ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 55 จะคืนน้องชายข้ามาหรือจะไปนอนคุก!
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 55 จะคืนน้องชายข้ามาหรือจะไปนอนคุก!
บทที่ 55 จะคืนน้องชายข้ามาหรือจะไปนอนคุก!
ครั้งนี้หวังกุ้ยไม่ได้ดื่มสุรามาก่อน จึงตระหนักได้ว่าต้องปิดหน้าปิดตาเพื่อมาทำเรื่องชั่ว ๆ
ถนนในช่วงกลางดึกของฤดูหนาวนั้นปลอดโปร่งไร้ผู้คน ลมหนาวพัดมากระทบกายของชายร่างใหญ่จนตัวสั่น หากแต่ความตื่นเต้นทำให้เขาลืมเรื่องความหนาวเย็นไปเสียสิ้น
ครั้งนี้ต้องสำเร็จ!
มือหนาหยิบลวดออกมา ปลดกุญแจประตูร้านอย่างง่ายดายเช่นเดิม จากนั้นรีบเปิดเข้าไปอย่างรวดเร็ว
สิ้นเสียงเอี๊ยดอ๊าดของประตูที่ถูกเปิดออก หวังกุ้ยก็เดินเข้าไปพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย
ทว่าไม่ทันที่จะก้าวเข้าไปในร้านก็เกิดเสียงดัง ตุ้บ! แรงฟาดอย่างแรงกระแทกมาจากด้านหลังของร่างสูง
“โอ๊ย!” หวังกุ้ยร้องออกมาอย่างเจ็บปวดพร้อมทั้งทรุดกายล้มลงที่พื้น
ซ่งชิงหลันใช้โอกาสนั้นทุบตีหวังกุ้ยอย่างแรงด้วยไม้ในมืออย่างไร้ความปรานี
นางต่อยเข้าที่ใบหน้าเขาพร้อมสบถคำสาปแช่งก่นด่า “ไอ้สารเลว กล้ามาหาเรื่องทำลายร้านของข้า ไอ้หมาลอบกัด วันนี้ข้าจะหักขาเจ้าทิ้งเสีย!”
ท่ามกลางความมืดมิด หวังกุ้ยล้มลงกับพื้นราวกับไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้กลับ ทำได้เพียงนอนร้องขอให้นางหยุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“โอ๊ย ๆ พอแล้ว หยุดเสียที หากยังไม่หยุดเจ้าไม่รอดแน่”
“คนชั่วอย่างเจ้าไม่ควรมีปากไว้กินข้าวเสียด้วยซ้ำ จำใส่สมองเอาไว้ด้วย ข้าขอดูทีเถิดว่าเจ้าคือผู้ใดกัน” ระหว่างที่พูดเช่นนั้น ซ่งชิงหลันก็เหยียบร่างของหวังกุ้ยเอาไว้ด้วยเท้าแรง ๆ จนเขาขยับไปไหนไม่ได้
ตามด้วยการหยิบตะเกียงขึ้นมาจุด ทำให้ภายในร้านเล็ก ๆ พลันสว่างวาบขึ้นมา
หญิงสาวย่อตัวลง กระชากเอาผ้าคลุมหน้าของคนร้ายออก
เมื่อเห็นใบหน้าของตัวการอย่างชัดเจนว่าเป็นหวังกุ้ย นางก็ไม่แปลกใจนัก
นัยน์ตาคู่งามฉายแววเจ้าเล่ห์ มุมปากยกยิ้มขึ้นมาอย่างสื่อความหมายบางอย่าง ก่อนจะเริ่มพูดขึ้นว่า “เป็นเจ้าจริง ๆ ด้วย หวังกุ้ย”
เจ้าของชื่อโต้เถียงออกมาอย่างโง่เขลา “ไม่จริง ไม่ใช่ข้า ไม่ใช่เสียหน่อย ข้ายังไม่ได้ทำอันใดเลย”
ซ่งชิงหลันเย้ยหยัน “หากไม่ได้ทำอันใดแล้วเจ้าจะร้อนตัวเพราะเหตุใดเล่า”
เมื่อพูดเช่นนั้น ซ่งชิงหลันก็เริ่มค้นดูบริเวณอกเสื้อของหวังกุ้ย พร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ตอบข้ามา เจ้าจ้างคนมาใส่ร้ายร้านข้า และเมื่อคืนก่อนยังเอาผงสลอดมาใส่ในแป้งทำอาหาร คืนนี้ก็ยังจะกล้ากลับมาทำเรื่องชั่ว ๆ เช่นเดิมอีก เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่”
หวังกุ้ยยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง “ข้าไม่ได้ทำ เจ้ามีหลักฐานหรือที่มากล่าวหาข้าเช่นนี้”
ซ่งชิงหลันหยิบผงสลอดออกมาจากอกเสื้อของเขา
ก่อนเริ่มเค้นถามต่อไป “นี่อย่างไรเล่าหลักฐาน เจ้าแอบเข้ามาในร้านข้าพร้อมกับผงสลอดถุงใหญ่ เห็นตำตาเพียงนี้ยังจะกล้าพูดว่าไม่ได้ทำอย่างนั้นหรือ อยากให้ข้าเอามันกรอกปากเจ้าดูหรือไม่!”
