ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 57 เงินเก็บทั้งหมดนั่นตกเป็นของนางเอง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 57 เงินเก็บทั้งหมดนั่นตกเป็นของนางเอง
บทที่ 57 เงินเก็บทั้งหมดนั่นตกเป็นของนางเอง
ยามนี้ซ่งชิงหลันอารมณ์ดีเป็นพิเศษ นางกลับมาจากตลาดพร้อมตะกร้าที่เต็มไปด้วยของสดมากมาย ทั้งผักสด ไก่ ปลา และเนื้อ
เมื่อซ่งชิงหนานกลับมาเช่นนี้ เงินเก็บทั้งหมดนั่นจึงตกเป็นของนางเอง หญิงสาวสามารถซื้อของดี ๆ ให้คนในครอบครัวได้อย่างไม่ยากเย็น
เมื่อเห็นปริมาณอาหารที่หลานสาวซื้อกลับมา แม่เฒ่าซ่งก็มีท่าทีเป็นกังวล “หลันหลัน เจ้าต้องจ่ายเงินมากเพียงใดเพื่อซื้อของพวกนี้มากัน”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ท่านย่า ท่านไม่ต้องกังวลไปนะเจ้าคะ เรื่องเงินข้าจะจัดการเอง น้องชายอยู่ในวัยกำลังโต พวกเขาสมควรได้กินของดี ๆ บำรุงร่างกาย โดยเฉพาะชิงหนาน…”
ด้านท่านย่าเองก็พยักหน้าเห็นด้วย “เอาเถิด มันก็จริงที่ชิงหนานของเราดูผอมลงไปไม่น้อย”
ฟ้ายังไม่ทันมืด ซ่งชิงหลันก็เริ่มยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหารเย็นเสียแล้ว
หลังจากที่ซ่งชิงหนานกล่อมเด็กทารกทั้งสองให้หลับไป เขาก็เริ่มเข้าครัวมาช่วยท่านพี่ด้วย
สองพี่น้องช่วยกันฆ่าไก่ ฆ่าปลา เตรียมเนื้อ และหั่นผักด้วยกัน
ทั้งคู่ยุ่งอยู่ในครัวเกือบหนึ่งชั่วยาม
ด้านสามพี่น้องที่ออกไปยังร้านขายอาหารเช้าก็กลับมาถึงบ้านหลังปิดร้านเรียบร้อยแล้ว เมื่อมาถึงหน้าประตู พวกเขาก็ได้กลิ่นหอมน่ากินของอาหารโชยมา
แม้แต่ซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินที่อยู่บ้านติดกันก็ยังถูกกลิ่นหอมนั้นเรียกให้เข้ามาเจอกับซ่งชิงตงและน้อง ๆ ที่กลับบ้านมาพอดี
ซ่งชิงหยวนกลืนน้ำลายแล้วถามขึ้นว่า “พี่ชิงตง วันนี้ที่บ้านท่านมีเรื่องดี ๆ หรือขอรับ เหตุใดท่านพี่ถึงทำอาหารมื้อใหญ่เช่นนั้น”
ซ่งชิงซีตอบอย่างมีความสุข “พี่สามของพวกเรากลับมาจากบ้านท่านลุงแล้วอย่างไรเล่า ท่านพี่ก็เลยทำอาหารมื้อพิเศษต้อนรับ มีของอร่อย ๆ เต็มไปหมด”
ใบหน้าของซ่งชิงหยวนฉายแววความอิจฉาอย่างไม่รู้ตัว “ไอ๊หยา ท่านพี่ชิงหนานกลับมาแล้วหรือ”
ซ่งชิงตงมองไปทางลูกพี่ลูกน้องทั้งสองแล้วถามว่า “พวกเจ้าสองคนอยู่บ้านกันเองหรือ กินข้าวหรือยัง ไปกินด้วยกันกับเราหรือไม่”
เพราะเรื่องที่หลิวกุ้ยเสียทะเลาะกับสามีและหนีออกจากบ้านไปเมื่อครั้งก่อน พอกลับมาครั้งนี้นางก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นราวกับคนละคน
แม่ของเด็กทั้งสองออกไปรับจ้างล้างจานตามร้านอาหาร ยุ่งทั้งวันตั้งแต่เช้ายันค่ำ ลูก ๆ ของนางจึงต้องอยู่บ้านลำพัง หุงหาอาหารกันเอง
“เอ่อ… คือว่า”
สองพี่น้องชิงหยวนและชิงหลินมองหน้ากันไปมา แม้จะอยากกินแต่ก็มีความลำบากใจขวางกั้นอยู่ พวกเขาสบตาซ่งชิงซี
ซ่งชิงซีตบบ่าลูกพี่ลูกน้องของตนแล้วเอ่ยพร้อมกับยิ้มออกมา “พวกเจ้าไม่ได้เจอพี่ชิงหนานมานานแล้ว ไปกินข้าวแล้วทักทายเขาด้วยกันเถิด”
“ดีเลยขอรับ” ลูกพี่ลูกน้องทั้งสองพยักหน้าอย่างมีความสุข และตามสามพี่น้องเข้าไปในครัวด้วยกัน
เมื่อซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินพบกับซ่งชิงหนาน พวกเขาก็ทักทายกันอย่างมีความสุข “พี่ชิงหนาน ท่านกลับมาแล้ว!”
