ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 19 เจี่ยงชุ่ยเหลียนถูกคุมขัง (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 19 เจี่ยงชุ่ยเหลียนถูกคุมขัง (รีไรท์)
บทที่ 19 เจี่ยงชุ่ยเหลียนถูกคุมขัง (รีไรท์)
“นั่น… นั่น… กับตระกูลไป๋ของข้าก็เช่นกัน”
ไม่ทันที่เจี่ยงชุ่ยเหลียนจะเอ่ยจบ ฝูงชนพลันปาใบผักเน่าใส่นาง
“สตรีนางนี้น่ารังเกียจนัก ดูฝีปากนางแล้วย่อมมิใช่คนดี!”
“หากไม่สิ้นเนื้อประดาตัว ไหนเลยจะยอมออกมาขายอาหารเช้าพร้อมกับน้อง ๆ ทั้งที่ตนเองเพิ่งให้กำเนิดบุตรมาแท้ ๆ”
“หญิงชรานี่ ไปให้พ้น! อย่ามาทำให้คนอื่นเสียเวลาในการซื้อมื้อเช้า”
…
“อา!…”
เจี่ยงชุ่ยเหลียนพลันตกตะลึง ก่อนจะลุกขึ้น แล้วเหวี่ยงมือไปพร้อมกับตะโกนเรียกชื่อซ่งชิงหลัน
“นางสารเลว กล้าดีอย่างไรปล่อยให้คนพวกนี้มารังแกแม่สามีตัวเองถึงเพียงนี้ ข้าจะทุบเจ้าให้ตาย!”
เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงมือซ่งชิงหลัน ผู้คนรอบข้างที่เห็นเหตุการณ์ ย่อมไม่อาจทนอยู่เฉยได้ต่างพร้อมที่จะเข้าไปจัดการกับเจี่ยงชุ่ยเหลียน
แต่กลับมีเสียงตะโกนดังขึ้นมาโดยพลันจากไม่ไกลนัก “หยุด!”
ทุกคนหันมองไปตามเสียง แล้วจึงพบกับหัวหน้าเจ้าหน้าที่รวมถึงเจ้าหน้าที่เฝ้าประตูเมืองกำลังตรงมาทางด้านนี้อย่างสง่าผ่าเผย นำโดยอู่ต้าหย่ง
“ประตูเมืองเป็นสถานที่สำคัญและมีเกียรติ หากแต่ท่านมาที่นี่เพื่อก่อกวนและสร้างความวุ่นวาย ท่านต้องถูกจับจับกุมและคุมขังอยู่คุกเป็นเวลาครึ่งเดือน!”
นี่ไม่ใช่ว่าเขากำลังปกป้องซ่งชิงหลัน แต่ประตูเมืองคือหน้าตาของเมืองหลวง ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้สร้างปัญหาที่นี่
เจี่ยงชุ่ยเหลียนนั้นรับมือได้ยาก แต่คนสูงอายุมีหรือจะไม่กลัวกฎหมาย
นางกลัวเสียจนขาสั่น…
“นายท่าน นายท่าน! ข้าไม่ได้สร้างปัญหา เจ้าของร้านเป็นลูกสะใภ้ของข้า นางเป็นคนอกตัญญู ข้าเพียงแต่ต้องการมาพูดคุยกับนางเพียงสองสามคำก็จะไปแล้ว!”
หลังเอ่ยจบ เจี่ยงชุ่ยเหลียนเตรียมจะหันหลังกลับ ก่อนพยายามจะวิ่งหนีไป แต่ไม่ทันจะได้ก้าวขากลับถูกเจ้าหน้าที่สองคนจับไหล่เอาไว้
ร่างกายของอู่ต้าหย่งนั้นกำยำและด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยของเขา ก็ทำให้เขาดูน่ากลัวไม่น้อย
“แม่นางซ่งหย่าขาดกับลูกชายของท่านแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องใด นางก็ไม่เกี่ยวกับครอบครัวของท่านอีก ท่านกลับวิ่งมาที่นี่อย่างไร้ยางอายเพียงเพื่อทำให้ชื่อเสียงผู้อื่นเสื่อมเสีย ทั้งยังก่อกวนการทำมาค้าขายของพวกเขา”
“ถ้ามีคนจากเมืองอื่นมาเห็นภาพนี้ ย่อมส่งผลร้ายต่อเมืองต้าเซียของเรา ติดคุกครึ่งเดือนนั้นยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ หากยังขัดขืนอีกท่านจะถูกจำคุกครึ่งปี!”
“ไม่ ไม่!”
เจี่ยงชุ่ยเหลียนทรุดตัวลงบนพื้น “นายท่าน ข้าจะไม่ขัดขืนอีก ข้าจะไม่ขัดขืน ฮือ… ได้โปรดอย่าขังข้าไว้ถึงครึ่งปีเลยนะนายท่าน!”
ฮือ…
นางต้องทนทุกข์ทรมานจากโชคชะตาที่เลวร้ายมาทั้งชีวิต อีกทั้งยังต้องมาติดคุกเพราะลูกสะใภ้ใจมารเยี่ยงซ่งชิงหลัน
หากฟ้ามีตา โปรดส่งสายฟ้าฟาดตกลงบนศีรษะนางผู้หญิงสารเลวนั่นด้วยเถิด!
หากแต่วันนี้แสงตะวันสาดส่อง ธุรกิจของซ่งชิงหลันนั้นก็กำลังเฟื่องฟู
หลังจากเจี่ยงชุ่ยเหลียนถูกพาตัวไป ทุกอย่างจึงกลับมาสงบอีกครั้ง
เวลาผ่านไปจนใกล้เที่ยง ซ่งชิงตงพลันเอ่ยขึ้น “ท่านพี่ ข้าคิดว่าข้าทำเจียนปิ่งนี้เองได้แล้วขอรับ ท่านกลับบ้านไปดูเฉินเฉินและเยว่เยว่ก่อนเถิด”
“เจ้าเรียนรู้เร็วเพียงนี้เชียวหรือ?”
ซ่งชิงหลันไม่ค่อยอยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยินนัก
“ข้าจะลองทำให้ดูก่อน ท่านพี่มาดูสิขอรับ”
“เสร็จแล้ว”
ใครกันจะคาดคิดว่าการทำเจียนปิ่งครั้งแรกของซ่งชิงตงนั้นออกมารสชาติดีไม่น้อย
“ไม่เลว ๆ เช่นนั้นพวกเจ้าสามพี่น้องขายของอยู่ที่นี่ ข้าจะกลับไปที่บ้านก่อน หากมีปัญหาใดจงตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่เฝ้าประตูเมืองให้มาช่วย”
“ขอรับท่านพี่”
ในวันนี้ซ่งชิงหลันยังคงแวะไปที่ร้านตีเหล็กเพื่อดูซ่งชิงหนานก่อนกลับบ้าน
นางเห็นหวังกุ้ยกำลังตีเหล็ก ในขณะที่ซ่งชิงหนานกำลังเล่นกับเด็กคนอื่น ๆ อยู่หน้าประตู
นางไม่เข้าใจว่าทำไมหวังกุ้ยถึงผ่อนปรนกับน้องชายของนางนัก
แต่ด้วยมีสัญญาอยู่ในมือ นางจึงไม่กลัว
หลังจากซื้อปลาเฉาสองตัวพร้อมกับเต้าหู้อีกสองสามชิ้นเสร็จแล้ว นางจึงกลับบ้าน