ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 384 ระวังหลงทาง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 384 ระวังหลงทาง
บทที่ 384 ระวังหลงทาง
เส้นทางสู่ยอดเขาชิงอวิ๋นนั้นขรุขระ ไม่เหมาะที่จะควบม้าขึ้นไป ซ่งชิงเป่ยและกู่ต้าหู่จึงผูกม้าให้เล็มหญ้าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่บริเวณตีนภูเขา และเดินขึ้นไปยังยอดเขาชิงอวิ๋นด้วยกัน
ยอดเขาชิงอวิ๋นอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก ยิ่งขึ้นไปยิ่งมีเมฆครึ้ม ม่านหมอกปกคลุม หากคนไม่รู้ทางเดินเข้ามา ย่อมหลงทางเนื่องจากไม่คุ้นชิน
ถึงแม้กู่ต้าหู่จะท่องอยู่ในยุทธภพเป็นเวลาหลายปี ทว่าเมื่อเห็นหมอกหนาตรงหน้า ยังอดรู้สึกตื่นเต้นระคนตึงเครียดไม่ได้
หากแต่ซ่งชิงเป่ยแย้มยิ้มออกมา “ต้าหู่ ตามข้ามาล่ะ อย่าได้หลงทางเชียว”
“ขอรับ” กู่ต้าหู่พยักหน้าตอบรับ จากนั้นจึงเบิกตากว้าง เดินตามซ่งชิงเป่ยไปติด ๆ กัน
“อันที่จริง เมฆหมอกนี้จะปกคลุมเพียงแค่ความสูงระดับนี้เท่านั้น หากพวกเราขึ้นไปสูงกว่านี้อีกหน่อย ก็จะไม่เห็นเมฆหมอกนี้แล้ว”
ทันทีที่ได้ยินซ่งชิงเป่ยเอ่ย เมฆหมอกตรงหน้าพวกเขาก็ค่อย ๆ กระจายหายไป ทัศนวิสัยเบื้องหน้าพวกเขาค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
“เมฆหมอกกระจายไปแล้ว!” กู่ต้าหู่ถอนหายใจเฮือกหนึ่งด้วยความโล่งอก
เขาหันกลับมา ยืนอยู่ในตำแหน่งที่เกือบจะเป็นจุดสูงสุด ทอดสายตามองลงไปเบื้องล่าง มองเห็นยอดแมกไม้สีเขียวมรกตซ้อนทับกันชั้นแล้วชั้นเล่าซ่อนเร้นอยู่ภายในเมฆหมอก กลายปราการธรรมชาติที่เกิดจากภูเขาสูงชันมากมายหลายลูกเรียงต่อกัน มองเห็นเลือนราง สวยงามเกินกว่าจะพรรณนาได้
เมื่อเห็นทิวทัศน์งดงามตระการตาตรงหน้าเขา กู่ต้าหู่อดอุทานออกมาตามคลื่นอารมณ์ไม่ได้ “ว้าว ที่นี่สวยยิ่งนัก! ข้าไม่เคยเห็นทิวทัศน์ที่งดงามเช่นนี้มาก่อนเลย ชิงเป่ย…”
สิ้นคำเขาก็หันหน้าไปมองชิงเป่ยที่อยู่ข้าง ๆ เขา
ชั่วขณะนี้เองรอยยิ้มบนใบหน้าของกู่ต้าหู่พลันชะงัก สีหน้ากลับกลายเป็นจริงจังขึ้นมา
นั่นเป็นเพราะ เขาเห็นลูกศรดอกหนึ่งพุ่งมาจากด้านหลังซ่งชิงเป่ย
รูม่านตาของกู่ต้าหู่หดลง ดึงซ่งชิงเป่ยมาอยู่ข้างหลังตนโดยพลัน “ระวัง!”
ขณะเดียวกันนั้น เขาชักกระบี่แหลมคมออกมาจากเอวฟันฉับไปยังลูกศรที่พุ่งเข้ามา
ซ่งชิงเป่ยชะงักงันไปชั่วขณะ แล้วจึงเอ่ย “นี่… ต้าหู่…”
ทันใดนั้น ลูกศรมากมายพลันพุ่งเข้ามาหาพวกเขาจากทุกทิศทุกทาง
กู่ต้าหู่ไม่มีเวลาได้ขบคิด เขาทะยานขึ้นไปฟาดฟันลูกศรทีละลูก แต่ละกระบวนท่าที่ใช้หมดจดงดงามไม่น้อย
ซ่งชิงเป่ยไม่เข้าใจเช่นกัน เขาเพียงประสานมือไว้ตรงหน้าอก มองกู่ต้าหู่ร่ายรำกระบี่ด้วยท่าทีประทับใจ
ถัดจากนั้น เส้นทางกลางป่าที่ทอดยาวออกไป มีเสียงหนึ่งดังก้องขึ้นมา “ผู้ใดกันที่กล้ามาที่นี่?”
