ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 38 ขอเนื้อไปให้ท่านแม่กิน (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 38 ขอเนื้อไปให้ท่านแม่กิน (รีไรท์)
บทที่ 38 ขอเนื้อไปให้ท่านแม่กิน (รีไรท์)
ในขณะนี้หัวใจของหลิวกุ้ยเสียที่ซ่อนตัวแอบฟังอยู่นอกประตูพลันบีบรัด
อดไม่ได้ที่จะว่ากล่าวลูกชายทั้งสอง เจ้าเด็กเห็นแก่กิน กินเป็นอย่างเดียวหรือไร ลืมไปสิ้นแล้วว่าแม่ใช้ให้ไปทำอะไร!
โชคดีที่ซ่งชิงหยวนดึงสติของชิงหลินกลับมาได้ทัน เขาพลางส่ายหัวและเอ่ยเตือน “เจ้าตะกละ อย่าลืมว่าเรามาทำอันใดที่นี่”
หลังจากได้รับการเตือนจากซ่งชิงหยวน ซ่งชิงหลินจึงชะงักฝีเท้า ก่อนจะถอยกลับไปยืนข้างซ่งชิงหยวนอย่างเชื่อฟัง
ซ่งชิงหยวนหน้าแดง เขามองไปยังซ่งชิงหลันก่อนเอ่ย “พี่ชิงหลัน พวกเราไม่กินสิ่งใดขอรับ ท่านแม่ของเรายังรอให้เรากลับไป อันที่จริงเรามาที่นี่ก็… เพื่อ… เพื่อ…”
เมื่อได้ยินว่าซ่งชิงหยวนเอ่ยประโยคนั้นออกมาไม่ได้อยู่นาน หลิวกุ้ยเสียนอกประตูก็กำลังจะบ้าตายเพราะความวิตกกังวล
ถ้าทำได้ นางคงไม่รีรอที่จะเข้าไปเอ่ยประโยคนั้นให้จบเสีย
“พูดสิ! พูด! พูดว่าเจ้าต้องการนำเนื้อนั่นกลับบ้านไปให้แม่กิน!”
…
ในความเป็นจริง ซ่งชิงหลันเห็นความตั้งใจของซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินมาสักพักแล้ว ทั้งยังรู้ด้วยว่าหลินกุ้ยเสียซ่อนตัวอยู่นอกประตูเพื่อแอบฟังและเดาความคิดของนาง
สตรีนางนั้น เดิมทีแล้วโอหังไม่น้อย แต่ในจังหวะคับขันกลับเอาลูกชายมารับกระสุนแทนตัวเอง น่าสมเพชจริง ๆ!
ซ่งชิงหลันไม่ต้องการทำให้สองพี่น้องอับอาย นางจึงให้พวกเขาถอยไป
ซ่งชิงหลันพลันยืนขึ้น ก่อนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “วันนี้ท่านพี่ทำลูกชิ้นเยอะ ชิงหยวน ชิงหลิน เหตุใดเจ้าไม่แบ่งกลับไปกินกับท่านพ่อท่านแม่เล่า”
ซ่งชิงหยวนกังวลด้วยไม่รู้ว่าจะเอ่ยอย่างไร แต่เมื่อเขาได้ยินข้อเสนอของซ่งชิงหลัน เขาจึงพยักหน้าทันทีและเอ่ย “ขอรับ! ขอรับ!”
“มา! เอาชามของเจ้ามา”
“ขอรับ”
ซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินตามซ่งชิงหลันไปยังเตาที่มีลูกชิ้นจำนวนไม่น้อยอยู่
ซ่งชิงหลันนำลูกชิ้นทอดที่เหลือทั้งหมดใส่ลงในชามของพวกเขา ทั้งสองชามจึงมีลูกชิ้นอยู่อย่างละครึ่งชาม
ซ่งชิงหยวนมองของในชามก่อนจะเอ่ยขึ้น “พี่ชิงหลัน ท่าน…”
ซ่งชิงหลันยิ้มให้เขา “ลูกชิ้นทอดนี่ยังร้อนอยู่ รีบเอากลับไปกินเถิด”
ดวงตาของซ่งชิงหยวนพลันแดงก่ำ เขารีบกล่าวขอบคุณ “พี่ชิงหลัน ขอบคุณขอรับ”
เมื่อเทียบกับความเอื้ออาทรของพี่ชิงหลัน พฤติกรรมของพวกเขานั้นแย่เกินไป
ส่วนซ่งชิงหลิน เจ้าตะกละไม่อาจห้ามใจ หยิบลูกชิ้นทอดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
“พี่ชิงหลัน ลูกชิ้นทอดของท่านหอมมากขอรับ!”
ซ่งชิงหลันลูบหัวของเขา “ถ้าเจ้าชอบกิน ต่อไปหากที่บ้านพี่ทำลูกชิ้นทอดอีกจะเรียกเจ้ามากินด้วย รีบกลับบ้านเถิด”
พวกเขาไม่ใช่แค่ลูกชายของหลิวกุ้ยเสียเท่านั้น แต่ยังเป็นลูกของท่านอาเล็กด้วย อีกทั้งพวกเขายังรู้เรื่องรู้ราว ซ่งชิงหลันย่อมยินดีที่จะทำดีกับพวกเขา
“ขอบคุณขอรับ พี่ชิงหลัน”
เด็กทั้งสองทักทายและบอกลาทุกคน จากนั้นก็ออกจากประตูไปพร้อมชามในมืออย่างมีความสุขราวกับพบเจอขุมทรัพย์
หลังจากที่พวกเขาก้าวข้ามธรณีประตูบ้านของซ่งชิงหลัน หลิวกุ้ยเสียอดใจรอไม่ไหว รีบจับมือของพวกเขาพร้อมเอ่ย “เร็วเข้า! ให้แม่ดูหน่อยเถิดว่าลูกชิ้นทอดเป็นอย่างไร?”
ท่าทีหลิวกุ้ยเสียเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่เมื่อนางเห็นลูกชิ้นในชาม ใบหน้าของนางพลันแปรเปลี่ยนไปทันที
นางคำราม “นี่มันอันใดกัน? ให้มาแค่นี้เองหรือ ให้ขอทานหรืออย่างไรกัน?”
ซ่งชิงหยวนกลัวว่าเสียงของหลิวกุ้ยเสียจะรบกวนคนในบ้าน เขาจึงรีบดึงมือของนาง “ท่านแม่ อย่าตะโกน พี่ชิงหลันให้ลูกชิ้นทั้งหมดแก่เราแล้ว!”
“ข้าไม่เชื่อ!” หลิวกุ้ยเสียรู้สึกว่านางถูกดูถูก “นางเด็กนั่นฉลาดเช่นนั้น นางต้องซ่อนลูกชิ้นไว้แล้วโกหกพวกเจ้าสองคนแน่! ไป! ตามแม่ไปหาลูกชิ้นของนาง!”
เมื่อเห็นว่าหลิวกุ้ยเสียจะเข้าไปในบ้านจริง ๆ ซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินจึบรีบดึงแขนซ้ายและขวาของนางไว้ทันที “ท่านแม่! อย่าไปทำตัวหน้าขายหน้าเลยขอรับ!”