ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 525 ไม่ว่าจะนานเพียงใดข้าก็จะรอท่าน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 525 ไม่ว่าจะนานเพียงใดข้าก็จะรอท่าน
บทที่ 525 ไม่ว่าจะนานเพียงใดข้าก็จะรอท่าน
ในวิหารเป่าเหอเต็มไปด้วยเงาของคมดาบ
คมดาบที่ไม่มีตาก็ทำร้ายผู้คนได้ ด้านซ่งชิงซีเบี่ยงตัวหลบ อ้อมไปที่ด้านหลังของบัลลังก์มังกรอย่างระแวดระวัง
เมื่อเห็นจิ่งกวงเยี่ยที่หมดสติ เขาก็หยิบเอาขวดยาออกมาจากในอก กำลังจะยัดเข้าไปในปากเขา ทว่าขณะเดียวกันกลับถูกมือของหญิงสองคนรั้งเอาไว้
พระมเหสีและพระสนมเฉินกล่าวพร้อมกัน “เจ้าจะทำอันใด”
ซ่งชิงซีมองพระมเหสีแวบหนึ่ง “ลี่อ๋องวางยาทำร้ายฝ่าบาท นี่เป็นยาแก้พิษพ่ะย่ะค่ะ”
“ว่าอย่างไรนะ นี่…” พระมเหสีตะลึงไปทันที พร้อมทั้งทรุดตัวลงกับพื้น
หากแต่พระสนมเฉินข้าง ๆ กล่าวอย่างยินดีในหายนะของผู้อื่น “พระมเหสี ทรงสั่งสอนลูกกตัญญูมาได้ดีเสียจริง”
กล่าวจบ นางมองซ่งชิงซี “ใต้เท้าซ่ง เจ้ารีบนำยาแก้พิษให้ฝ่าบาทเถิด”
ซ่งชิงซีพยักหน้า รีบนำยาแก้พิษยัดใส่ปากของจิ่งกวงเยี่ย
อยู่ ๆ คนชุดดำคนหนึ่งก็ถือดาบพุ่งเข้ามา เป้าหมายชัดเจน คือต้องการสังหารจิ่งกวงเยี่ย
พระมเหสีและพระสนมเฉินตกใจเสียจนขวัญเสีย กุมหัวกรีดร้อง ส่วนซ่งชิงซีไม่ทันสนใจสิ่งอื่นนัก ใช้ร่างกายขวางไว้ตรงหน้าของจิ่งกวงเยี่ยโดยพลัน
คิดว่าจะช้าแต่กลับรวดเร็วกว่าที่คิด ในตอนที่ดาบกำลังจะแทงเข้าใส่ร่างเขานั้นเอง กลับมีดาบอีกเล่มพุ่งเข้ามา กระแทกดาบของคนชุดดำผู้นั้นออกไป
จากนั้นร่างสีแดงสง่างามก็ปรากฏตัวตรงหน้าซ่งชิงซี จัดการคนชุดดำผู้นั้นลงอย่างง่ายดาย
ซูอินหันหน้ามามองซ่งชิงซี “เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่”
ซ่งชิงซีผงะไปแล้วส่ายหน้า “ไม่ ไม่เป็นไร”
ซูอินยิ้ม “คนโง่ ต่อไปก่อนจะช่วยคนอื่น ต้องรู้จักปกป้องตนเองก่อนสิ”
หลังจากกินยาแก้พิษแล้ว จิ่งกวงเยี่ยก็ฟื้นขึ้นมา
ในตอนนี้ ทหารของจิ่งเทียนสิง และลูกน้องขององค์ชายใหญ่แห่งอาณาจักรซีหลิงถูกฆ่าหมดแล้ว พวกเขาสองคนเองก็ถูกปราบปรามไว้ได้
หานเฟยที่ร่างเต็มไปด้วยรอยเลือดวิ่งเข้ามาจากด้านนอก มองไป๋เย่หานแล้วพยักหน้า “ท่านอ๋อง กลุ่มทหารกบฏถูกคุมตัวไว้หมดแล้วขอรับ”
ทุกอย่างล้วนอยู่ในแผน
จิ่งกวงเยี่ยนั่งลงบนบัลลังก์อีกครั้ง มองบุตรชายที่ต้องการสังหารตน นอกจากผิดหวังแล้วยังปวดใจอีกด้วย
พระมเหสีเห็นว่าเรื่องราวไม่ดีแล้ว ก็รีบคุกเข่าขอความเห็นใจ “ฝ่าบาท สิงเอ๋อร์หลงผิดไปชั่วครู่เท่านั้น พระองค์ทรงให้อภัยเขาสักครั้งเถิดเพคะ”
“ช่างหลงผิดได้ดีเหลือเกิน” จิ่งกวงเยี่ยยิ้มเย็น “หากไม่ใช่เพราะข้าเตรียมการป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ เกรงว่าข้าคงจะไปปรโลกนานแล้ว”
“เข้ามา!” น้ำเสียงน่าเกรงขามของจิ่งกวงเยี่ยดังขึ้นในวิหารเป่าเหอ
จากนั้น อู่ต้าหย่งก็พาราชองครักษ์ส่วนพระองค์มาถึงด้านในวิหาร