ด้านซ่งชิงหลันที่กำลังปรุงอาหารจานสุดท้ายอยู่ เงยหน้าขึ้นและเห็นพวกเขา นางก็ยิ้มให้แล้วพูดขึ้น “ชิงหยวน ชิงหลิน พวกเจ้าก็มาด้วยหรือ”
ความจริงแล้วซ่งชิงหลันรู้สึกสงสารสองพี่น้องอยู่ไม่น้อย
ซ่งชิงตงอธิบายขึ้น “พวกเขาได้ยินว่าชิงหนานกลับมาแล้ว ก็เลยมาทักทายขอรับ”
ซ่งชิงหลันมีรอยยิ้มบนใบหน้า “ดี ๆ ไหน ๆ ก็มากันแล้ว พวกเจ้าก็อยู่กินข้าวด้วยกันก่อน รีบไปล้างมือเถิดจะได้กินข้าวเย็น ชิงหนาน ไปเอาชามกับตะเกียบมาอีกสองชุดให้ชิงหยวนกับชิงหลินด้วย”
ไม่นานโต๊ะอาหารก็เต็มไปด้วยจานชามและกับข้าวมากมาย
มีทั้งไก่ตุ๋น ปลาผัดเปรี้ยวหวาน หม้อไฟเนื้อ มันฝรั่งผัดมะเขือยาวพริกหวาน หมูตุ๋นผักกาดขาววุ้นเส้น และยำมันฝรั่งเย็น…
ล้วนเป็นเมนูโปรดของบรรดาน้อง ๆ
โต๊ะอาหารขนาดไม่ใหญ่นัก แต่กลับเต็มไปด้วยอาหารและสมาชิกครอบครัวที่นั่งล้อมอยู่ ถึงจะเบียดกันไปบ้างแต่ก็อบอุ่น
ซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินมองอาหารบนโต๊ะด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ไอ๊หยา มื้อนี้น่ากินเสียจริง แม้แต่วันขึ้นปีใหม่ เราก็ไม่เคยได้กินอาหารอร่อย ๆ เช่นนี้เลยขอรับ”
ซ่งชิงซียิ้ม “ต้องขอบคุณพี่สามของเรา ทำให้วันนี้มีของอร่อยให้กินเยอะเพียงนี้”
ซ่งชิงหลันตักน้ำแกงไก่ใส่ชาม เลือกเอาส่วนน่องให้หญิงชรา “ท่านย่า กินนี่สิเจ้าคะ”
หลังจากพักฟื้นอยู่ครึ่งเดือน อาการป่วยของท่านก็ดีขึ้นมาก
และอีกไม่นานคงกลับมาแข็งแรงดี
ท่านย่ารีบโบกมือ “ย่ากินไม่ไหวหรอก เอาน่องนี่ให้ชิงหนานเสียดีกว่า ช่วงนี้เขาดูผอมลงไปมาก น่าจะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักเป็นแน่”
ซ่งชิงหลันรีบตอบว่า “ท่านย่ากินเถิดเจ้าค่ะ ยังมีไก่อยู่อีกน่อง ข้าจะเอาน่องนี้ให้ชิงหนานอยู่แล้ว”
ว่าจบนางก็ตักน่องไก่ที่เหลือเติมลงไปในชามของซ่งชิงหนาน “เจ้ากินเยอะ ๆ”
ซ่งชิงหนานรับเอาไว้ “ขอบคุณขอรับท่านพี่”
จากนั้นซ่งชิงหลันก็มองไปทางลูกพี่ลูกน้องทั้งสอง “พวกเจ้าไม่ต้องเกรงใจ ทำตัวเหมือนอยู่บ้านตัวเองตามสบายได้เลย กินเยอะ ๆ ด้วย”
เด็กทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกัน “ขอบคุณขอรับท่านพี่ชิงหลัน”
ซ่งชิงหยวนกลืนอาหารคำใหญ่ลงคอ และไม่ลืมที่จะเอ่ยชมระหว่างกิน “ท่านพี่ชิงหลัน ท่านทำอาหารอร่อยมากจริง ๆ ดีกว่าที่ข้าเคยกินจากร้านไหน ๆ”
ซ่งชิงหลินเองก็เห็นด้วย “ใช่แล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนแม่ข้าเอาคอไก่ที่เหลือจากร้านกลับมา พอเทียบกับที่ท่านพี่ทำ ต่างกันราวฟ้ากับเหว”
ซ่งชิงหลันหันมองพวกเขา ขยับตัวเล็กน้อย “หากพวกเจ้าชอบก็กินเยอะ ๆ ยังมีเหลือในหม้ออยู่อีก”
