ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 383 บังอาจเกินไปแล้ว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 383 บังอาจเกินไปแล้ว
บทที่ 383 บังอาจเกินไปแล้ว
ซ่งชิงหลันรู้สึกขบขันกับคำพูดของเขา อดไม่ได้ที่จะกลอกตาให้อีกฝ่าย “ไม่ได้”
ถึงแม้นางไม่อาจพูดได้ว่าชอบคนที่หน้าตา แต่การชื่นชอบสิ่งสวยงามก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ บางครั้งเมื่อได้มองใบหน้าของไป๋เย่หาน ก็ถือว่านางได้ชื่นชมความงดงามอย่างมาก
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในจวนแม่ทัพด้วยกัน
ทันทีที่ซ่งชิงหลันเข้าไปในห้องครัว ก็ยุ่งอยู่กับงานเสียเกือบครึ่งชั่วยาม จึงจะเตรียมอาหารบนโต๊ะขนาดใหญ่ได้เสร็จ
กู่ต้าหู่มองอาหารจานเนื้อและผักที่ดูน่ากินบนโต๊ะ อดไม่ได้ที่จะน้ำลายสอ และอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา “พี่ชิงหลัน ฝีมือของท่านนี้ ต่อให้ข้าไม่อยากจะอ้วนก็ยากแล้วขอรับ!”
ซ่งชิงเป่ยที่อยู่ข้าง ๆ หยอกล้อเขา “เจ้าเป็นชายชาตรี จะเป็นห่วงเรื่องอ้วนไม่อ้วนเหตุใดกัน หรือเจ้ากลัวว่าหากกินจนเป็นคนอ้วนแล้วจะไม่มีผู้ใดอยากจะแต่งกับเจ้า!”
อู่เชียนเชียนแทรกขึ้นมาในทันที “โธ่ พวกเจ้าอย่าได้พูดเลย ข้ามีลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ห่างไกลคนหนึ่ง ก็เป็นเพราะว่าอ้วนเกินไป จึงได้ไม่มีหญิงสาวมาชอบเขา จนถึงวันนี้ยังไม่ได้แต่งงานเลย!”
ซ่งชิงหลันยิ้ม มองกู่ต้าหู่แล้วกล่าว “ต้าหู่ เจ้าตัวเล็กเพียงนี้ กินอย่างไรก็ไม่อ้วนหรอก กินอย่างวางใจเถิด”
“นั่นสิ! กินเถิด! กินเถิด!” ซ่งชิงเป่ยพยักหน้าอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็คีบไก่น่องใหญ่ใส่เอาไว้ในชามของเขา “นี่ เจ้าเอาน่องไก่นี้ไป กินให้อ้วนหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก!”
คนบนโต๊ะหัวเราะอย่างมีความสุขขึ้นมาทันที
อยู่ ๆ ในตอนนั้น ซ่งชิงตงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย มองซ่งชิงหลันแล้วเอ่ยถาม “ท่านพี่ ข้าได้ยินว่าวันนี้มีคนไปก่อเรื่องที่ร้านเสื้อซิงเยว่ ท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”
“ว่าอย่างไรนะ เกิดเรื่องตอนไหนหรือ หลันหลัน” เพียงแม่เฒ่าซ่งได้ยินก็รีบวางตะเกียบทันที มองซ่งชิงหลันด้วยใบหน้ากังวล
ซ่งชิงหลันยิ้ม และรีบกล่าวปลอบ “ท่านย่า ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ก็เพียงโจรกระจอกอยากจะมาขู่เอาเงินเท่านั้น ไม่มีเรื่องใหญ่อันใด ข้าไล่ไปหมดแล้วเจ้าค่ะ”
“จริง… จริงหรือ”
“จริงสิเจ้าคะ!” ซ่งชิงหลันพยักหน้าอย่างหนักแน่น “หากท่านไม่เชื่อ ท่านก็ถามเชียนเชียนกับต้าหู่ได้เจ้าค่ะ พวกเขาทั้งสองคนก็อยู่ตอนเกิดเหตุนะเจ้าคะ!”
กล่าวจบก็ส่งสายตาให้ทั้งสองคน
ทั้งสองคนเข้าใจในทันที จึงให้ความร่วมมือ
อู่เชียนเชียนวางตะเกียบในทันใด กล่าวด้วยสีหน้าเกินจริง “ใช่สิเจ้าคะ! ท่านย่า ตอนนั้นข้าและต้าหู่เองก็อยู่ มีพวกข้าสองคนอยู่ด้วย ไม่มีผู้ใดแกล้งพี่ชิงหลันได้แน่นอนเจ้าค่ะ!”
