ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 39 แต่งงานกับสะใภ้ที่ร้ายกาจ (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 39 แต่งงานกับสะใภ้ที่ร้ายกาจ (รีไรท์)
บทที่ 39 แต่งงานกับสะใภ้ที่ร้ายกาจ (รีไรท์)
หลิวกุ้ยเสียเต็มไปด้วยความโกรธราวกับแม่ไก่แก่ที่กำลังคลุ้มคลั่ง
ในตอนนั้นเอง ซ่งชิงหลันก็เดินออกมา นางกวาดสายตามองหลิวกุ้ยเสียพลางเยาะเย้ย “อาสะใภ้ จะหาเรื่องอันใดอีกเจ้าคะ?”
“ข้าน่ะหรือหาเรื่อง? ซ่งชิงหลัน นังเด็กนี่ ยังกล้าถามอีกหรือ ดูแล้วเจ้าจงใจสินะ! ให้ลูกชิ้นเรามาแค่ไม่กี่ลูก เจ้าคิดว่าข้าเป็นขอทานอย่างนั้นหรือ?”
สายตาของซ่งชิงหลันพลันเย็นชา “อาสะใภ้ ข้าคิดว่าขอทานยังดีกว่าท่านเสียอีกเจ้าค่ะ อย่างน้อยพวกเขาก็มาขอทานด้วยตัวเอง แต่ท่านนั้นกลับกัน อายเกินกว่าจะมาด้วยตัวเองเลยให้ชิงหย่วนและชิงหลินมา เป็นแม่ประสาใดเล่า? ไม่รู้จักละอายใจสักนิด!”
สตรีแพศยา มีแรงมีกำลังก็ไปทำงานหาเงินสิ มาหานางเพื่อขอข้าวอะไรกัน!
“ก็แค่ลูกชิ้นไม่กี่ลูกไม่ใช่หรือ? เจ้ามีความสามารถใดกัน?” หลิวกุ้ยเสียเชิดหน้าขึ้นราวกับไก่ที่พร้อมสู้ “ลูกชิ้นพวกนี้ ข้าไม่เห็นจะชอบ พวกเจ้าอย่าไปกินมันล่ะ”
หลิวกุ้ยเสียกระแทกชามในมือของซ่งชิงหย่วนและซิงชิงหลินอย่างเกรี้ยวกราด
เสียง ‘เพล้ง’ ของชามที่ตกแตกลงบนพื้นดังขึ้น พวกลูกชิ้นก็กลิ้งไปตามพื้นเช่นกัน
ซ่งชิงหลินพลันอุทานออกมา “อ๊ะ! ลูกชิ้นของข้า! ท่านแม่ เหตุใดถึงทิ้งลูกชิ้นไปขอรับ!”
ซ่งชิงหยวนนั่งยองกับพื้นทันที เขาเอ่ยกับซ่งชิงหลินว่า “ไม่ต้องร้องไห้ เก็บลูกชิ้นพวกนี้ขึ้นมาเถิด เรายังเอามากินได้”
ซ่งชิงหลินพยักหน้า จากนั้นจึงรีบเก็บลูกชิ้นบนพื้นใส่ไว้ในเสื้อผ้าของเขา ทั้งยังเผลอเอาเข้าปากไปด้วยสองลูกเพราะกลัวจะถูกห้ามอีก
หลิวกุ้ยเสียมองการกระทำของเด็กทั้งสองจึงยิ่งเดือดดาล “ทำอันใดกัน! ผู้ใดอนุญาตให้พวกเจ้าเก็บ! ของไร้ค่าเช่นนี้!”
ในขณะที่เอ่ย นางขว้างลูกชิ้นที่ซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินเพิ่งหยิบขึ้นมาลงบนพื้นอีกครั้ง ก่อนจะเหยียบเพื่อบดขยี้มัน
เด็กชายทั้งสองดึงเท้าของหลิวกุ้ยเสียไว้พลางร้องเรียก “ท่านแม่! อย่าเหยียบขอรับ! อย่าเหยียบมัน!”
