ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 43 กลับบ้านเดิมด้วยความโกรธ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 43 กลับบ้านเดิมด้วยความโกรธ
บทที่ 43 กลับบ้านเดิมด้วยความโกรธ
หลังจากที่หลิวกุ้ยเสียจากไป แม่เฒ่าซ่งก็หันหน้ามองลูกชาย แล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ
ลูกชายคนเล็กเป็นคนซื่อตรง มักจะถูกภรรยากดขี่ข่มเหงมาตั้งแต่ยังอยู่ด้วยกัน เป็นเวลาที่ยาวนานมาก กว่าเขาจะตัดสินใจได้ในวันนี้
ลูกชายมองมาทางแม่ของตนเองเช่นกัน เขาเริ่มถามอย่างเป็นห่วง “ท่านแม่ ท่านเจ็บตรงใดหรือไม่ขอรับ ตกใจมากหรือไม่”
“แม่สบายดี อวิ๋นเฟิง เราเข้าไปคุยกันข้างในเถิด”
ซ่งชิงตงและซ่งอวิ๋นเฟิงมาช่วยกันพยุงหญิงชรา ซ่งชิงหลันก็กำลังออกมาดูเช่นกัน ทั้งสี่คนจึงรวมตัวกันที่บ้านของซ่งอวิ๋นเฟิง
ภายในบ้านมีซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินกำลังร้องไห้ด้วยความหิว
เมื่อเห็นหลานชายที่น่าสงสารทั้งสอง ท่านย่าก็เข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง “เจ้าสองคนยังไม่ได้กินอันใดอีกหรือ”
ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ลูก ๆ มักจะเป็นฝ่ายที่ต้องทนทุกข์ที่สุดยามพ่อแม่ทะเลาะกัน
ซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินรีบพยักหน้ารับพร้อมสะอึกสะอื้น
ซ่งชิงหลันจึงรีบเข้าไปดูทันที “ชิงหลิน เจ้าไปจุดไฟ ซิงตงกับชิงหยวนมาช่วยข้า”
ซ่งชิงหลันหมายจะสอนพวกเขาทำอาหาร
เพียงไม่นานหลังจากนั้น วุ้นเส้นตุ๋นผักกาดขาวหนึ่งหม้อกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็พร้อมตั้งโต๊ะ
ซ่งชิงหลันมองไปยังลูกพี่ลูกน้องทั้งสองแล้วเอ่ยเบา ๆ “ชิงหยวน ชิงหลิน เจ้าทั้งสองก็ไม่ใช่เด็กน้อยแล้ว เมื่อใดที่หิวข้าวก็ลองทำอาหารกินเองเถิด พวกเจ้าทำได้หรือไม่”
“ได้ขอรับ พวกข้าเข้าใจแล้วพี่ชิงหลัน” ทั้งสองพยักหน้ารับ
แม่เฒ่าซ่งก็นั่งอยู่ที่โต๊ะ มองสามพ่อลูกกินอาหารด้วยเช่นกัน
หลังจากลังเลอยู่นานในที่สุดนางก็เอ่ยถามขึ้นว่า “อวิ๋นเฟิง เจ้าคิดจะหย่ากับลูกสะใภ้จริง ๆ หรือ เจ้าแน่ใจใช่หรือไม่”
ลูกชายคนเล็กพลันหยุดตะเกียบแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มตอบว่า “ท่านแม่ ข้าตัดสินใจแล้วขอรับ ข้าเป็นลูกที่ไม่ดีมาหลายปี”
“อกตัญญูต่อท่านแม่ เป็นอาที่ไม่ได้เรื่อง ดูแลเด็ก ๆ ที่พี่ใหญ่ฝากฝังไว้ไม่ได้ จากนี้จะไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้วขอรับ ครอบครัวเราจะมีชีวิตที่ดี”
หญิงชราพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “หากเจ้าไตร่ตรองดีแล้ว ไม่ว่าจะเลือกทางใดแม่ก็จะอยู่ข้างเจ้า”
ไม่ใช่ว่านางไม่อยากให้พวกเขาอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยาอย่างสงบสุข หากแต่นางก็รู้ดีกว่าลูกชายต้องทนทุกข์เพียงใดกับการใช้ชีวิตร่วมกับหลิวกุ้ยเสีย
บ้านเดิมของหลิวกุ้ยเสียอยู่ที่หมู่บ้านหลิวเจีย เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ เขตชายขอบเมืองหลวง ไม่ได้ห่างจากตรอกหย่งเหอเกินกว่าจะเดินทางกลับไปไม่ถึงได้ในวันนี้
เมื่อนางกลับมาถึงบ้านก็พบว่าท่านพ่อกับท่านแม่หลับไปเสียแล้ว
เพราะอากาศหนาวจัดจนมือเท้าของหลิวกุ้ยเสียชาไปหมด จากการเดินทางท่ามกลางสภาพอากาศเช่นนี้
นางเอื้อมมือไปเคาะประตูแล้วตะโกนเสียงดัง “ท่านพ่อ ท่านแม่ เปิดประตูให้ข้าที”
เจ้าสุนัขสีน้ำตาลแดงตัวใหญ่ที่ลานหน้าบ้านเห็นนางก็เห่าเสียงดัง จนทำให้หลิวต้าหนิวและเฮ่อชุนฮวาที่หลับอยู่ด้านในตื่นขึ้นมา
เฮ่อชุนฮวาสะกิดแขนหลิวต้าหนิว “นี่พ่อ ได้ยินเสียงเคาะปะตูหรือไม่”
หลิวต้าหนิวพลิกตัวหันหลังให้นางแล้วพึมพำ “ไม่ นอนเถิด ข้าง่วงแล้ว”
หากแต่เจ้าหมาด้านนอกกลับเห่าด้วยเสียงดังยิ่งกว่าเดิม
“ท่านพ่อ ท่านแม่ เปิดประตูเร็ว ข้ากลับมาแล้ว”
เฮ่อชุนฮวาตื่นเต็มตาขึ้นมาทันที “ตาแก่ มีคนมาเรียกอยู่หน้าบ้านจริง ๆ เหมือนว่าเสียจื่อจะกลับมาบ้าน!”
ระหว่างที่พูดชื่อนั้น เฮ่อชุนฮวาก็รีบลุกขึ้นจากที่นอน สวมเสื้อคลุมบุนวมตัวหนารีบออกไปเปิดประตู
นางรีบตะโกนถามออกไป “เสียจื่อ นั่นเจ้าหรือ?”
“ท่านแม่ ข้าเอง ข้ากลับมาแล้ว”
ทันทีที่ได้ยินเสียงของลูกสาว คนเป็นแม่ก็เร่งฝีเท้ารีบไปเปิดประตู “ดึกดื่นป่านนี้… เหตุใดเจ้าถึงได้…”
เมื่อนางเปิดประตูออกก็พบว่าหลิวกุ้ยเสียยืนอยู่ด้านนอกเพียงลำพัง