ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 41 ข้าจะหย่ากับเจ้า
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 41 ข้าจะหย่ากับเจ้า
บทที่ 41 ข้าจะหย่ากับเจ้า
ในสายสายตาของหลิวกุ้ยเสีย ซ่งอวิ๋นเฟิงเป็นสามีที่อยู่ในโอวาทของนางเสมอ
แม้ว่าเขาจะไม่ได้เรื่องได้ราว แต่ก็ง่ายที่จะควบคุม
ทว่าตั้งแต่นังตัวดีซ่งชิงหลันกลับมาอยู่ที่ตระกูลซ่ง สามีซื่อบื้อของนางก็เริ่มเปลี่ยนไป เขาเริ่มต่อต้านและขัดใจนางบ่อยครั้งขึ้น
ยิ่งหลิวกุ้ยเสียคิดถึงเรื่องนี้มากขึ้นเท่าไรนางก็ยิ่งหงุดหงิดใจ คนเป็นภรรยาทิ้งตัวนั่งลงที่พื้นแล้วกรีดร้องเสียงดัง “คนสารเลว ใจจืดใจดำ ไร้ประโยชน์สิ้นดี!”
“นี่เจ้าจะทรมานภรรยาของตนเองต่อไปได้อย่างไรกัน แม้แต่เงินจะหาซื้อเนื้อมากินก็ยังไม่มีปัญญา ฮือออ…ให้ตาย เหตุใดข้า…ข้าจะต้องทนอยู่ต่อไป”
ความอดทนหลายปีของซ่งอวิ๋นเฟิงในที่สุดก็สะบั้นลง
เขาชี้หน้าหลิวกุ้ยเสียด้วยความโกรธ “ใช่ เจ้าพูดถูก ข้ามันคนไร้ค่า แม้แต่จะดูแลแม่ตัวเองก็ยังทำไม่ได้ หลานชายหลานสาวก็ถูกกลั่นแกล้ง ข้าทำได้แต่เฝ้าขอโทษพี่ชายที่ตายไปแล้ว อีกอย่างน้องสะใภ้ก็ไม่ได้เป็นคนดีเลยสักนิด”
น้ำเสียงของเขามีแววเย้ยหยัน “เจ้าบอกว่าทนอยู่กับข้าต่อไปไม่ได้ใช่หรือไม่ เช่นนั้นดีเลย เจ้าไม่ต้องอยู่อีกต่อไปแล้ว”หลิวกุ้ยเสียตกตะลึงในทันที
ปกติแล้วเมื่อใดที่นางเริ่มร้องไห้ ขู่ว่าจะไปแขวนคอตาย ซ่งอวิ๋นเฟิงก็จะไร้ทางเลือกนอกจากยอมจำนนให้นางในที่สุด
หากแต่ครั้งนี้เขากลับเปลี่ยนไป ไม่เป็นดังเช่นที่นางคาดการณ์ไว้ จู่ ๆ สามีบื้อของนางก็กลับแข็งข้อขึ้นมาเสียได้
“ซ่งอวิ๋นเฟิง… เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
ซ่งอวิ๋นเฟิงมีท่าทีนิ่งเฉยยามเอ่ยตอบออกมาเสียงดัง “ไม่เข้าใจหรืออย่างไร ข้าจะหย่ากับเจ้า!”
หลิวกุ้ยเสียจ้องสามีเขม็ง “ซ่งอวิ๋นเฟิง! นี่เจ้ากล้าพูดเรื่องหย่าออกมาหรือ”
“ใช่ ข้านี่แหละ ข้าทนมามากเกินไปแล้ว ไม่ทนอีกต่อไปแล้ว!”
“นี่เจ้ายังจะกล้ามาพูดว่าที่ผ่านมาอดทนกับข้ามาตลอดอย่างนั้นหรือ!” หลิวกุ้ยเสียโกรธจนดวงตาแทบลุกเป็นไฟ “คนที่ต้องทนมันคือข้าต่างหาก ที่ต้องยอมทนเป็นเมียยาจกอย่างเจ้า”
“คนอย่างหลิวกุ้ยเสียต่างหากที่โชคร้ายเหมือนทำบาปทำกรรมมาแปดชาติ ต้องมาแต่งงานกับเจ้า”
ซ่งอวิ๋นเฟิงเองก็ตาแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ เขาทิ้งชามข้าวลงกับพื้นเสียงดัง ‘เคร้ง!’
“หลายปีที่ผ่านมาเจ้าได้ทำกระไรดี ๆ บ้างหรือไม่ ตั้งแต่แต่งเข้าบ้านเรามา มีกระไรที่เรียกได้ว่าเป็นประโยชน์บ้าง”
“บังคับให้ข้าแยกบ้านกับท่านแม่และหลาน ๆ พวกเขาต้องทนอดอยาก ก็เป็นเจ้าที่ไม่ยอมให้ข้าแบ่งอาหารให้ไม่ใช่หรือ ไหนจะหลานสาวคนโตที่ถูกตระกูลไป๋รังแก เจ้ากลับดูสนุกสนานที่ได้เห็นเช่นนั้น คนอย่างเจ้า มีจิตสำนึกบ้างหรือไม่”
นางเองก็ทิ้งชามข้าวลงพื้นด้วยความโกรธเช่นกัน “ได้เลย ในเมื่อเจ้าบอกว่าข้าเป็นภรรยาที่แย่มากใช่หรือไม่ ดี! เช่นนั้นข้าจะไม่เป็นแล้ว ไปก็ได้ ฮึ!”
ว่าจบนางก็สับเท้าเข้าไปในห้องเพื่อเก็บข้าวของส่วนตัวของตนเอง
ระหว่างที่มือกำลังรวบรวมของต่าง ๆ ปากก็สบถด่า สาปแช่งออกมาไม่หยุด “ไอ้คนใจดำไร้หัวใจ ถ้าไม่มีข้าคอยดูแลมาตลอดจะอยู่รอดมาจนทุกวันนี้หรือไม่ ถ้าคิดว่าตัวเองดีนักก็อยู่ไปเลย ตระกูลซ่งของเจ้าไม่เห็นจะมีกระไรดีสักอย่าง…”
คนเป็นสามีเมื่อเห็นว่าภรรยากำลังเข้าไปเก็บเสื้อผ้า ซ่งอวิ๋นเฟิงก็ไม่มีทีท่าจะเข้าไปห้ามนางเลยแม้แต่น้อย
เขานิ่งมากจนทำให้หลิวกุ้ยเสียเริ่มกระวนกระวายใจ “นี่เจ้าจะไม่ใยดีข้าจริง ๆ ใช่หรือไม่ ไอ้คนเฮงซวย ดี ได้ แล้วจะได้เห็นดีกัน”
นางเตะประตูอย่างแรง จนส่งเสียงดังลั่น และจงใจเดินผ่านสามพ่อลูกไป
น้ำตาของซ่งชิงหลินอาบใบหน้าในขณะที่มองไปยังมารดาเดินออกจากบ้านไปพร้อมข้าวของ จึงรีบตะโกนไล่หลังไป “ท่านแม่ ท่านจะไปที่ใด ท่านยังไม่ได้เอาข้าวให้เรากินเลย!”