กู่ต้าหู่เองก็รีบกล่าวเสริม “ใช่ขอรับ ท่านย่า ท่านวางใจเถิด ไม่มีเรื่องอันใดทั้งนั้นขอรับ”
เมื่อได้ยินทั้งสองคนกล่าวเช่นนี้ แม่เฒ่าซ่งก็โล่งอก “เช่นนั้นก็ดีแล้ว”
ในตอนนี้ อยู่ ๆ ซ่งชิงเป่ยก็เงยหน้าแล้วเอ่ยถาม “ท่านพี่ ท่านรู้หรือไม่ว่าพวกมันป็นนักเลงมาจากไหน รอให้ข้าเจอเสียก่อนเถิด กล้าที่จะมารังแกพี่สาวของข้าจะบังอาจเกินไปแล้ว ซ่งชิงเป่ยผู้นี้ไม่ปล่อยพวกมันไว้แน่”
ซ่งชิงเป่ยนั้นมีเครือข่ายกว้างขวางมาก คนในเมืองหลวงเหล่านั้นเขาล้วนรู้จัก ไม่มีทางที่จะมีผู้ใดกล้าไปหาเรื่องที่ร้านของครอบครัวพวกเขาได้ เมื่อมองเช่นนี้ คนเหล่านี้จะต้องไม่ใช่คนในเมืองหลวงเป็นแน่
ซ่งชิงหลันมองเขาแวบหนึ่ง “ช่างเถิด อย่าทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่เลย เหตุใดกลายเป็นว่าเจ้าทำตัวเหมือนนักเลงเสียเองเล่า”
“ข้า… ข้าก็ทำเพื่อประโยชน์ของท่านนะขอรับ”
ซ่งชิงหลันไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่อแล้ว โชคดีที่ในตอนนี้ กู่ต้าหู่ดูออกถึงความตั้งใจของนาง จึงเปลี่ยนประเด็นแล้วกล่าว “อืม… พี่ชิงหลัน ขนมแป้งข้าวเหนียวดอกกุ้ยฮวาและสาลี่นี้อร่อยเหลือเกิน ทั้งนุ่มทั้งหนึบ เหมาะกับกลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวา หวานแต่ไม่เลี่ยน โดยเฉพาะเมื่อชั้นของน้ำผึ้งที่ราดด้านบนนี้ ช่างหอมเหลือเกินขอรับ”
ซ่งชิงหลันรีบคล้อยตามประเด็นของเขา กล่าวด้วยร้อยยิ้ม “เจ้านี่ช่างเลือกกินได้เก่งเสียจริง น้ำผึ้งนี้นั้นไม่ใช่น้ำผึ้งธรรมดา แต่เป็นน้ำผึ้งร้อยบุปผาจากยอดเขาชิงอวิ๋น น้ำผึ้งนี้เป็นน้ำผึ้งที่เก็บเกสรจากดอกไม้ร้อยดอก มีโภชนาการมากมาย”
“ไม่แปลกใจเลย ข้ากินแล้วก็รู้สึกว่าหวานเสียยิ่งกว่าน้ำผึ้งธรรมดา” อู่เชียนเชียนเองก็กล่าวเช่นนั้น
กู่ต้าหู่ยิ้มออกมาทันที “น้ำผึ้งดี ๆ เช่นนี้ ข้าคงต้องกินให้มาก ข้าชอบกินของหวานที่สุดเลย”
หลี่ซิ่วซิ่วที่อยู่ข้าง ๆ เห็นท่าทางของเขาที่กินอย่างตะกละตะกลาม ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “หายากนักที่จะเจอผู้ชายชอบกินของหวาน”
กู่ต้าหู่หัวเราะฮ่า ๆ ออกมาทันที “ชาติที่แล้วข้าคงจะขมขื่นเกินไปน่ะขอรับ ฮ่า ๆ ๆ ๆ…”
เช้าตรู่วันต่อมา
กู่ต้าหู่มาที่ห้องครัวแต่เช้า ค้นหาของอย่างละเอียด
ท่านน้าจางที่รับผิดชอบห้องครัวเห็นเช่นนั้น อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามอย่างสงสัย “นายน้อยกู่ ท่านมาหาอันใดตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้หรือเจ้าคะ”