จิ่งกวงเยี่ยมีสีหน้าเยือกเย็น กล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “นำตัวลี่อ๋องและองค์ชายใหญ่แห่งอาณาจักรซีหลิงไปขังคุก รอการลงโทษ”
เพียงกล่าวออกไปเช่นนั้น พระมเหสีก็ตกใจจนหน้าถอดสีในทันที นางคลานเข่าไปข้างหน้า กอดน่องขาของจิ่งกวงเยี่ยเอาไว้ “ฝ่าบาท สิงเอ๋อร์เป็นบุตรชายคนเดียวของหม่อมฉัน ขอร้องพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดไว้ชีวิตเขาด้วยเถิดเพคะ ฝ่าบาท…”
จิ่งกวงเยี่ยเตะนางออกไป พร้อมกล่าวเสียงเย็น “พระมเหสีสั่งสอนโอรสอย่างไร้ประสิทธิภาพ ไร้คุณธรรมของมารดาแห่งแผ่นดิน ตั้งแต่วันนี้ไป เจ้าต้องอยู่ที่ตำหนักเย็น ห้ามออกไปจนวันตาย”
จางอิงรั่งที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินเช่นนั้นก็โบกมือให้ขันทีน้อยอีกด้านหนึ่ง พวกเขาเดินมาลากพระมเหสีออกไปอย่างรู้งานทันที
“ซ่งอ้ายชิง” จิ่งกวงเยี่ยมองซ่งชิงซีแวบหนึ่ง
ซ่งชิงซีรีบก้มหน้าคำนับ “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
“ตั้งแต่วันนี้ไป ให้เจ้ารับหน้าที่สืบสวนเหล่าขุนนางในราชสำนักที่ร่วมมือกับลี่อ๋อง และจัดการอย่างเข้มงวดไม่มีข้อยกเว้น!”
“รับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อต้องพบสถานการณ์เช่นนี้ องค์ชายใหญ่แห่งซีหลิงกลับไม่กังวลแม้แต่น้อย
ก่อนจะถูกองครักษ์ลากไป เขายังมองไป๋เย่หานอย่างลึกซึ้ง ยิ้มออกมาอย่างมีนัย “หานอ๋อง เจ้าอย่าได้ดีใจเร็วเกินไป ยังมีการแสดงดี ๆ รออยู่”
ข่าวที่ลี่อ๋องร่วมมือกับอาณาจักรซีหลิงแพร่ไปในเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
และเป็นอย่างที่ทุกคนหวัง ลี่อ๋องและองค์ชายใหญ่แห่งอาณาจักรซีหลิงถูกสำเร็จโทษตายอย่างรวดเร็ว
สงครามของเมืองหลวงและอาณาจักรซีหลิงกำลังจะเริ่มในไม่ช้า ไม่อาจเลี่ยงได้แล้ว
ไป๋เย่หานและซ่งชิงหนานเองก็เตรียมการเอาไว้แล้ว มุ่งหน้าสู่เมืองหนานหยาง เพื่อช่วยเหลือกองทัพหนานหยาง ก่อนมุ่งหน้าโจมตีอาณาจักรซีหลิง
ในตอนนี้เอง ก็มีข่าวร้ายส่งมาจากแนวหน้า
ที่จวนแม่ทัพ
หานเฟยวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้ารีบร้อน มองไป๋เย่หานและซ่งชิงหนาน “ท่านอ๋อง ไม่ได้การแล้วขอรับ ยุ้งข้าวของเมืองหนานหยางถูกเผาแล้ว”
ในสงครามครั้งใหญ่ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเสบียงกองทัพ
เพลิงไหม้ในครั้งนี้ทำให้สูญเสียเสบียงของทหารกว่าหมื่นนายไป ทหารเองก็ไม่ได้ทำจากเหล็กกล้า พวกเขาต้องกินข้าว นี่ไม่มีเสบียงแล้ว จะยังต่อสู้ในสงครามต่อไปได้อย่างไร
เมื่อได้ยินข่าวนี้ ซูอินก็โมโหขึ้นมาทันที “พวกชาวซีหลิงนั้นไร้ยางอายเกินไปแล้ว สู้พวกเราไม่ได้ ก็ใช้วิธีหน้าเนื้อใจเสือเช่นนี้ อีกอย่างยังไม่ใช่เพียงครั้งสองครั้ง ไม่ได้การ ข้าจะกลับไปเดี๋ยวนี้ กลับไปสู้กับพวกมันให้ราบคาบกับท่านพ่อของข้า ให้พวกมันคุกเข่าขอความเห็นใจ!”
