิดว่าข้าจะสั่งสอนพวกมันอย่างไร”
ว่าจบนางก็ออกมาหน้าเรือนทันที
โดยมีม่ายตงเดินตามไปติด ๆ เพราะอยากเห็นเจ้านายจัดการคนเหล่านั้นอย่างที่ว่า
เมื่อป๋ายเสี่ยวม่านเดินมาถึงลานบ้าน ก็พบว่าสวนที่เคยเต็มไปด้วยด้วยดอกไม้กลับว่างเปล่า มีคนงานสองคนกำลังยกเอาดอกท้อที่นางโปรดปรานออกมา ความโกรธปะทุขึ้นในใจของหญิงสาวทันที พร้อมตะโกนเสียงดัง “หยุดประเดี๋ยวนี้นะ!”
สิ้นเสียง พวกคนงานต่ำต้อยพากันหยุดนิ่งไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหน
แต่พ่อบ้านที่ดูอยู่กลับรีบออกคำสั่ง “รออันใดเล่า รีบยกออกไปเร็ว”
ป๋ายเสี่ยวม่านกำลังจะโวยวาย แต่พ่อบ้านรีบเข้ามาทันที ทำความเคารพอย่างให้เกียรติ แล้วพูดพร้อมยิ้ม “แม่นางป๋าย ต้องขอภัยจริง ๆ นี่คือคำสั่งของนายท่าน ข้าน้อยไม่ได้อาจหาญขัดคำสั่งแม่นาง เพียงแต่ว่านายท่านไม่ยอมขอรับ”
ป๋ายเสี่ยวม่านกัดริมฝีปาก แล้วเอ่ยต่อ “แต่นายหญิงผู้เฒ่าบอกว่า…”
“นายท่านกำชับมาว่า ท่านหญิงไม่สามารถทนเกสรดอกไม้เหล่านี้ได้ขอรับ” ก่อนที่ป๋ายเสี่ยวม่านจะพูดจบพ่อบ้านก็ขัดขึ้น “นายท่านยังบอกอีกว่า หากแม่นางป๋ายชอบดอกไม้มากจริง ๆ ท่านสามารถออกไปชมดอกไม้ที่อื่นได้ หรือจะย้ายกลับไปที่บ้านเดิมก็ย่อมได้ขอรับ”
ป๋ายเสี่ยวม่านโกรธจนขบกรามแน่น แล้วตะโกนออกมา “เจ้าพวกขี้ข้า! พูดจาไร้สาระอันใดกันฮะ!”
เหล่าคนงานย้ายดอกไม้ออกไปจนหมด จึงเดินเข้ามารายงานกับพ่อบ้านใหญ่ทันที “ท่านพ่อบ้าน เราย้ายดอกไม้ออกไปหมดแล้วขอรับ”
พ่อบ้านโบกมือให้พวกเขา “ถ้าอย่างนั้นก็กลับไปทำงานของพวกเจ้าต่อเถิด”
ว่าจบก็เหลือบมองทางป๋ายเสี่ยวม่านอีกครั้ง ไม่ได้สนใจว่านางจะโกรธเพียงใด ยังคงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แม่นางป๋าย ข้าน้อยต้องไปทำงานแล้ว ดังนั้นจะไม่รบกวนแม่นางอีกขอรับ”
พ่อบ้านจากไปอย่างมีความสุข เมื่อเห็นท่าทางโกรธเคืองแต่ไม่อาจทำสิ่งใดได้ของป๋ายเสี่ยวม่าน เขาก็พลันรู้สึกมีความสุขมาก
ชายชราทำงานในจวนท่านผู้ว่ามาหลายปี ทุกคนกลมเกลียวและมีความสุขกันดีมาก บรรดาข้ารับใช้ในบ้านต่างชอบท่านหญิงที่ใจดีและงดงามอยู่เสมอ
ทว่าตั้งแต่แม่นางป๋ายผู้นี้เข้ามา ก็เอาแต่คอยจิกหัวใช้พวกเขาอยู่ตลอด ทำตัวราวกับว่าเป็นนายหญิงของที่นี่ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ารำคาญใจอย่างยิ่ง หากสตรีผู้นี้ได้มาเป็นอนุท่านผู้ว่าจริง ๆ คงเป็นโชคร้ายของตระกูลนี้เสียแล้ว
ด้านป๋ายเสี่ยวม่านที่โมโหพ่อบ้านอย่างมาก แต่ต้องเก็บความแค้นไว้ภายใน ไม่สามารถทำสิ่งใดได้
นางรีบกลับเข้ามาในเรือน กวาดเอากาน้ำชาและถ้วยทั้งหมดบนโต๊ะลงที่พื้นจนแตกกระจายอย่างโกรธเกรี้ยว “หน็อย เจ้าพวกขี้ข้า กล้าดีอย่างไรมาพูดกับข้าเช่นนั้น”
เสียงเครื่องเคลือบตกแตกดังสนั่น ทำเอาม่ายตงตกใจจนต้องถอยหลังไปสามก้าว มองที่ป๋ายเสี่ยวม่านด้วยความหวาดกลัว
เจ้านายคนนี้เอาใจยากเหลือเกิน เมื่อนางอารมณ์ดีก็จะพูดคุยและปฏิบัติตัวอย่างดีได้ แต่เมื่อนางโกรธก็จะปฏิบัติต่อสาวใช้ราวกับไม่ใช่มนุษย์
ม่ายตงกลืนน้ำลายอย่างกระวนกระวายใจ แล้วเอ่ยถาม “แม่นางป๋าย เช่นนั้นจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?”
