ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 53 ผงสลอด
บทที่ 53 ผงสลอด
วันต่อมา
ซ่งชิงหลันและน้องชายตื่นตั้งแต่ก่อนรุ่งสางมาเตรียมเปิดร้านเช่นเคย
ทันทีที่มาถึงร้านก็เริ่มทำหน้าที่ของตนตามปกติ
หลังจากที่ซ่งชิงตงเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็หันมาคุยกับน้องชายทั้งสอง “วันนี้ต้องเตรียมดูแลร้านให้ดี อย่าให้ผู้ใดมาสร้างเรื่องวุ่นวายได้อีก”
“ที่พี่รองพูดก็สมเหตุสมผล หากมีเรื่องบ่อยเข้า ร้านของเราจะมีปัญหาเรื่องยอดขายเป็นแน่” ซ่งชิงซีพยักหน้าตาม “ระหว่างเก็บเงินข้าจะช่วยดูลาดเลาไปด้วย หากเจอสิ่งใดไม่ชอบมาพากลจะเรียกหาท่านพี่อู่ให้ช่วยจัดการโดยพลัน”
ซ่งชิงตงพยักหน้าเห็นด้วย “ดี ทำตามที่เจ้าว่า”
ระหว่างที่พูดคุยกัน ซ่งชิงซีก็ลอบเหลือบมองไปทางซ่งชิงหลัน และลังเลครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ถามสิ่งที่ตนสงสัยออกมา “ท่านพี่ จะว่าไปแล้ว หวังกุ้ยที่เป็นช่างตีเหล็กไม่ได้มีปัญหาใดกับเราเลยนะขอรับ เหตุใดเขาต้องมาหาเรื่องเราด้วย”
ซ่งชิงหลันทำเจียนปิ่งสองชิ้นอย่างใจเย็นและตอบว่า “ทำหน้าที่ของพวกเราไปเถิด อย่าเพิ่งไปสนใจเรื่องนั้นเลย”
ว่าจบก็แจกเจียนปิ่งให้กับซ่งชิงซีและชิงเป่ยคนละหนึ่งชิ้น “พวกเจ้ากินนี่เสียก่อน จะได้มีแรงทำงานในวันนี้”
“ขอบคุณขอรับท่านพี่”
“ขอบคุณขอรับ”
ทั้งสองรับมันมากินอย่างรวดเร็ว
ซ่งชิงเป่ยยิ้มให้ท่านพี่ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ “อร่อยเหมือนเดิมเลย ท่านพี่ของข้าทำเจียนปิ่งอร่อยที่สุดแล้ว”
ซ่งชิงตงแสร้งเป็นโกรธแล้วเอ็ดขึ้นมาว่า “เจ้าสี่ พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร หาว่าเจียนปิ่งของข้าไม่อร่อยหรือ”
ซ่งชิงเป่ยรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “ไม่ใช่อย่างนั้นพี่รอง เจียนปิ่งของท่านก็อร่อยเช่นกัน ร้านของเรารุ่งเรืองขนาดนี้ได้ก็เพราะฝีมือการทำอาหารของท่านพี่และพี่รองล้วน ๆ เลยขอรับ“
ซ่งชิงซีกล่าวเสริมด้วยรอยยิ้ม “พี่รอง ต่อไปยิ่งท่านทำเจียนปิ่งมากขึ้นเท่าไรก็จะยิ่งเป็นยอดฝีมือมากขึ้นเท่านั้น จริงหรือไม่ท่านพี่”
“ใช่แล้ว” ซ่งชิงหลันตอบด้วยรอยยิ้ม
สี่พี่น้องพูดคุยกันอย่างมีความสุขเคล้าเสียงหัวเราะอยู่ภายในร้านเล็ก ๆ ที่แสนอบอุ่น มิได้รู้สึกถึงความหนาวเย็นของอากาศด้านนอกเลยแม้แต่น้อย
ในระหว่างนั้น ซ่งชิงหลันก็ทำเจียนปิ่งเพิ่มอีกหนึ่งชิ้น ส่งให้ซ่งชิงตงแล้วเอ่ยอย่างยิ้ม ๆ “ชิงตง ข้าให้เจ้าก่อน”
“ขอรับท่านพี่”
ซ่งชิงตงหยิบเจียนปิ่งม้วนใหญ่ขึ้นมากำลังจะเอาเข้าปาก แต่จู่ ๆ ซ่งชิงเป่ยก็หน้าซีดเผือดและร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด “โอ๊ย… ข้า…ข้าปวดท้อง”
คนเป็นพี่ชายรีบวางอาหารลงแล้วตรงเข้าไปดูน้อง “ชิงเป่ย เจ้าเป็นอันใดไป”
“โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว ข้าต้องไปเข้าห้องน้ำ” ซ่งชิงเป่ยวิ่งออกไปจากร้านอย่างรวดเร็วโดยเอามือข้างหนึ่งปิดบั้นท้ายไปด้วย
หลังจากนั้นเพียงไม่นานซ่งชิงซีก็ร้องออกมาเช่นกัน “ท่านพี่ พี่รอง ข้าก็จะไปเข้าห้องน้ำด้วย”
ซ่งชิงตงมีท่าทางกระวนกระวาย มองไปทางซ่งชิงหลันแล้วถามขึ้นว่า “ท่านพี่ นี่มันเกิดเหตุอันใดขึ้น สองคนนั้นไปกินสิ่งใดผิดมาหรือ?”