ซ่งชิงเป่ยหัวเราะน้อย ๆ แล้วเอ่ยตอบป่าที่ไม่มีผู้ใดปรากฏตัวขึ้นมา “เป็นข้า ซ่งชิงเป่ย”
ทันทีที่เขากล่าวออกไป ทันใดนั้นเอง เงาสีครามพุ่งออกมาจากป่าปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขาในพริบตาเดียว
กู่ต้าหู่สัมผัสได้เพียงกระแสลมที่พัดผ่าน ทำให้เขาสูญเสียวิสัยทัศน์ในการมองเห็น เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็เห็นชายหนุ่มในชุดสีครามอมดำปรากฏต่อหน้าเสียแล้ว
ชายหนุ่มในชุดสีครามอมดำยิ้มให้ซ่งชิงเป่ย “ที่แท้ก็ชิงเป่ยนี่เอง ท่านอาจารย์ของข้ายังเอ่ยเมื่อสองสามวันที่แล้ว ว่านานแล้วที่เจ้าไม่ได้มายังยอดเขาแห่งนี้”
ซ่งชิงเป่ยยิ้มออกมาเช่นกัน “ท่านเจ้ายอดเขา เป็นอย่างไรบ้างขอรับ?”
“สบายดี เพียงแต่รู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย”
กู่ต้าหู่เห็นพวกเขาพูดคุยกันอย่างคุ้นเคย ก็กะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความฉงน จากนั้นจึงเอ่ยขึ้น “ที่แท้พวกเจ้ารู้จักกันหรือ?”
ซ่งชิงเป่ยหัวเราะ ‘ฮ่าฮ่า!’ ออกมาเสียงดัง “ข้าไม่ได้บอกเจ้าแล้วหรือ ข้ารู้จักกับท่านเจ้ายอดเขาเป็นอย่างดี”
เมื่อครู่นี้ลูกศรพุ่งเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่า กู่ต้าหู่จึงไม่ได้ครุ่นคิดมากมายถึงเพียงนั้น
ปล่อยให้ตนพยายามปกป้องเขาเสียเปล่า ท้ายที่สุดแล้วนี่เขาปกป้องความว่างเปล่าหรอกหรือ
กู่ต้าหู่เขม่นตามองชายหนุ่ม และเอ่ยขึ้นมาด้วยความโมโห “เช่นนั้นเหตุใดเมื่อครู่เจ้าไม่รั้งข้าไว้เล่า ปล่อยให้ข้าต้องสิ้นเปลืองพลังมากมายเพียงนั้น…”
“ข้าก็อยากห้ามเจ้า แต่การตอบสนองของเจ้ารวดเร็วยิ่งนักข้าเลยห้ามไม่ทัน ยิ่งไปกว่านั้น วรยุทธ์ของเจ้าสูงส่งเพียงนั้น ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่ได้รับบาดเจ็บ”
ชายหนุ่มในชุดสีครามอมดำสังเกตเห็นกู่ต้าหู่ จึงมองชิงเป่ยแล้วเอ่ยถาม “คุณชายท่านนี้คือ……..”
“เขาชื่อกู่ต้าหู่ เป็นสหายของข้า เขาชอบน้ำผึ้งร้อยบุปผาของยอดเขาชิงอวิ๋นเป็นอย่างมาก ข้าจึงพาเขามาด้วยน่ะ”
ชายหนุ่มในชุดครามอมดำมองเขา เบ้ปากแล้วจึงเอ่ย “ข้ารู้แล้ว เจ้านี่ไม่มีธุระไม่เข้าวัดเสียจริง ที่แท้เจ้าก็มาที่นี่เพราะน้ำผึ้งของอาจารย์อย่างนั้นหรือ”
“ฮ่าฮ่า… ผู้ใดบอกให้น้ำผึ้งร้อยบุปผาของท่านเจ้ายอดเขารสชาติล้ำเลิศเล่า! รีบพาพวกเราเข้าไปเถิด!” ซ่งชิงเป่ยเอ่ยอย่างไร้ความอดทน
จากนั้น ชายหนุ่มชุดครามอมดำจึงพาทั้งสองเข้าไปในป่าไผ่รกทึบ
ลึกเข้าไปในป่าไผ่ ที่นั่นมีกระท่อมไม้ไผ่หลังหนึ่ง บริเวณลานกว้างหน้ากระท่อมไม้ไผ่ มีชายชราผมขาวคนหนึ่งนั่งอยู่ คนผู้นี้เป็นท่านเจ้ายอดเขาแห่งยอดเขาชิงอวิ๋น
ซ่งชิงเป่ยวิ่งเข้าไปหาเขาก่อนแล้วจึงตะโกน “ตาเฒ่า ข้ามาหาท่านแล้ว”
เจ้ายอดเขาชิงอวิ๋นยกเปลือกตาขึ้น ปรายตามองเขาแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้าลิงน้อย ป่านนี้แล้วเจ้าพึ่งรู้จักมาหาข้ารึ?”