“โธ่ ท่านน้าจาง ท่านมาพอดีเลย ข้าอยากกินน้ำผึ้งร้อยบุปผาที่ท่านพี่ชิงหลันนำมาทำขนมแป้งข้าวเหนียวดอกกุ้ยฮวาและสาลี่เมื่อวานนี้เสียหน่อย แต่ข้าหาอย่างไรก็ไม่เจอ มันวางไว้ที่ใดหรือขอรับ”
“อ้อ น้ำผึ้งร้อยบุปผาที่ท่านว่านั้นใช้หมดไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตอนนี้ที่ครัวไม่มีแล้วเจ้าค่ะ” กล่าวจบ น้าจางก็นำผักสดที่ซื้อมาจากตลาดวันนี้เข้ามาในครัว
“ไม่มีแล้วหรือ” กู่ต้าหู่สีหน้าผิดหวัง
แต่เจ้าสิ่งนั้นช่างน่าดึงดูดเกินไปแล้ว เขากินไปครั้งเดียวก็ลืมไม่ลง ตอนนี้จึงอยากกินเป็นอย่างมาก
เขาถามต่ออย่างไม่ยอมแพ้ “ท่านน้าจาง น้ำผึ้งร้อยบุปผานี้ต้องไปซื้อที่ไหนหรือขอรับ ข้าจะไปซื้อมาเดี๋ยวนี้”
“ฮ่า ๆ… นายน้อยกู่…” ท่านน้าจางหัวเราะออกมาทันที “ท่านคงจะไม่รู้ น้ำผึ้งร้อยบุปผาแห่งยอดเขาชิงอวิ๋นนี้ไม่ใช่ของที่หาได้ง่าย ๆ ไม่สามารถซื้อได้ตามตลาด นายน้อยชิงเป่ยของเรานั้นสนิทสนมกับท่านเจ้ายอดเขาชิงอวิ๋นมาก น้ำผึ้งร้อยบุปผาที่จวนของเราก็ล้วนเป็นของที่นายน้อยชิงเป่ยนำกลับมายามที่ขึ้นไปยังยอดเขาชิงอวิ๋น”
กู่ต้าหู่ขมวดคิ้วอย่างเสียดาย และกล่าวเบา ๆ “ที่แท้ของสิ่งนี้ก็หายากเพียงนี้เอง”
“แน่นอนเจ้าค่ะ!” ท่านน้าจางรีบกล่าว หลังจากนั้นก็ตะโกนออกมา “อ้าว นายน้อยชิงเป่ย อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ!”
ทันทีที่กู่ต้าหู่หันหน้าไป ก็เห็นซ่งชิงเป่ยที่สวมชุดสีขาวสง่างามเดินเข้ามา
ซ่งชิงเป่ยมองกู่ต้าหู่ด้วยรอยยิ้ม “เหตุใดกัน เข้ามาหาของกินตั้งแต่เช้าตรู่เลยหรือ”
ท่านน้าจางรีบกล่าวอธิบาย “นายน้อยกู่มาที่ครัว ก็เพราะอยากจะหาน้ำผึ้งร้อยบุปผากิน แต่เราใช้ไปหมดแล้วตั้งแต่เมื่อวานเจ้าค่ะ”
“เจ้าชอบน้ำผึ้งร้อยบุปผาขนาดนั้นเชียว” ซ่งชิงเป่ยหันหน้ามามองกู่ต้าหู่ด้วยสีหน้าจริงจัง
กู่ต้าหู่พยักหน้าอย่างหนักแน่น “ใช่น่ะสิขอรับ แต่ข้าได้ยินท่านน้าจางบอกว่า น้ำผึ้งร้อยบุปผานี้หาซื้อข้างนอกไม่ได้ ดังนั้น…”
“ง่ายจะตายไป!” ซ่งชิงเป่ยยิ้มพลางกล่าวขัดจังหวะเขา “เช่นนั้นข้าขึ้นยอดเขาชิงอวิ๋นไปอีกครั้งก็ใช้ได้ จริงสิ ในเมื่อพูดถึงตรงนี้ ต้าหู่ เจ้าขึ้นยอดเขาชิงอวิ๋นไปกับข้าดีหรือไม่ ยอดเขาชิงอวิ๋นอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกล เพียงครึ่งชั่วยามก็ถึงแล้ว อีกอย่างทิวทัศน์บนยอดเขาก็ไม่เลว”
กู่ต้าหู่ได้ยินเช่นนั้น หัวใจก็เต้นแรงอย่างโหยหา พยักหน้าไม่หยุด “ได้สิ! ได้สิ! เราไปด้วยกันเถิดขอรับ!”
ทั้งสองคนเป็นหนุ่มเลือดร้อน พูดว่าจะทำก็ทำเลย พวกเขาขี่ม้าเร็วมุ่งหน้าไปยังยอดเขาชิงอวิ๋นด้วยกันทันที