ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 44 หากหย่ากันจริง ๆ แล้วเจ้าจะไปอยู่ที่ใด?
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 44 หากหย่ากันจริง ๆ แล้วเจ้าจะไปอยู่ที่ใด?
บทที่ 44 หากหย่ากันจริง ๆ แล้วเจ้าจะไปอยู่ที่ใด?
จู่ ๆ หัวใจของเฮ่อชุนฮวาก็ดังโครมครามในอก เพราะรู้สึกได้ถึงลางไม่ดี นางเริ่มถามลูกสาว “เสียจื่อ เหตุใดเจ้าจึงกลับมาเพียงลำพังเช่นนี้”
สีหน้าของลูกสาวพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางเดินเข้ามาที่ลานบ้านแล้วตอบอย่างแผ่วเบา “ท่านแม่ เราไปคุยกันข้างในเถิด ข้าจะแข็งตายอยู่แล้วเจ้าค่ะ”
หลังจากได้เข้าไปผิงไฟในบ้าน สีหน้าของหลิวกุ้ยเสียก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
หลิวต้าหนิวก็มีท่าทีประหลาดใจที่เห็นลูกสาวกลับมายามวิกาล เขาเหลือบตามองนางแล้วเริ่มถามอย่างตรงไปตรงมา “เสียจื่อ บอกความจริงกับพ่อมา เหตุใดเจ้าจึงกลับมากลางดึกเช่นนี้”
สตรีย่อมเข้าใจหัวอกกันมากกว่า เฮ่อชุนฮวาเข้าใจความคิดของลูกสาวในทันที “เสียจื่อ นี่เจ้าทะเลาะกับสามีใช่หรือไม่”
หลิวกุ้ยเสียก้มหน้าแล้วตอบเสียงอ่อน “เขาจะหย่ากับข้า”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ!”
“ว่าอย่างไรนะ!”
ผู้ใหญ่ทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็พากันตื่นตกใจ
หลิวต้าหนิวหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ “กล้าพูดเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร! นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นะ ตัดสินใจดีแล้วหรือ นี่แสดงว่าเจ้าจะต้องย้ายออกอย่างนั้นหรือ”
“นั่นสิ” เฮ่อชุนฮวากล่าวต่อ “เสียจื่อ ต่อให้เจ้าโกรธเขาเพียงใด เขาก็ไม่น่าจะปล่อยเจ้ากลับมาเช่นนี้ นี่แสดงว่าจะหย่ากันจริง ๆ อย่างนั้นหรือ”
หลิวกุ้ยเสียตอบด้วยความโกรธเคือง “จะหย่าก็หย่าเลย!”
หลิวต้าหนิวเริ่มทนไม่ไหว “นี่เจ้าพูดไร้สาระอันใด จะหย่าก็หย่าอย่างนั้นหรือ หากหย่าแล้วเจ้าจะไปอยู่ที่ใด”
หัวใจของลูกสาวแหลกสลาย นางเอ่ยถามขึ้น “ถ้าอย่างนั้น ข้าจะกลับมาที่นี่ ท่านแม่ ข้าจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับซ่งอวิ๋นเฟิงอีกต่อไปแล้วเจ้าค่ะ”
“นี่เจ้า…” หลิวต้าหนิวง้างมือขึ้นด้วยความโกรธ หมายจะตบลูกสาว หากแต่เฮ่อชุนฮวาห้ามเอาไว้ได้ทัน
เฮ่อชุนฮวาขยิบตาให้สามี “ตาเฒ่า กลับเข้าไปนอนก่อนดีกว่า อย่าโมโหนักเลย ปล่อยให้เด็ก ๆ คุยกันทีหลังเถิด ข้าจะช่วยพูดให้เอง”
หลิวต้าหนิวสะบัดมือ “คุยกันให้รู้เรื่องล่ะ!”
หลังว่าจบเขาก็หันหลังกลับเข้าห้องไป
เฮ่อชุนฮวานั่งลงข้างหลิวกุ้ยเสียอย่างเป็นห่วงและเริ่มเอ่ยอย่างจริงใจ “เสียจื่อ แม่ก็เป็นสตรีเช่นเดียวกับเจ้า หัวอกเดียวกับเจ้า แม่รู้ว่าสามีทำให้เจ้าเจ็บช้ำน้ำใจ”
“หากแต่เมื่อเป็นสามีภรรยากันแล้ว หนักนิดเบาหน่อยก็ต้องอภัยให้กัน อย่าให้ถึงขั้นต้องหย่าเลย”
สามีภรรยาบ้านใดบ้างที่ไม่เคยทะเลาะกัน ซ้ำนางยังรู้ดีว่าลูกเขยดูแลลูกสาวนางอย่างดีเสมอ
“ข้าไม่ทนแล้ว คราวนี้เป็นเขานั่นแหละที่ผิด เหตุใดข้าต้องไปขอโทษเขาด้วย”
เฮ่อชุนฮวาเหลือบมองนาง “เด็กโง่ เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ อวิ๋นเฟิงอยู่ใต้โอวาทของเจ้ามาตลอด ถ้าเขาไม่ได้โกรธจนถึงที่สุดแล้วจริง ๆ เขาจะกล้าพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร”
สิ่งที่ท่านแม่ว่านั้นสมเหตุสมผลทุกประการ และลึก ๆ แล้วหลิวกุ้ยเสียก็รู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด นางจึงเงียบไป
เฮ่อชุนฮวาเห็นว่าท่าทีของลูกสาวอ่อนลงเล็กน้อย จึงเริ่มโน้มน้าวต่อไป “แม้ตระกูลซ่งจะไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง แต่ก็ยังถือว่าเป็นคนในเมือง อย่างไรพวกเขาก็มีกินมีใช้ไม่ขัดสนเพียงแค่ต้องหางานทำเท่านั้น”
“มันเป็นเรื่องน่าเสียดายหากเจ้าจะหย่ากับเขาจริง ๆ”
ครอบครัวซ่งน้้นยากจน หากแต่โชคดีที่ซ่งอวิ๋นเฟิงยังมีค่าจ้างรายเดือน ต่างจากคนในหมู่บ้านที่ยังต้องพึ่งฟ้าฝนทำมาหากิน อดมื้อกินมื้อไปตามสภาพอากาศ
หลิวกุ้ยเสียเม้มปากเข้าหากัน “ท่านแม่ ตอนแต่งงานท่านเคยบอกข้าว่าครอบครัวเขาต้องจ่ายเงินให้เราเพราะเป็นการแต่งลูกสาวเข้าบ้าน”
เฮ่อชุนฮวายิ้มร้าย ท่าทางของนางเปลี่ยนไปในทันทีแล้วรีบพูดว่า “เสียจื่อ วันพรุ่งแม่จะพาเจ้ากลับไปที่บ้านนั้น เราต้องทวงความยุติธรรม ให้พวกเขารู้ว่าลูกสาวของเราไม่ได้ถูกรังแกได้ง่าย ๆ”
“เจ้าค่ะ” หลิวกุ้ยเสียก็คับแค้นใจเช่นกัน หากไม่ได้กลับไปสะสาง หัวใจนางคงไม่มีทางสงบลงได้