ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 40 เป็นท่านแม่ที่ก่นด่าพี่ชิงหลัน (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 40 เป็นท่านแม่ที่ก่นด่าพี่ชิงหลัน (รีไรท์)
บทที่ 40 เป็นท่านแม่ที่ก่นด่าพี่ชิงหลัน (รีไรท์)
เมื่อหลิวกุ้ยเสียกลับถึงบ้าน นางก็ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง
ซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินยังคงคร่ำครวญถึงลูกชิ้นที่ถูกเหยียบ ทั้งยังร้องไห้สะอึกสะอื้น
ในตอนนั้นเอง ซ่งอวิ๋นเฟิงที่เลิกงานแล้วก็กลับมาถึงบ้านพอดี
ทันทีที่เข้ามาในบ้าน เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะลูกชายทั้งสองกำลังร้องไห้อยู่ โต๊ะอาหารก็ไม่ได้จัดโต๊ะไว้เหมือนเคย
ซ่งอวิ๋นเฟิงพลันขมวดคิ้ว เขามองไปยังหลิวกุ้ยเสียแล้วเอ่ยถาม “ภรรยา เกิดสิ่งใดขึ้น เหตุใดอาหารยังไม่พร้อมอีกเล่า เด็ก ๆ หิวหรือเปล่า?”
“สามี! ในที่สุดท่านก็กลับมา ข้าถูกรังแก! ข้าถูกรังแก! ฮือ” หลิวกุ้ยเสียเริ่มการแสดง ก่อนจะนั่งลงร้องไห้ที่พื้น
คนที่ไม่รู้ย่อมคิดว่านางต้องทนทุกข์กับเรื่องมากมายแน่
แต่ซ่งอวิ๋นเฟิงเป็นสามีของนางมาเป็นเวลาหลายปี เขาคุ้นเคยกับละครของนางเสียแล้ว กลอุบายของนางคือ หนึ่งร้องไห้ สองโวยวาย สามจะแขวนคอ
ภรรยาของเขาเป็นคนเฉลียวฉลาดเพียงนี้ มีเพียงนางที่รังแกคนอื่น แล้วไหนเลยจะปล่อยให้คนอื่นมารังแกตน
ซ่งอวิ๋นเฟิงจึงไม่ถือสา เขานั่งลงถัดจากลูกชายทั้งสองพลางมองไปยังหลิวกุ้ยเสียซึ่งอยู่บนพื้น ก่อนเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ “ผู้ใดรังแกเจ้า?”
หลิวกุ้ยเสียเอ่ยอย่างฮึกเหิม “จะเป็นผู้ใดไปได้เล่าถ้าไม่ใช่หลานสาวที่รักของท่าน!”
ซ่งอวิ๋นเฟิงยิ่งสับสน “หมายถึงหลันหลันหรือ?”
เขาพลันเอ่ยพึมพำ “ถ้าไม่ใช่ว่าเจ้าไปรังแกนางก่อน นางจะรังแกเจ้าได้อย่างไร!”
หลิวกุ้ยเสียยังคงสะอึกสะอื้น นางเอ่ยต่อ “ใช่แล้ว! นางนั่นแหละ สตรีนางนี้ร้ายกาจเกินไปจริง ๆ ในสายตาของนาง นางไม่แม้แต่จะมองว่าข้าเป็นผู้อาวุโสกว่าสักนิด ทั้งก่นด่า ทั้งดูถูกข้า ทั้งยังพยายามทำร้ายข้า!”
เมื่อซ่งชิงหยวนได้ยินเช่นนี้ เขาก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นก่อนจะตะโกนออกมา “ท่านแม่โกหก! ท่านแม่โกหก! ความผิดของท่านแม่ล้วน ๆ พี่ชิงหลันเป็นคนดี!”
“เพียะ!”
ก่อนที่ซ่งชิงหยวนจะเอ่ยจบ หลิวกุ้ยเสียก็ตบปากของเขาแล้วเอ่ยเสียงดัง “เจ้าพูดเรื่องบ้าอันใด ไอ้ลูกเวร เหตุใดเจ้าถึงเห็นคนอื่นดีกว่าแม่ตัวเอง”
นางทำบาปกรรมไว้มากเพียงใดกัน แม้แต่บุตรชายของนางเองยังเข้าข้างคนนอก
น้ำตาแห่งความข่มขื่นของซ่งชิงหยวนไหลร่วงลงทันใด “ข้าไม่ได้พูดไร้สาระ! ท่านมักจะรังแกพี่ชิงหลัน ท่านเป็นคนเลว! ข้าไม่อยากมีแม่เช่นนี้!”
หลิวกุ้ยเสียโกรธมากเสียจนนัยน์ตาแดงก่ำ นางเงื้อมือขึ้นอีกครั้ง “เจ้าพูดอีกครั้งซิ! พูดอีกครั้ง! แม่จะตบปากเจ้าให้แตก!”
“พอแล้ว!” ซ่งหอวิ๋นเฟิงจับข้อมือของนางไว้ จากนั้นก็เอ่ยเสียงเย็นว่า “เจ้าจะพอได้หรือยัง! เหตุใดอยู่ดี ๆ จะมาตบตีลูก?”
ซ่งอวิ๋นเฟิงเองได้ยินคำพูดของซ่งชิงหยวนก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
หลังจากที่เขาหยุดหลิวกุ้ยเสียไว้ เขาก็หันมาปลอบซ่งซิงหยวนอย่างนุ่มนวล “ชิงหยวนบอกพ่อทีเถิดว่าเกิดสิ่งใดขึ้น?”
ริมฝีปากของซ่งชิงหยวนบวมแดงจากการถูกตบ เขาจึงพูดได้ไม่ชัดนัก แต่เด็กหนุ่มก็เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างละเอียด
ซ่งชิงหลินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา “ไม่มีลูกชิ้นแล้ว ท่านพ่อขอรับ ข้าอยากกินลูกชิ้น ท่านแม่ต่างหากที่ผิด ยังจะไปดุด่าพี่ชิงหลันอีก…”
ซ่งอวิ๋นเฟิงโกรธจนร่างของเขาสั่นเทิ้ม เขาพลันลุกขึ้นยืนพลางใช้ดวงตาจับจ้องไปยังหลิวกุ้ยเสียอย่างเดือดดาล “พวกเขาพูดจริงหรือไม่?”
หลิวกุ้ยเสียเผยอปากของนางขึ้น ก่อนจะเอ่ยอย่างฉุนเฉียว “ถ้าเป็นเรื่องจริงแล้วอย่างไร? มันก็แค่ลูกชิ้นไม่กี่ลูก? ข้าไม่สนใจมันเสียด้วยซ้ำ ข้า…”
“เพียะ!”
ก่อนที่หลิวกุ้ยเสียจะเอ่ยจบประโยค ซ่งอวิ๋นเฟิงตบเข้าที่ใบหน้าของนางโดยพลัน!
Pchaya
ตบปากมันอีก หย่าไปเลยท่านอาเล็ก