“คุณหนู ท่านอย่าได้ร้อนใจไป” ซ่งชิงหนานเอ่ยปากห้ามนาง “ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดก็คือต้องรีบส่งเสบียงไปให้เมืองหนานหยาง”
ไป๋เย่หานพยักหน้าเห็นด้วย “ถูกต้อง หานเฟย เจ้าไปเตรียมการเสีย พวกเราจะออกเดินทางทันที”
ทว่าหานเฟยเผยสีหน้าลำบากใจ “ท่านอ๋อง ข้าน้อยกำลังคิดจะบอกเรื่องนี้กับท่าน เมื่อครู่ข้าไปที่คลังเสบียงของกองทัพมา พบว่าเหลือเสบียงไม่มากแล้ว เมื่อซักถามต่อไปก็พบว่าไม่มีการเติมเสบียงมาหลายเดือนแล้วขอรับ”
ซูอินกระวนกระวายขึ้นมาทันที “เช่นนั้นก็รีบไปซื้อข้าวจากพ่อค้าข้าวสิ!”
ยามนี้ ซ่งชิงซีเองก็มีสีหน้าร้อนใจ “ไม่มีประโยชน์ พ่อค้าข้าวในเมืองหลวงนั้นขายข้าวทั้งหมดที่เหลืออยู่ให้ภัตตาคารอี่หงไปแล้ว และข้าวที่พวกเขาสั่งเอาไว้เองก็มาถึงเมืองหลวงช้าโดยไม่ทราบสาเหตุ”
“ไม่ต้องพูดแล้ว นี่จะต้องเป็นพวกชาวซีหลิงที่ใช้อุบายอีกแน่ พวกมันนี่ช่างเป็นคนชั้นต่ำร้ายกาจเหลือเกิน!” ซูอินตบโต๊ะอย่างโมโห
ซ่งชิงซีมองนาง ขมวดคิ้วแล้วพูดเสียงเบา “ระวังมือด้วย”
ไป๋เย่หานมีสีหน้าเคร่งเครียด กล่าวเสียงต่ำ “ที่แท้ คำพูดขององค์ชายใหญ่แห่งซีหลิงก็หมายความเช่นนี้ พวกมันซ่อนความลับไว้ตั้งนานแล้ว”
“เขารู้จักซ่อนความลับไว้ พวกเราเองก็รู้จักซ่อนความลับไว้เช่นกัน!”
ในตอนนั้นเอง กลับมีเสียงที่ไพเราะดังขึ้น
ทุกคนหมุนตัวมามอง ก็เห็นซ่งชิงหลันในชุดสีเขียวเดินเข้ามากับซ่งชิงตง
ซ่งชิงหนานเอ่ยถามทันที “ท่านพี่ ท่านกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรขอรับ”
เขารู้สึกได้ลาง ๆ ว่าพี่สาวของเขาจะต้องมีวิธีแก้ปัญหาเป็นแน่
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างมั่นใจ “พวกเจ้าวางใจเถิด ปัญหาเรื่องเสบียง พวกเราแก้ไขได้”
เห็นสายตาสงสัยของทุกคน ซ่งชิงตงกล่าวอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ความจริง หลายปีมานี้ท่านพี่ล้วนให้ข้ากักเก็บเสบียงเอาไว้ในจำนวนที่แน่นอนทุกปี มันอยู่ในคลังเสบียงของพวกเรานี้เอง ซึ่งเสบียงเหล่านี้เพียงพอให้กองกำลังทหารไปรบขอรับ”
ซูอินมองซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าชื่นชม “พี่ชิงหลัน ท่านเก่งกาจเหลือเกิน กลับสามารถวางแผนล่วงหน้าเช่นนี้ได้”
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างถ่อมตัว “ไม่เลย ข้าเพียงแค่กระทำการโดยคิดถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุดเสมอ แล้วหาวิธีแก้เอาไว้”
กองกำลังของไป๋เย่หานและซ่งชิงหนานเตรียมพร้อมรอออกเดินทางแล้ว และนำเสบียงจำนวนเพียงพอมุ่งหน้าไปสู่เมืองหนานหยาง
ก่อนจะออกเดินทาง คนตระกูลซ่งล้วนมาส่งที่ประตูเมือง
ไป๋เย่หานมองซ่งชิงหลันอย่างรักใคร่ลึกซึ้ง “เดินทางครั้งนี้ไม่รู้ว่านานเพียงใดจึงจะได้กลับมา เจ้าจะต้องดูแลตนเองให้ดีนะ”
“ท่านพ่อ ท่านวางใจเถิด พวกข้าจะดูแลท่านแม่อย่างดีขอรับ” ซ่งซิงเฉินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อย
ส่วนซ่งซิงเยว่เองก็ไม่ยอมถูกทิ้งไว้ข้างหลัง นางยู่ปากกล่าว “ท่านพ่อ ท่านวางใจเถิด ข้าจะเชื่อฟัง ไม่สร้างปัญหาให้ท่านแม่เป็นกังวลเจ้าค่ะ”
อู่เชียนเชียนยิ้ม “เจ้าเด็กคนนี้นี่ รู้ความเหลือเกินนะ”
ส่วนนางพูดไม่ออกเลยจริง ๆ และไม่สามารถอธิบายความรู้สึกของซ่งชิงหลันในตอนนี้ได้เลย
ซ่งชิงหลันมองไป๋เย่หานกลับด้วยแววตาลึกซึ้ง “ไม่ว่าจะนานเพียงใด ข้าก็จะรอท่านกลับมา”