ชายหนุ่มในชุดครามอมดำที่ตามมาติด ๆ รีบกล่าวเปิดโปงเขาอย่างไร้ความปราณีทันที “ท่านอาจารย์ เขามาที่นี่เพราะน้ำผึ้งร้อยบุปผา ไม่ได้มาหาท่านโดยเฉพาะ”
ท่านเจ้ายอดเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยพลัน มองซ่งชิงเป่ยแล้วเอ่ยขึ้น “เจ้าเด็กคนนี้…”
ขณะที่เอ่ยนั้นเขาพลันเห็นกู่ต้าหู่ที่ค่อย ๆ เข้ามาหาเขา ถามขึ้นมาด้วยความสงสัยอย่างเสียไม่ได้ “คุณชายท่านนี้คือ?”
“ผู้เยาว์กู่ต้าหู่คารวะผู้อาวุโส” กู่ต้าหู่ประกบกำปั้น ค้อมตัวลงเล็กน้อย คำนับท่านเจ้ายอดเขาชิงอวิ๋น
ท่านเจ้าสำนักยิ้มอย่างมีเลศนัย สายตาเฉียบแหลมของเขามองข้างกายของกู่ต้าหู่อย่างสำรวจ จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นเบา ๆ “ดูรูปร่างหน้าตาของคุณชายอย่างนี้แล้ว คงมีต้นกำเนิดที่ไม่ธรรมดา”
กู่ต้าหู่นิ่งค้างไปชั่วขณะ จากนั้นจึงมองเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง
ทว่าเจ้ายอดเขาชิงอวิ๋นไม่กล่าวสิ่งใดอีก
จากนั้นซ่งชิงเป่ยจึงอยู่คุยกับท่านเจ้ายอดเขาชิงอวิ๋นเป็นเวลานาน ก่อนที่ท้ายที่สุดจะถือน้ำผึ้งร้อยบุปผาไว้สองขวด แล้วกล่าวร่ำลาก่อนจะจากมา
ก่อนที่จะแยกกัน เจ้ายอดเขาชิงอวิ๋นเอ่ยกับซ่งชิงเป่ย “เจ้าไม่เคยพาผู้อื่นขึ้นยอดเขามาด้วยกัน ดูเหมือนคุณชายท่านนี้จะพิเศษต่อเจ้านะ”
“ฮ่าฮ่า… ตาเฒ่า ท่านคิดมากเกินไปแล้ว” ซ่งชิงเป่ยยิ้มแล้วจึงโบกมือให้ “ข้าและต้าหู่แท้จริงแล้วเป็นคนมีปณิธานเช่นเดียวกัน ทว่าวันนี้ข้าพาเขาขึ้นมา ล้วนเป็นเพราะเขาอยากลิ้มรสน้ำผึ้งร้อยบุปผาเท่านั้น”
“อ้อ?” ท่านเจ้ายอดเขายิ้มอย่างมีเลศนัย “เจ้าเด็กคนนี้ เจ้ายังคงทึ่มทื่อเช่นเดิมนะ ไปเถิด คราวหน้าคงพาสตรีสักคนมาแล้วกระมัง?”
ใบหน้าของซ่งชิงเป่ยแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำทันที “ท่านแก่เพียงนี้แล้วยังไม่สำรวมอีก ไม่คุยกับท่านแล้ว ข้าไปล่ะ!”
เขากล่าวพลางโบกมือให้แล้วจากไปพร้อมกับกู่ต้าหู่
ทั้งสองคนลงจากเขาด้วยเส้นทางอื่น ทิวทัศน์ที่พวกเขาเห็นระหว่างทางย่อมเปลี่ยนไปเช่นกัน
กู่ต้าหู่รู้สึกอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก “ที่นี่สวยจริง ๆ ชิงเป่ย ครั้งหน้าท่านมาอีกต้องพาข้ามาด้วยนะ” จากนั้นเขาจึงหันไปถามชิงเป่ย “จริงสิ เมื่อครู่นี้ท่านเจ้ายอดเขาบอกอันใดกับท่านหรือ?”
ซ่งชิงเป่ยยิ้มขำจากนั้นจึงตอบ “ตาเฒ่าบอกข้าว่า คราวหน้าให้ข้าพาสตรีที่รักมาหาเขา เหตุใด เจ้าอยากปลอมเป็นหญิงเป็นภรรยาข้าหรือ? หืม?”
ใบหน้าของกู่ต้าหู่แดงก่ำขึ้นมาโดยพลัน ถลึงตาจ้องมองเขา “เจ้าคนนี้ พูดจาเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!”
สิ้นคำก็เดินดุ่ม ๆ ไปข้างหน้าด้วยตนเอง
“นี่! ข้าแค่ล้อเจ้าเล่น! เหตุใดจึงโมโหขึ้นมาอีกแล้ว!” ซ่งชิงเป่ยตะโกนตามหลังคนที่กำลังโกรธไป “เจ้าอย่าเดินเร็วเช่นนั้น! ระวังหลงทางนะ!”