ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 42 พ่อเจ้านั่นแหละที่บังคับให้แม่ต้องไป
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 42 พ่อเจ้านั่นแหละที่บังคับให้แม่ต้องไป
บทที่ 42 พ่อเจ้านั่นแหละที่บังคับให้แม่ต้องไป
หลิวกุ้ยเสียโมโหจนอกแทบแตก
ไอ้เด็กพวกนี้ เวลาเช่นนี้ยังจะมาถามหาแต่กับข้าว นี่นางเลี้ยงลูกไม่ได้เรื่องสองคนนี้มาตลอดได้อย่างไรกัน
นางถอนหายใจอย่างแรง แล้วหันหลังกลับมาขึ้นเสียง “พ่อเจ้านั่นแหละที่บังคับให้แม่ต้องไป ถ้าเขาประเสริฐมากนักก็คงเลี้ยงพวกเจ้าเองได้!”
ซ่งอวิ๋นเฟิงไม่แม้แต่จะชายตามองภรรยา ซ้ำยังโบกมือไล่อย่างไม่สบอารมณ์
“ไป ๆ จะไปก็รีบไป ยังจะมามัวพูดอยู่อีก”
…
หลังจากที่ซ่งชิงหลันกินมื้อเย็นเรียบร้อย นางก็ส่งลูกเล็กทั้งสองเข้านอนที่ห้องของแม่เฒ่าซ่ง
แต่กลับไปยินเสียงทะเลาะกันของซ่งอวิ๋นเฟิงและหลิวกุ้ยเสียอีกครั้ง
ท่านย่าที่เป็นแม่ของพวกเขาแอบฟังอยู่ที่มุมห้อง นางได้ยินเสียงโต้เถียงกันอยู่เรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงเด็กสองคนร้องไห้ และเสียงชามแตก
ราวกับว่านี่อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้
หญิงชราเกิดความสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อได้ฟังเสียงเอะอะนั่น นางเหลือบตามองมาทางซ่งชิงตงที่แอบฟังอยู่ด้วยเช่นกัน แล้วถามอย่างแผ่วเบาว่า “ชิงตง เหตุใดครั้งนี้อาเจ้าเขาทะเลาะกันแรงถึงเพียงนี้”
หูของแม่เฒ่าซ่งเริ่มจะไม่ค่อยดีแล้ว จึงทำให้ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้ชัดเจนนัก
ซ่งชิงตงเอาหูแนบกับผนัง “ก็น่าจะเหมือนทุกครั้งนะขอรับ อาสะใภ้รองหาเรื่องท่านอารอง อ๊ะ เรื่องใหญ่แล้ว!”
ซ่งชิงตงเอ่ยเสียงดังท่าทางเคร่งเครียดขึ้นมาทันใด
นั่นทำให้ท่านย่าประหม่าขึ้นมา “เกิดกระไรขึ้นหรือ?”
หลานชายคนโตกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ “ข้าได้ยินท่านอารองบอกว่าจะหย่ากับอาสะใภ้ แล้วอาสะใภ้จะออกจากบ้าน”
“ว่าอย่างไรนะ จริงหรือ!” แม่เฒ่าซ่งย่ำเท้าอย่างร้อนใจ “ไป เราไปดูกันเถิด”
แม่เฒ่าซ่งและซ่งชิงตงเดินมาถึงที่กำแพงระหว่างที่หลิวกุ้ยเสียกำลังเดินออกมาจากบ้านด้วยความโกรธพร้อมกับข้าวของในมือ
“ลูกสะใภ้ มันดึกมากแล้ว เจ้าขนของจะไปที่ใด”
ความโกรธที่หลิวกุ้ยเสียมียิ่งปะทุรุนแรงมากขึ้นเมื่อพบหน้าหญิงชราและเด็กหนุ่ม ที่ฝีปากไม่ได้ลดราวาศอกลงเลย
นางมองอย่างเย็นชา ก่อนเอ่ยอย่างเย้ยหยัน “ลูกชายไม่เอาไหนที่ท่านเป็นคนเลี้ยงมาบอกว่าจะหย่ากับข้าอย่างไรเล่า ข้าทนอยู่บ้านเฮงซวยนี่ต่อไปไม่ไหวแล้ว หลีกทาง!”
ว่าจบนางก็จงใจเดินแทรกระหว่าสองย่าหลานด้วยความโกรธ
“หยุดนะ!” ซ่งชิงตงคว้าแขนของนางไว้ด้วยความโกรธ “กล้าดีอย่างไรมาพูดถึงท่านย่าของข้าเช่นนั้น ขอโทษท่านย่ามาก่อน”
หลิวกุ้ยเสียเบิกตากว้าง ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโมโห “เหตุใดเล่า แก่แล้วไม่ผิด แตะไม่ได้หรือ ไอ้เด็กเหลือขอ เพราะเจ้าด้วยเหมือนกันที่ทำให้ข้าต้องทะเลาะกับซ่งอวิ๋นเฟิงทุกวัน หลีกไป!”
ว่าจบนางก็ผลักซ่งชิงตงลงกับพื้นอย่างแรง
แม่เฒ่าซ่งจึงรีบเข้าไปหาหลานชาย “ชิงตง เจ้าเป็นกระไรหรือไม่”
เด็กหนุ่มส่ายหน้า “ท่านย่า ข้าไม่เป็นกระไรขอรับ”
“ดีแล้ว ลุกขึ้นเถิด”
แม่เฒ่าซ่งกำลังจะช่วยให้หลานชายลุกขึ้น แต่นางกลับไม่สามารถทรงตัวได้ หญิงชราเซถลาไปด้านหน้าและล้มลง
โชคดีที่หิมะบนพื้นหนาเพียงพอที่จะรับร่างบอบบางของหญิงชราเอาไว้ได้โดยไม่ทำให้บาดเจ็บ
ถึงกระนั้นซ่งอวิ๋นเฟิงก็ตามมาเห็นเหตุการณ์อย่างพอดิบพอดี “ท่านแม่!”
ซ่งอวิ๋นเฟิงรีบตรงเข้ามาช่วยแม่ที่แก่ชราให้ลุกขึ้นจากพื้น
เขาตะโกนใส่ภรรยาที่เพิ่งจะทะเลาะกันมาอย่างโกรธเกี้ยว “นังสารเลว! นี่เจ้าทำกระไรท่านแม่ข้ากับชิงตง”
“ข้า ข้า ข้าไม่ได้ทำกระไรนางเลย ก็แค่พูดด้วยไม่กี่คำ” ครั้งนี้หลิวกุ้ยเสียรู้สึกพูดไม่ออกจริง ๆ นางไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างไร
ซ่งอวิ๋นเฟิงตะคอกอย่างไม่อาจทนได้ “ออกไปประเดี๋ยวนี้! รีบไปเลยนะ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้ากลับมาเหยียบที่นี่อีก ไป!”
Pchaya
ท่านอา อย่าลืมเขียนหนังสือหย่าให้นางด้วย