ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 34 รวมเป็นหนึ่งเพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 34 รวมเป็นหนึ่งเพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น (รีไรท์)
บทที่ 34 รวมเป็นหนึ่งเพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น (รีไรท์)
หิมะยังคงโปรยลงมาอย่างไม่ขาดสาย แต่ร้านพี่น้องตระกูลซ่งยังมีลูกค้ามายืนรอซื้อเจียนปิ่ง
เมื่อมองลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ที่พากันมาอุดหนุนเหล่านี้ ซ่งชิงหลันก็พลันรู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมา
นางมองไปยังซ่งชิงซีแล้วออกคำสั่ง “ชิงซี เจ้าไปเอาชาร้อนมาให้ลูกค้าดื่มอุ่นร่างกายหน่อยเถิด”
“ขอรับ”
ซ่งชิงซีก็ไม่รอช้า รีบรินชาร้อนหลายถ้วยจากกาส่งให้ลูกค้าที่ต่อแถวรอซื้อเจียนปิ่งหน้าร้านทันที
“อากาศหนาวขนาดนี้ แต่ทุกท่านก็ยังทำงานหนัก พวกท่านดื่มชาให้ร่างกายอุ่นก่อนเถิดขอรับ ส่วนเจียนปิ่งของท่านจะตามมาในอีกไม่นาน ทุกคนจะได้กินของอร่อยแน่ขอรับ”
ลูกค้าที่รออยู่รับชาร้อนมาดื่ม อดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งเป็นการชมเชย
“พี่น้องซ่งนี่ไม่ใช่แค่ขายของเก่ง แต่ยังให้บริการอย่างดีอีกต่างหาก”
“ใช่แล้ว ไม่มีที่ใดจะให้ชาร้อนฟรี ๆ กับคนที่มารอซื้อเจียนปิ่งหรอก”
“ถึงจะไม่ได้เป็นชาชั้นเลิศ แต่พอได้ดื่มแล้วก็ทั้งสบายตัวทั้งอุ่นใจ”
“ใช่ ดูแลลูกค้าอย่างอบอุ่นขนาดนี้ วันนี้ข้าจะซื้อเจียนปิ่งสี่ชิ้นเลย”
“ข้าด้วย ข้าก็จะเอาเพิ่มอีก”
“อากาศหนาว ๆ เช่นนี้ร้านอาหารเช้าปิดไปหลายร้าน แม่นางซ่งอุตส่าห์ออกมาขายให้พวกเรากิน แบบนี้ต้องให้กำลังใจนางเสียหน่อย”
….
เช้าพี่น้องซ่งจึงขายอาหารได้มากกว่าปกติเป็นสองเท่า ทำให้ส่วนผสมที่เตรียมมาทำเจียนปิ่งหมดลงตั้งแต่ตอนเที่ยง หลังจากนั้นซ่งชิงหลันและน้องชายก็เก็บข้าวของเพื่อกลับบ้าน
ทันทีที่กลับถึงบ้าน นางพลันได้ยินเสียงซ่งชิงเฉินและซ่งชิงเยว่ร้องไห้ดังโยเยออกมาจากในห้อง
คนเป็นแม่อย่างนางตกใจ รีบวางของอย่างรวดเร็ว เมื่อผลักประตูห้องของท่านย่าเข้าไปด้านในก็ถามว่า “ท่านย่า ทำไมเด็ก ๆ ถึงร้องไห้หนักขนาดนี้ล่ะเจ้าคะ”
เมื่อเห็นว่าแม่ของเด็ก ๆ กลับมาแล้ว แม่เฒ่าซ่งก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“หลันหลัน เจ้ากลับมาแล้วหรือ เฉินเฉินกับเย่วเยว่กำลังหิวเลย”
“ตอนแรกย่าตั้งใจจะเอานมแพะอุ่น ๆ ให้เด็ก ๆ กิน แต่อากาศหนาวมาก ทั้งสองคนจึงตื่นเช้ากว่าปกติ ย่ายังไม่ได้ออกไปที่ใดก็เลย…”
ซ่งชิงซีที่ตามมาได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยว่า “ข้าจะไปรีดนมแพะให้เฉินเฉินกับเยว่เยว่ ประเดี๋ยวนี้ขอรับ”
ซ่งชิงเป่ยก็พูดขึ้นบ้างหลังตามเข้ามา “ประเดี๋ยวข้าจุดไฟให้เอง”
ซ่งชิงหลันเดินเข้ามาช้อนอุ้มลูกน้อยเอาไว้ด้วยแขนข้างละคนแล้วกล่อมเจ้าหนูเบา ๆ “โอ๋ ๆ เฉินเฉิน เยว่เย่ว อย่าร้องนะลูก ท่านน้าของเจ้าไปรีดนมแพะมาให้แล้ว อีกประเดี๋ยวจะได้กินแล้วนะ”
สีหน้าของท่านย่าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “หลันหลัน ย่าช่วยสิ่งใดเจ้าไม่ได้เลย”
“ท่านย่า อย่าพูดอย่างนั้นสิเจ้าคะ ท่านช่วยข้าได้มากแล้ว ถ้าไม่ได้ท่านช่วยดูแลลูก ๆ ช่วงนี้ พวกเราจะเอาเวลาใดไปทำงาน ข้าต่างหากที่อกตัญญู ปล่อยให้ท่านต้องเหนื่อยจนไม่ได้พักผ่อน”
“หลันหลัน พวกเราครอบครัวเดียวกัน อย่าพูดเช่นนั้นเลย”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ใช่แล้วเจ้าค่ะ เราครอบครัวเดียวกัน ท่านย่าอย่าได้รู้สึกผิดในเรื่องพวกนี้เลยนะเจ้าคะ”
สิ่งสำคัญที่พวกเขาต้องมีร่วมกันในตอนนี้คือการรวมเป็นหนึ่งเพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น
แม่เฒ่าซ่งเข้าใจในทันทีว่าหลานสาวกำลังปลอบใจนาง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิด ช่างเป็นหลานสาวที่มีเหตุผลเหลือเกิน
หลังออกไปไม่นาน ซ่งชิงซีก็มาพร้อมกับนมแพะอุ่น ๆ สองชามในมือ “นมแพะมาแล้ว!”
ซ่งชิงหลันและแม่เฒ่าซ่งรับมาคนละชามแล้วป้อนให้เจ้าหนูน้อยพร้อมกัน
เมื่อเด็กทั้งสองได้กินอาหาร ปากเล็ก ๆ นั่นก็เริ่มขยับไปมาพูดเจื้อยแจ้วกันอีกครั้งอย่างมีความสุข