ในตอนนั้นเอง ซ่งชิงหนานก็เริ่มถามลูกพี่ลูกน้องทั้งสองบ้าง “จะว่าไปแล้ว ชิงหยวน ชิงหลิน ข้าไม่เห็นว่าพวกเจ้าอยู่ที่บ้านตอนที่ข้ากลับมาเช้านี้ เจ้าสองคนไปเล่นที่ใดกันมา”
ซ่งชิงหยวนเช็ดคราบน้ำมันที่มุมปากก่อนเอ่ย “พวกเราไม่ได้ไปเล่นขอรับ พวกเราไปเรียนหนังสือที่สำนักศึกษา”
ซ่งชิงหลันประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ยินจึงถามต่อ “พวกเจ้าไปสำนักศึกษากันแล้วหรือ ตั้งแต่เมื่อใดกัน”
นางเอาแต่ทำงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำอยู่ทุกวัน จนรู้สึกว่าหลิวกุ้ยเสียกับคนในบ้านข้าง ๆ เงียบไปเลย จึงไม่ทันได้รู้สึกว่าเด็กทั้งสองหายไปไหน
ซ่งชิงหลินตอบอย่างจริงจัง “ท่านแม่บอกเราว่าพวกเราไม่ได้มีหัวการค้าเหมือนพี่ชิงหลัน เพราะอย่างนั้นเลยต้องไปเรียนหนังสือ จะได้เป็นคนมีความรู้ ประสบความสำเร็จในภายภาคหน้า”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ถือเป็นเรื่องดีที่ท่านแม่ของเจ้ามองการณ์ไกล”
แม้หลิวกุ้ยเสียจะเป็นคนขี้เหนียวและหัวสูง หากแต่นางก็เป็นคนมองการณ์ไกล และวางแผนอนาคตได้ดี โดยเฉพาะเรื่องลูก ๆ ทั้งสองของนาง
ซ่งชิงหลันยังถามต่อ “จะว่าไปแล้ว เจ้าสองคนต้องจ่ายค่าเล่าเรียนไปเท่าไรกัน”
ซ่งชิงหย่วนตอบ “พวกเราไม่ต้องเสียเงินเลยขอรับ”
“ไม่ต้องจ่ายอย่างนั้นหรือ”
“ใช่ขอรับ” ซ่งชิงหลินพยักหน้า “จะไปสำนักศึกษาต้องจ่ายเงินหนึ่งตำลึงต่อปี หากแต่ท่านอาจารย์รู้ว่าพวกเราไม่มีเงิน จึงให้พวกเรารับจ้างทำงานเพื่อทดแทนค่าเรียน”
“เพราะอย่างนั้นพวกเราจึงไปเรียนและไปทำงานทุกวันก่อนรุ่งสางขอรับ”
ซ่งชิงหลันพยักหน้ารับ “พวกเจ้าทั้งสองทั้งทำงานหนักและขยันเรียนหนังสือ ต่อไปต้องประสบความสำเร็จเป็นแน่”
หลังอาหารเย็น ลูกพี่ลูกน้องทั้งสองก็พากันกลับบ้านของตนเอง
ซ่งชิงหลันเรียกน้องชายทั้งสี่ของนางมานั่งรวมกันเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องในอนาคต
ดูเหมือนว่าซ่งชิงตงจะคาดเดาได้ก่อนว่าท่านพี่จะพูดเรื่องใด จึงได้ถามขึ้นว่า “ท่านพี่ ท่านอยากให้พวกเราไปสำนักศึกษาอย่างนั้นหรือขอรับ”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “ใช่แล้ว ข้าอยากจะถามพวกเจ้าเรื่องนี้ ถ้าวันพรุ่งข้าส่งพวกเจ้าไปสำนักศึกษา พวกเจ้าจะว่าอย่างไร”
ทันทีที่ได้ยินว่าจะได้ไปสำนักศึกษา ดวงตาของซ่งชิงซีก็เป็นประกายราวกับได้พบกับสิ่งที่ปรารถนามานาน
น้องชายคนนี้ชอบเรียนหนังสือมาก หากแต่ครอบครัวยากจนเกินกว่าจะจ่ายค่าเล่าเรียนให้เขาได้
หากได้เรียนหนังสือ เขามั่นใจว่าจะไม่เป็นรองใครในการสอบแน่