หวังกุ้ยตัวแข็งทื่อ อับจนหนทางจะปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง “ข้า… ข้า…”
“ข้า ข้าอันใด พูดออกมาเสีย ทุกอย่างชัดเจนเพียงนี้แล้วยังจะมาไม้ไหนอีก หากเจ้ายังไม่ยอมรับก็เตรียมนอนคุกได้เลย”
นางเริ่มลากตัวเขาไปทางประตูเพื่อจะพาไปข้างนอก
หวังกุ้ยรู้ดีว่าหากถูกจับต้องได้ติดคุกเป็นแน่ แม้ว่าจะปฏิเสธ พวกเจ้าหน้าที่ก็คงไม่เชื่อและเอาผิดเขาอย่างแน่นอน
ชายหนุ่มจึงรีบหันมาขอความเมตตาจากนางแทน “ข้ายอมแล้ว ข้ายอมแล้ว ยอบรับผิดทุกอย่าง ข้าหมายจะเอาผงสลอดใส่ในแป้งของเจ้าจริง ๆ แม่นางซ่ง ได้โปรด อย่าจับข้าไปส่งเจ้าหน้าที่เลย เรามาคุยกันดี ๆ เถิด ข้าขอร้อง”
มีประกายแวววาวแวบผ่านในดวงตาของซ่งชิงหลัน นางยิ้มเล็กยิ้มน้อยแล้วพูดขึ้น “อย่างนั้นก็ย่อมได้ ข้าจะไม่แจ้งเรื่องนี้กับทางการ หากแต่เจ้าต้องคืนอิสรภาพให้แก่ซ่งชิงหนาน น้องชายข้าเสีย แล้วเรื่องทุกอย่างจะจบลงตรงนี้”
“ว่าอย่างไรนะ” หวังกุ้ยได้ยินความต้องการของนางก็พูดเสียงดังขึ้นมาอย่างไม่พอใจ เหลือบตามองนางอย่างคุกรุ่น “แล้ว… เงินสามสิบตำลึงของข้าเล่า หากเจ้าจ่ายเงินนั่นมา ข้าจะเอาใบซื้อขายตัวของน้องชายเจ้าคืนให้”
หวังกุ้ยไม่ต้องการให้ซ่งชิงหลันมาเป็นอนุของเขาอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เรื่องเงินจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
หากแต่ซ่งชิงหลันกลับฟาดไม้เข้าที่หน้าผากของเขาอย่างแรง “ถึงเพียงนี้แล้วเจ้ายังกล้ามาพูดเรื่องเงินนั่นกับข้าอีกอย่างนั้นหรือ คิดว่าตัวเจ้าต่อรองอันใดได้หรือ อยากให้ข้าจับเจ้าส่งเจ้าหน้าที่หรือไม่”
หวังกุ้ยขมวดคิ้วอย่างรู้สึกเสียใจแล้วเอ่ยต่อ “แม่นางซ่ง เราตกลงกันไปก่อนหน้านี้แล้ว สิ้นเดือนนี้เจ้าจะเอาเงินสามสิบตำลึงมาไถ่ตัวน้องชาย แล้วเหตุใดถึงกลับคำเช่นนี้”
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างเย็นชา “เพราะตอนนี้ไม่เหมือนตอนนั้นแล้วอย่างไรเล่า หวังกุ้ย เจ้าพวกคนเลวพวกนั้นบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเจ้าเป็นคนจ้างพวกมันมาใส่ร้ายร้านข้า คนมากมายเป็นพยาน เจ้าเอาสิ่งใดมาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ”
“เปล่า… ข้าเพียงแค่…”
“ไม่เพียงแค่นั้น” นางเอ่ยขัดจังหวะขึ้น “ยังมีเรื่องที่เจ้าเอาผงสลอดมาใส่ในแป้งของข้าเมื่อคืนก่อนอีก แค่ข้าบอกเจ้าหน้าที่ว่าคืนนี้เจ้าแอบเข้ามาขโมยของในร้านข้า เจ้าต้องติดคุกเป็นแน่ ทั้งบุกรุกและพยายามฆ่า อย่างน้อยก็ต้องสามปี”
ซ่งชิงหลันอธิบายไล่เรียงเสร็จสรรพก็กอดอกมองเขาอย่างนิ่งเฉย แล้วพูดต่ออย่างใจเย็นว่า “หวังกุ้ย เจ้าจะคืนน้องชายข้ามา หรือไปนอนในคุก เจ้าเลือกเอาเสีย”
หวังกุ้ยรู้สึกราวกับว่ายืนอยู่บนปากเหว เขาไม่เหลือทางเลือกใดอีก ไม่ว่าทางไหนก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับตนเอง แต่ก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้
ทำได้เพียงทุบหน้าอกตัวเองด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง แล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างข้า หวังกุ้ยผู้นี้ จะต้องเสียรู้ให้กับสตรีตัวเล็ก ๆ อย่างเจ้า ให้ตายเถิด”
ซ่งชิงหลันเร่งเร้า “หยุดทะเลาะกับตัวเองแล้วเลือกมา!”