นางรู้ดีว่าคนอย่างแม่นางป๋าย ไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปเฉย ๆ แน่นอน
ป๋ายเสี่ยวม่านกำหมัดแน่น ยิ้มเย็นขึ้นมาแล้วกัดฟันเอ่ย “ข้าจะไปบอกเรื่องนี้กับท่านป้า”
หญิงสาวรีบแต่งตัวและไปที่บ้านนายหญิงเหวย พร้อมกับม่ายตงที่ติดตามไปด้วย
ทันทีที่เข้าไปถึงลานหน้าเรือนก็พบว่า มีสาวใช้สองคนเดินออกมาจากเรือนของนายหญิงเหวย
พวกนางคุยกันอย่างกระตือรือร้น
“ข้าไม่คิดจริง ๆ ว่าท่านหญิงจะตั้งครรภ์ คิดว่านางมีลูกไม่ได้เสียอีก”
“จริงด้วย ท่านหญิงแต่งงานเข้ามาในบ้านก็หลายปี ไม่เคยมีเรื่องตั้งครรภ์เลยสักครั้ง”
“ท่านหมอหลี่ก็เคยบอกว่า ร่างกายท่านหญิงไม่แข็งแรง”
“แต่เพราะเหตุใดจึงตั้งครรภ์ขึ้นมากะทันหันได้เล่า”
“ผู้ใดจะไปรู้ อาจจะเป็นของขวัญจากสวรรค์ก็ได้ ท่านหญิงเป็นคนดีถึงเพียงนั้น จะมีเจ้านายสักกี่คนที่ใจดีเท่านางอีก”
“ใช้แล้ว พอรู้ว่าท่านหญิงตั้งครรภ์ ข้าก็ดีใจกับนางด้วย”
“ถูกต้อง หากต้องมีสตรีอื่นมาเป็นนายเพิ่มอีกคน มีหวังพวกเราคงอยู่ยากแน่นอน”
“นี่เจ้าหมายถึง…”
“เงียบนะ อย่าพูดออกมา กำแพงมีหูประตูมีช่อง ระวังเจ้าจะโดนดี”
……
ป๋ายเสี่ยวม่านที่หลบอยู่หลังกำแพงได้ยินสิ่งที่พวกนางคุยกันอย่างชัดเจน
สีหน้าของหญิงสาวขึ้นสีด้วยความโกรธ ไม่เพียงแต่ได้ยินพวกนางพูดลับหลังเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือข่าวที่ทำให้ตกใจ
หลิงซีเหยียนตั้งครรภ์!
ม่ายตงมองป๋ายเสี่ยวม่านด้วยสีหน้าหวาดกลัว แล้วถามเสียงเบา “แม่นางป๋าย เช่นนี้แล้ว…เราจะยังไปพบนายหญิงอาวุโสหรือไม่เจ้าคะ”
คนเป็นนายขบริมฝีปาก ยกมุมปากขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ก็ต้องเข้าไปสิ”
เมื่อป๋ายเสี่ยวม่านเข้าไปที่ลานด้านหน้าพร้อมกับม่ายตง ชุนเถาก็ตกใจทันที “แม่นางป๋ายท่านมาทำสิ่งใดที่นี่เจ้าคะ”
ป๋ายเสี่ยวม่านยิ้มตอบ “ข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่านป้า”
ว่าจบชุนเถาก็นำทางนางเข้าไปอย่างไม่รอช้า
หญิงสาวเดินเข้าไปในเรือน แล้วขึ้นเสียงอย่างไม่พอใจ “ท่านป้าเจ้าคะ ท่านป้า ท่านต้องช่วยข้านะเจ้าคะ”
นายหญิงเหวยเดินออกมาด้วยสีหน้าอิ่มเอม มองป๋ายเสี่ยวม่านอย่างมีความสุข “เกิดเรื่องใดขึ้น ผู้ใดทำให้เจ้าไม่พอใจ”
“ฮึ่ม!” หลานสาวทำหน้ามุ่ยแล้วเริ่มเอ่ย “พ่อบ้านใหญ่ผู้นั้น พาคนงานมาขนเอาดอกไม้ออกไปจากสวนข้าจนหมด ข้าโกรธจะแย่”
ดวงตาของนายหญิงเหวยเหลือบมองนางเล็กน้อย เพราะเป็นแม่ของเขา จึงเข้าใจในทันทีว่าลูกชายทำเช่นนั้นเพื่อสิ่งใด
หากเป็นก่อนหน้านี้ หญิงชราคงจะเข้าข้างหลานสาวผู้นี้อย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้ทุกอย่างต่างไปแล้ว หลิงซีเหยียนกำลังตั้งครรภ์ แม้ว่านางจะไม่ชอบลูกสะใภ้ผู้นี้ แต่ตอนนี้นางอุ้มท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเหวยอยู่ ไม่สามารถปล่อยให้เกิดปัญหาสุขภาพได้
นายหญิงเหวยยิ้ม จับมือของป๋ายเสี่ยวม่าน ดึงให้นั่งลงข้างกาย
ลูบมือของหลานสาวเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม แล้วเอ่ยขึ้น “เสี่ยวม่าน หากเจ้าชอบดอกไม้จริง ๆ ป้าจะพาเจ้าไปชมสวนข้างนอกด้วยกัน คฤหาสน์แห่งนี้ปกครองโดยพี่ชายเจ้า ข้าก็ไม่มีอำนาจไปขัดคำสั่งเขาได้ เข้าใจใช่หรือไม่?”