ซ่งชิงหลันเองก็รู้สึกว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติ นางขมวดคิ้วแล้วบอกกับน้องชาย “ชิงตง เจ้าไปดูพวกเขาก่อน”
หลังจากซ่งชิงตงออกไปแล้วนางก็ค่อย ๆ สงบสติอารมณ์
สิ่งที่น้องชายถามขึ้นเมื่อครู่ทำให้นางนึกขึ้นมาได้ว่าซ่งชิงซีกับซ่งชิงเป่ยเพิ่งจะกินเจียนปิ่งที่นางทำเองกับมือเข้าไป… เป็นไปได้ไหมว่าจะเป็นเพราะมัน
เถ้าแก่เนี้ยสาวหยิบเอาเจียนปิ่งที่น้องชายคนโตยังไม่ทันได้กินขึ้นมาสำรวจ ดมกลิ่นดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ในที่สุดก็รู้ว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ในแป้งที่นางใช้
น้องชายทั้งสองใช้เวลากว่าหนึ่งก้านธูปจึงออกมาจากห้องน้ำ
โดยมีพี่ชายคนโตช่วยพยุงพวกเขาคนละข้างเพื่อกลับมาที่ร้าน
พี่สาวคนโตมองน้องชายที่ต่างมีสีหน้าซีดเซียวและไร้เรี่ยวแรง ก็รีบส่งยาต้มให้พวกเขา “ชิงซี ชิงเป่ย พี่สาวไปที่ร้านขายยา เตรียมยาต้มไว้ให้พวกเจ้า รีบดื่มแก้ท้องร่วงเร็วเข้า”
หลังจากที่ทั้งสองรับถ้วยยามาดื่มก็รู้สึกว่าท้องดีขึ้นมากแล้ว
ซ่งชิงซีเริ่มครุ่นคิด แม้จะมีท่าทางเหนื่อยอ่อน “ท่านพี่ ข้ากับเจ้าสี่เพิ่งกินเจียนปิ่งเข้าไป เป็นไปได้หรือไม่ว่า…”
ซ่งชิงหลันพยักหน้ารับ “ใช่ ข้าเพิ่งตรวจสอบมา มีคนใส่ผงสลอด*[1]ลงไปในแป้งของเรา”
น้องชายทั้งสามพูดขึ้นพร้อมกันอย่างตกใจ “ผงสลอด?”
ซ่งชิงเป่ยกันฟันแน่น “ถึงว่า ข้าถึงได้เป็นเช่นนี้ ไอ้สารเลวคนใดมันทำกัน”
ซ่งชิงตงมองดูท้องฟ้าที่เริ่มจะสว่างขึ้นด้านนอก “ท่านพี่ แล้ววันนี้เราจะยังขายของกันหรือไม่ขอรับ”
“ขายสิ ต้องขายอยู่แล้ว” ซ่งชิงหลันยิ้มเย็น “ไอ้ตัวการต้องการขัดขวางไม่ให้เราขายของได้ เพราะอย่างนั้นเรายิ่งต้องทำให้มันเห็น ว่ามันทำอันใดเราไม่ได้”
จากนั้นซ่งชิงหลันก็หันกลับมามองน้องชายแล้วเอ่ยขึ้น “ชิงตง เจ้าพาน้อง ๆ ขึ้นรถเข็นไปส่งที่บ้าน ให้ทั้งสองได้พักผ่อนก่อน หลังจากนั้นไปซื้อแป้งถุงใหม่มา ข้าจะเผามันรออยู่ที่นี่”
“ขอรับท่านพี่”
ซ่งชิงตงไม่รอช้า ทำตามที่พี่สาวบอกอย่างรวดเร็ว
หวังกุ้ยตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัว
เขาลุกขึ้นมาบ้วนปาก ล้างหน้า แล้วเดินออกจากร้าน เห็นซ่งชิงหนานใบหน้าบวมปูดซ้ำยังมีรอยฟกช้ำก็นึกถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อคืนขึ้นมาได้
แต่ไม่วายที่จะตะโกนใส่ลูกน้องด้วยความโกรธ “เร็วเข้ารีบเปิดร้าน จะได้ทำงานทำการ แล้วก็ไปทำน้ำแกงแก้เมาค้างมาให้ข้าด้วย”