“ก็ได้ ข้าสัญญา ข้าจะคืนสัญญาขายตัวน้องชายให้เจ้า”
ซ่งชิงหลันปล่อยเขาให้เป็นอิสระและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ตกลงตามนั้น ข้าจะไปที่บ้านกับเจ้า แล้วเอาสัญญานั่นประเดี๋ยวนี้”
“เจ้า…” หวังกุ้ยตกตะลึงไปชั่วขณะ แล้วชี้ไปทางซ่งชิงหลัน “เจ้ามันเล่ห์เหลี่ยมจัดจริง ๆ“
ซ่งชิงหลันยิ้มต่อไป “ข้าจะไม่ใช้เล่ห์เหลี่ยมได้อย่างไร ในเมื่อต้องรับมือกับคนอย่างเจ้า เร็วเข้า ไปกัน”
ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน มีหลายสิ่งหลายอย่างรอให้นางต้องจัดการ นางไม่อยากให้มีอะไรติดขัด
ซ่งชิงหลันคุมตัวหวังกุ้ยกลับไปที่ร้านตีเหล็กของเขา
จากนั้นไม่นานเจ้าของร้านตีเหล็กก็ต้องเอาสัญญาซื้อขายตัวซ่งชิงหนานมอบให้นางแล้วพูดอย่างไม่เต็มใจ “นี่ของเจ้า”
หญิงสาวอ่านดูอย่างแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้เล่นลูกไม้อันใดอีก ก็เก็บมันมาด้วยความสบายใจ
“วันพรุ่งเจ้าปล่อยตัวน้องข้าเสีย หากเที่ยงแล้วเขายังไม่ถึงบ้าน ข้าจะไปที่ศาลาว่าการ”
“ได้ ๆ ข้าเข้าใจทุกอย่างแล้ว หากเจ้าไม่เชื่อใจข้า เหตุใดจึงไม่เรียกน้องชายเจ้ามาตอนนี้แล้วพาเขากลับไปด้วยเสีย”
“ไม่ ข้าไม่รบกวนเวลานอนของเขา”
ความจริงแล้วซ่งชิงหลันไม่ต้องการให้น้องชายมารับรู้เรื่องซับซ้อนเบื้องหลังการปล่อยตัวเขาเหล่านี้ และการกลับบ้านกลางดึกของซ่งชิงหนานจะยิ่งทำให้คนในครอบครัวสงสัยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้อีกด้วย
แต่ตอนนี้นางได้สัญญามาอยู่ในมือแล้ว น้องชายก็เป็นอิสระแล้ว นางจึงวางใจได้ว่าบุรุษผู้นี้จะไม่กล้าทำอะไรโง่ ๆ อีก
ซ่งชิงหลันจากไปแล้ว ด้านหวังกุ้ยที่โกรธแค้นนางมาก
ทำได้เพียงกระทืบเท้าระบายความโมโห ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าตำหนิโชคชะตาตนเอง
เสียเรื่องไปหมดเพียงเพราะตัณหาบังตา ไม่อย่างนั้นก็จะได้เงินสามสิบตำลึงมาอยู่แล้วเชียว
ยามนี้ไม่เพียงชวดเงินนั่นไป ซ้ำยังบาดเจ็บไปทั้งตัว ซ่งชิงหนานก็ยังต้องถูกปล่อยกลับไปแบบไร้เงื่อนไขอีก
ขาดทุนจริง ๆ ขาดทุนครั้งใหญ่!
Pchaya
สมน้ำหน้า น่าจะทุบหัวไปหลาย ๆ ครั้ง