นี่ไม่ได้เป็นเพียงสมบัติของพวกเขา แต่เป็นสิ่งที่พี่ชิงหลันทำงานหนักเพื่อแลกมันมา!
ซ่งชิงหลันทนไม่ไหว “อาสะใภ้! ท่านทำเกินไปแล้ว! ลูกชิ้นพวกนี้เป็นของน้องชายทั้งสองของข้า ท่านมีสิทธิ์ใดมาเหยียบย่ำมัน?”
หลิวกุ้ยเสียพลันยกยิ้มอย่างมีเลศนัย “ข้าทำสิ่งที่ชอบ เจ้าจะมาสนใจอันใดเล่า?”
ความวุ่นวายภายนอกประตูนั้นได้ยินไปถึงคนในบ้าน แม่เฒ่าซ่งและหลานชายทั้งสามจึงออกมาเช่นกัน
เมื่อมองไปที่ซ่งชิงหลินและซ่งชิงหยวนซึ่งนั่งกุมเท้าของหลิวกุ้ยเสียอยู่บนพื้น หญิงชราพลันเอ่ยถามขึ้น “ชิงหยวน ชิงหลิน พวกเจ้าสองคนทำอันใดอยู่ตรงนั้น?”
ซ่งชิงหลินร้องไห้ ปล่อยให้น้ำตาและน้ำมูกไหลอาบใบหน้า เขาสะอึกสะอื้น ก่อนเอ่ยว่า “ท่าน… ย่า… แม่ ท่านแม่เหยียบย่ำลูกชิ้นของเราไปแล้ว ฮึก ฮือ เราไม่มีลูกชิ้นให้กินอีกแล้วขอรับ ฮือ…”
ได้ยินดังนั้น ซ่งชิงตงก็หัวเสียขึ้นโดยพลัน “อาสะใภ้ นี่มันเกินไปหรือไม่ ลูกชิ้นพวกนี้ ท่านพี่ของข้าต้องเสียเงินไปไม่น้อยเพื่อซื้อเนื้อมาทำ!”
พวกเขายังไม่สามารถกินได้มากไปกว่านี้ แต่สตรีร้ายกาจนางนี้กลับทำเช่นนี้
ซ่งชิงซียังถามอีกว่า “ถูกต้อง! ถ้าท่านไม่กินแล้วจะเอาอาหารมาทิ้งขวางเช่นนี้เพื่อสิ่งใด?”
ซ่งชิงเป่ยพึมพำเสียงต่ำ “เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเป็นท่านที่ให้ซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินมาขอ”
หลิวกุ้ยเสียกวาดสายตามองไปยังทุกคนแล้วตะโกนโวยวาย “พวกเจ้าจะทำอันใด? คิดว่ามีคนมากกว่าแล้วจะมารังแกกันเช่นนั้นหรือ”
ชีวิตนี้ช่างอยู่ยากนัก ตระกูลซ่งทั้งตระกูลล้วนต่อต้านนาง
ซ่งชิงหลันยกยิ้มเย็น “ไม่มีผู้ใดที่นี่ต้องการกลั่นแกล้งท่าน มีแต่ท่านนั่นแหละที่หาแต่เรื่อง!”
หลิวกุ้ยเสียรู้สึกกินปูนร้อนท้องจึงเอ่ยประโยคหนึ่งทิ้งไว้ “ฮึ่ม! ข้าไม่อยากทะเลาะกับเจ้าแล้ว”
หลังเอ่ยจบนางก็ลากลูกชายทั้งสองกลับบ้าน “ไป! กลับบ้าน!”
ซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินถูกลากกลับบ้านไปพร้อมกับร้องไห้ ตามมาด้วยเสียงดุด่าของหลิวกุ้ยเสียที่ลอยผ่านผนังกั้นมา
แม่เฒ่าซ่งส่ายหน้าอย่างจนปัญญาพลางเอ่ยเสียงแผ่วเบา “เป็นการแต่งงานกับสะใภ้ที่ร้ายกาจจริง ๆ ไม่มีความสงบสุขในครอบครัวเลย!”