ซ่งชิงหนานกัดฟันแน่น หัวใจราวกับถูกบีบรัดในอกด้วยความโมโห หากแต่ต้องสงบนิ่งเอาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เขาต้องทำตามคำสั่งของหวังกุ้ย แล้วค่อยวางแผนเอาคืนทีหลัง
ไม่นานหลังจากนั้นซ่งชิงหนานก็กลับมาพร้อมน้ำแกงแก้เมาค้าง และยังมีซาลาเปากับโจ๊กร้อน ๆ อีกด้วย
หลังจากที่ได้กินน้ำแกงนั่น หวังกุ้ยก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมา
เมื่อคิดว่าเจียนปิ่งที่ซ่งชิงหลันเอามาขายเช้านี้คงทำให้ลูกค้าท้องเสียกันแล้ว ร้านอาหารของนางต้องล้มไม่เป็นท่าในอีกไม่นาน และคงได้ตัวหญิงสาวมาเป็นอนุในที่สุด หวังกุ้ยก็มีความสุขขึ้นมาจนตัวแทบจะลอยไม่ติดพื้น
เจ้าของร้านเหล็กฮัมเพลงอย่างมีความสุขระหว่างกินอาหาร
ซ่งชิงหนานมองภาพนั้นอย่างสงสัย เพราะเมื่อคืนเจ้าของร้านตีเหล็กโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หากแต่ตอนนี้กลับดูอารมณ์ดีราวกับเป็นคนละคน
นั่นทำให้ซ่งชิงหนานลอบสมเพชอีกฝ่ายในใจว่าท่าทางจะเสียสติไปเสียแล้ว จากนั้นเด็กหนุ่มก็ออกไปตะโกนอยู่หน้าร้านแทน
“รับตีเหล็กขอรับ ร้านเหล็กเรามีเครื่องเหล็กให้เลือกทุกอย่าง มาดูก่อนได้เลยขอรับ”
หวังกุ้ยกินอาหารเช้าเสร็จแล้วก็เตรียมจะออกจากร้านไป
ซ่งชิงหนานมองมาทางเขาแล้วถามขึ้นว่า “เจ้านาย ท่านจะไปที่ใดหรือขอรับ ยังมีมีดเล่มใหญ่ที่แม่นางหลี่สั่งเอาไว้วันก่อนยังไม่เสร็จ นางจะมารับวันนี้แล้ว”
“ไม่ต้องห่วงน่า” หวังกุ้ยโบกมือไปมาด้วยรอยยิ้ม รู้สึกสดชื่นขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ข้าจะไปดูเรื่องสนุก ๆ เสียหน่อย กลับมาค่อยว่ากัน”
หวังกุ้ยรีบตรงไปที่ร้านของซ่งชิงหลันทันที
หัวใจของเขาเบิกบานไปด้วยความสุข ต้องไปดูให้ได้ว่าซ่งชิงหลันจะรู้สึกอับจนหนทางเพียงใดหลังจากถูกลูกค้าประณาม
ไม่ได้คาดคิดว่าเมื่อไปถึงกลับไม่ได้ดูเรื่องสนุก ๆ ที่ตั้งใจจะมาเห็นกับตาเลยสักนิด
ที่ถนนฝั่งตรงข้าม หวังกุ้ยเห็นว่ายังคงมีลูกค้าต่อแถวซื้ออาหารของนางอย่างเนืองแน่นไม่ต่างจากเมื่อวาน
“เกิดอันใดขึ้น นี่มัน… เป็นได้ยังไง” เขาขยี้ตาตัวเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ พยายามดูให้แน่ใจว่าไม่ได้มองผิดไปจริง ๆ
“เมื่อคืนข้าฝันไปหรือ ไม่ได้เอามันใส่ลงไปในแป้งของนางหรอกหรือ ดี! เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะกลับมาใหม่”
เขาพูดกับตัวเองจบก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกลับไปที่ร้านเหล็กของตนอย่างไม่สบอารมณ์
[1] ผงสลอด คือ ผงที่สกัดมาจากต้นสลอดที่มีสรรพคุณเป็นพิษทำให้ท้องร่วงรุนแรง