ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 37 หลิวกุ้ยเสียให้ลูกชายทั้งสองไปขอกับข้าว (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 37 หลิวกุ้ยเสียให้ลูกชายทั้งสองไปขอกับข้าว (รีไรท์)
บทที่ 37 หลิวกุ้ยเสียให้ลูกชายทั้งสองไปขอกับข้าว (รีไรท์)
หลิวกุ้ยเสียจ้องเขม็งไปยังลูกทั้งสอง “พวกเจ้าทั้งสองเอ่ยเช่นนี้ได้อย่างไร ความคิดไม่ดีอันใดเล่า นี่เป็นความคิดที่ดีมากต่างหาก”
ซ่งชิงหยวนและซิงชิงหลินมองหน้ากัน เห็นความไม่เชื่อในแววตาของกันและกันอย่างแจ่มแจ้ง
พวกเขาเองต่างรู้มานานแล้วว่าท่านแม่โลภในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นางเอ่ยเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เจตนาดีเป็นแน่
หลิวกุ้ยเสียกวักมือเรียกลูกชายทั้งสอง “ชิงหย่วน ชิงหลิน พวกเจ้าสองคนมานี่ แม่จะบอกสิ่งใดให้ บ้านข้าง ๆ นั้นทำกับข้าวแล้ว กว่าเราจะไปซื้อเนื้อแล้วเอามาทำอาหารนั้นลำบากนัก เจ้าแค่ไปขอกับข้าวบ้านข้าง ๆ มาก็ได้แล้ว”
ซ่งชิงหยวนขมวดคิ้ว ก่อนเอ่ยแขวะ “ท่านแม่ ท่านกับพี่ชิงหลันไม่ลงรอยกัน นางจะให้เนื้อท่านกินได้อย่างไร?”
หลิวกุ้ยเสียยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “นางจะไม่ให้แม่ แต่นางย่อมให้พวกเจ้า!”
ซ่งชิงหยวนตกตะลึง “ฮะ?”
ใบหน้าของซ่งชิงหลินสับสน “ฮะ?”
หลิวกุ้ยเสียลากเด็กชายทั้งสองมา แล้วผลักพวกเขาไปยังกำแพงที่กั้นกลางระหว่างทางเข้าลานบ้านของซ่งชิงหลัน
ซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินต่างลังเลใจ รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอายเกินไปที่จะขอเนื้อด้วยวิธีนี้
ซ่งชิงหยวนนั่งลงหน้าประตูพลางกล่าวกับหลิวกุ้ยเซีย “ท่านแม่ ช่างเรื่องเนื้อไปเถิดขอรับ ข้าไม่อยากไป!”
ซ่งชิงหลินเองก็เอ่ยพึมพำเช่นกัน “ข้าก็ไม่อยากไปเหมือนกัน! มันน่าอายเกินไป! เราไม่ใช่ขอทานนะ!”
“ไม่อยากไป! ไม่อยากไป!” หลิวกุ้ยเสียตบศีรษะพวกเขาพร้อมเอ่ยด้วยเสียงดุร้าย “พวกเจ้ายังอยากกินเนื้ออยู่ไหม ถ้าอยากกินก็รีบไป!”
ซ่งชิงหยวนมุ่ยปาก “ที่จริง ข้าจะอยากกินหรือไม่ นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญหรอก”
ซ่งชิงหลินกล่าวเสริมต่อ “ท่านแม่อยากกินเองมากกว่า”
“พวกเจ้าสองคนจะเอ่ยไร้สาระไปถึงไหน! รีบเข้าไปเสีย!”
หลิวกุ้ยเสียยื่นชามใบใหญ่ให้พวกเขา ก่อนจะผลักพวกเขาไปข้างหน้าอย่างแรง
จากนั้นนางก็หลบออกไปซ่อนตัวอยู่นอกประตูอย่างชาญฉลาดเพื่อตั้งใจฟังความเคลื่อนไหวข้างใน แต่ยิ่งสูดดมกลิ่นเนื้อมากเพียงใดก็ยิ่งยั่วน้ำลายจนไม่อาจหยุดกลืนน้ำลายได้
ครอบครัวของซ่งชิงหลันกำลังรับประทานอาหารอย่างมีความสุข แต่จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียง “ปัง!” ซึ่งเป็นเสียงประตูถูกเปิดออกอย่างแรง
ก่อนจะเห็นซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินซวนเซเข้ามาพร้อมถือชามเปล่าไว้ในมือ ทั้งสองดูน่าสงสารไม่น้อย
ซ่งชิงหลันชะงักไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถาม “ชิงหย่วน ชิงหลิน เหตุใดถึงมาที่นี่เล่า?”
“พวก… พวกเรา…” เมื่อถูกเอ่ยถาม ใบหน้าเล็ก ๆ ของซ่งชิงหยวนพลันแดงก่ำ เขาเอ่ยตะกุกตะกักอยู่นาน แต่ก็ไม่อาจเอ่ยออกมาให้จบประโยคได้
อย่างไรเสีย พวกเขาก็ยังคงเป็นหลานชายของนาง แม่เฒ่าซ่งจึงกวักมือเรียกพวกเขา ก่อนเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน “เจ้าสองคนกินข้าวหรือยัง?”
ทันทีที่ได้ยินคำว่า “กินข้าว” นัยน์ตาของซ่งชิงหลินที่กำลังหิวโหยก็พลันเป็นประกาย เขาก่อนรีบเอ่ยตอบ “ยังขอรับ ข้ายังไม่ได้กิน!”
ซ่งชิงตงจึงรีบกล่าวชวน “เช่นนั้นมากินข้าวกับพวกเราเถิด”
หลังเอ่ยจบ เขาก็ขยับไปด้านข้างเพื่อให้มีที่ว่างสำหรับทั้งสอง
แม้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากับหลิวกุ้ยเสียจะไม่ค่อยดีนัก แต่พวกเขาก็ปฏิบัติต่อทั้งซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินเหมือนเป็นพี่น้อง
ซงชิงเป่ยเงยหน้าขึ้นเช่นกัน ปากของเขามันแผลบไปด้วยน้ำมัน ก่อนจะโบกมือให้ชิงหย่วนและชิงหลินอย่างยินดี “พี่ชิงหยวน พี่ชิงหลิน มานี่สิขอรับ วันนี้บ้านเราทำลูกชิ้นทอดกับไก่ตุ๋น อร่อยมากเลยขอรับ!”
ซ่งชิงหลินที่อยากกินอยู่นานแล้ว เมื่อได้รับคำเชิญอย่างใจดีก็รีบเดินเข้าไปหาทุกคน “อืม ๆ!”